posttoday
การท่องเที่ยว 4.0 อุตสาหกรรมต้องปรับตัว

การท่องเที่ยว 4.0 อุตสาหกรรมต้องปรับตัว

02 มกราคม 2561

น่านฟ้า มหาเมฆยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศกลายเป็นเรื่องง่าย ดังเช่นสโลแกนของสายการบินแห่งหนึ่งที่ว่า "ใครๆ ก็บินได้" แพ็กเกจท่องเที่ยวต่างประเทศถูกเสนอขายในราคาไม่กี่พันบาท ทำให้ปีใหม่ 2561 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวไทยจำนวนมากเลือกที่จะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ

น่านฟ้า มหาเมฆ

ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศกลายเป็นเรื่องง่าย ดังเช่นสโลแกนของสายการบินแห่งหนึ่งที่ว่า "ใครๆ ก็บินได้" แพ็กเกจท่องเที่ยวต่างประเทศถูกเสนอขายในราคาไม่กี่พันบาท ทำให้ปีใหม่ 2561 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวไทยจำนวนมากเลือกที่จะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ

จากข้อมูลของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พบว่าประเทศและดินแดนที่คนไทยใช้พาสปอร์ตไทยแบบธรรมดาไปได้โดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่า มีจำนวนทั้งสิ้น 29 ประเทศ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทย อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และสิงคโปร์ ปัจจุบันสายการบินต่างๆ มีการแข่งขันด้านราคากันสูง ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มีราคาหลักพันบาท

กระแสความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยต้องเร่งปรับตัว ไม่เพียงแต่ผู้ประกอบการตามแหล่งท่องเที่ยวในประเทศเท่านั้น บริษัทนำเที่ยวเองก็จำเป็นต้องปรับตัวขนานใหญ่ เพราะปัจจุบันนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศนิยมเดินทางด้วยตนเองมากขึ้น อันเนื่องมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสาร อินเทอร์เน็ต รวมไปถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆ บนมือถือ ทำให้การจองตั๋วเครื่องบิน การจองที่พัก บัตรโดยสารรถไฟภายในประเทศ ตลอดจนการหาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว ส่งผลกระทบโดยตรงถึงบริษัทนำเที่ยว หลายบริษัทปรับตัวไม่ทันถึงขั้นต้องปิดกิจการไป

Wellness Tourism หรือในอีกหลากหลายชื่อ อาทิ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวเพื่ออายุวัฒนะ ถือเป็นการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม โดยจะมีการบรรจุโปรแกรมสุขภาพเข้าไปใน ทริปการท่องเที่ยว เช่น โปรแกรมการตรวจสุขภาพ การพบและปรึกษาแพทย์ การทำสปา การเสริมความงาม เป็นต้น นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ถือเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ มีกำลังซื้อสูง มีค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อวันในระดับที่สูง เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ทุกประเทศต้องการ

ปัจจุบันหลายประเทศในแถบยุโรป อเมริกา เกาหลี และญี่ปุ่น รวมไปถึงประเทศไทยของเรา กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เนื่องจากสุขอนามัยที่ดีขึ้น วิทยาการแพทย์ที่เจริญก้าวหน้าทำให้อายุของคนเฉลี่ยเพิ่มมากขึ้น คนทั่วโลกต่างสนใจในเรื่องการดูแลสุขภาพ

ที่ผ่านมาอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวในกลุ่ม Wellness Tourism สูงถึง 7% ต่อปี โดยในช่วงปี 2-3 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการตลาดธุรกิจ Wellness Tourism ของไทยสูงถึงประมาณ 3.2 แสนล้านบาท สูงเป็นอันดับที่ 13 ของโลก และอันดับที่ 4 ในเอเชีย รองจากจีน ญี่ปุ่นและอินเดีย นอกจากนี้ยังพบว่านักท่องเที่ยวแบบ Wellness Tourism จะมีค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 61% สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจในอนาคตที่ยังคงสดใส

ประเทศไทยของเรามีจุดแข็งหลายด้าน เช่น ธุรกิจสปา สมุนไพรไทย และสถานพยาบาลที่มีคุณภาพระดับโลก แต่ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลยังต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วมาก นอกจากธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแล้ว จุดแข็งด้านศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรมในศาสนสถาน ก็เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ประเทศเรามี การนำเสนอการท่องเที่ยววิถีไทยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสถึงวิถีชุมชนที่มีความหลากหลาย อาหารท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย การกระจายนักท่องเที่ยวไปยังจังหวัดรอง 55 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ แม้กระทั่งคนไทยเองยังไม่เคยได้สัมผัส และเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล

ปัจจัยจากความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้อง "ฉุกคิด เร่งทำ" เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับกระแสโลก ดึงจุดแข็งที่เรามีมาใช้ ประชาสัมพันธ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ช่วงชิงความได้เปรียบ รักษาความเป็นผู้นำในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยในเวทีโลก n

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่