posttoday
ยกเครื่องคนดิจิทัล

ยกเครื่องคนดิจิทัล

01 มกราคม 2561

นี่คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ผลการจัดอันดับเกี่ยวกับความพร้อมในการเข้าสู่ดิจิทัลของประเทศไทยจะยังอยู่ในอันดับท้ายๆ ของระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน สวนทางกับยุทธศาสตร์ของประเทศที่ไทยวางไว้ว่าอีก 20 ปีจะเป็นไทยแลนด์ 4.0 เพราะการจะยกระดับประเทศไปสู่ยุคดิจิทัล ไม่ใช่แค่เพียงการสร้างระบบนิเวศหรือดิจิทัล อีโคซิสเต็ม การแก้กฎหมาย การลงทุนสาธารณูปโภคโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับดิจิทัลเท่านั้น สิ่งสำคัญคือคน ที่ต้องพร้อมพัฒนาทักษะเป็นดิจิทัล

นี่คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ผลการจัดอันดับเกี่ยวกับความพร้อมในการเข้าสู่ดิจิทัลของประเทศไทยจะยังอยู่ในอันดับท้ายๆ ของระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน สวนทางกับยุทธศาสตร์ของประเทศที่ไทยวางไว้ว่าอีก 20 ปีจะเป็นไทยแลนด์ 4.0 เพราะการจะยกระดับประเทศไปสู่ยุคดิจิทัล ไม่ใช่แค่เพียงการสร้างระบบนิเวศหรือดิจิทัล อีโคซิสเต็ม การแก้กฎหมาย การลงทุนสาธารณูปโภคโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับดิจิทัลเท่านั้น สิ่งสำคัญคือคน ที่ต้องพร้อมพัฒนาทักษะเป็นดิจิทัล

ดังเห็นได้จากล่าสุดที่ นิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ และอินเทลลิเจนต์ยูนิต บริษัทวิเคราะห์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ เผยผลสำรวจความ เชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจดิจิทัลใน 45 เมืองใหญ่ทั่วโลกเป็นครั้งแรก โดยสำรวจผู้บริหาร 2,620 คน จาก 11 ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก พบว่า กรุงเทพฯ อยู่อันดับ 26 ตามหลังเมืองใหญ่ในอาเซียน เช่น มะนิลาประเทศฟิลิปปินส์อยู่อันดับ 6 จาการ์ตาประเทศอินโดนีเซียอยู่อันดับ 8 สิงคโปร์อยู่อันดับที่ 14 ส่วนกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซียอยู่อันดับ 39 อยู่ต่ำกว่าไทย

จากผลสำรวจจะเห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นส่วนที่ไทยได้อันดับแย่ที่สุดอยู่ที่ 29 จาก 45 อันดับ และ 41% ของผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่าไทยมีปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก โดยเฉพาะทักษะความปลอดภัยไซเบอร์เป็นเรื่องแรก ตามด้วยเรื่องผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดียการวิเคราะห์ บิ๊กดาต้า การทำเครือข่ายธุรกิจ และทักษะที่จำเป็นต่อการนำพาธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

เห็นได้ว่าผลสำรวจดังกล่าว แม้บางอย่างดูจะขัดแย้งกับการรับรู้ของคนทั่วไปว่า สิงคโปร์น่าจะเป็นเมืองที่มีระบบนิเวศดิจิทัลอันดับแรกของอาเซียน ดีกว่ากรุงมะนิลาฟิลิปปินส์ แต่เพราะกลุ่มตัวอย่างหวังว่าสิงคโปร์น่าจะดีกว่านี้ผลเลยออกมาได้อันดับต่ำกว่า เช่นเดียวกับผลสำรวจนักอุตสาหกรรมทั่วโลกแม้ที่ผ่านมาประเทศไทยมีอันดับดีขึ้นในหลายเรื่องที่จะพัฒนาเข้าสู่ระบบนิเวศของดิจิทัล มีการลงทุนสาธารณูปโภคไอซีทีจะรวดเร็ว เช่น การพัฒนาใช้โครงข่ายสื่อสารจาก 2จี ไป 3จี และ 4จี ได้เร็วในอันดับต้นๆ มีการลงทุนโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงกระจายไปทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของกรอบในการควบคุม การแก้กฎหมายให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงดิจิทัลด้านต่างๆ นับว่ายังช้ามาก ไม่เปิดกว้างมากเหมือนประเทศอื่น ที่หลายประเทศใช้วิธีปิดตาข้างหนึ่งให้บรรดาสตาร์ทอัพ สร้างสรรค์พัฒนาไปอย่างเต็มที่ และอีกสิ่งที่ประเทศไทยมีปัญหาทุกครั้งที่มีการสำรวจมากคือเรื่องทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะด้านดิจิทัลแย่ ซึ่งส่วนหนึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผลมาจากระบบการศึกษาของไทยที่ยังมีปัญหาอยู่มาก ขนาดนักการศึกษาออกมาบอกว่าการเตรียมคนในระบบการศึกษาของไทยให้พร้อมในยุคดิจิทัลแค่ปฏิรูปไม่พอ ต้องถึงขั้นปฏิวัติเพราะการเรียนการสอนปัจจุบันสิ่งที่เรียนในปี 1 กว่าจะจบปี 4 เทคโนโลยีนั้นก็ล้าสมัยไปแล้ว

ดังนั้น การจะสร้างคนไทยให้มีทักษะด้านดิจิทัลคงต้องยกเครื่องครั้งใหญ่ สร้างแรงจูงใจที่มากกว่านี้ เพราะการจะสร้างคนพันธุ์ดิจิทัลนอกจากเป็นกลุ่มดิจิทัลโดยกำเนิด (Digital native) หรือผู้ที่เกิดยุคดิจิทัลที่ปัจจุบันอายุ 10-29 ปีแล้วยังมีกลุ่มผู้อพยพสู่ดิจิทัล (Digital immigrant) พวกที่เกิดก่อนยุคดิจิทัลอายุ 30 ปีขึ้นไปถึง 60 หรือ 70 ปี แต่สนใจและมองเห็นประโยชน์จึงหันมาศึกษาและเรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยนี้ เมื่อเป็นเช่นนั้นรัฐคงต้องเปลี่ยนวิธียกเครื่องพัฒนาทักษะดิจิทัลคนไทยใหม่ได้แล้ว n

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69