posttoday
เศรษฐกิจไทย ปีจอโตมากขึ้น

เศรษฐกิจไทย ปีจอโตมากขึ้น

31 ธันวาคม 2560

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) คาดการณ์ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2561 ยังเติบโตได้ 4.0-4.5% จากปีที่ผ่านมาเติบโต 3.8% โดยมีทั้งปัจจัยบวกภายนอกประเทศและภายในประเทศเป็นแรงกระเพื่อมเศรษฐกิจ

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) คาดการณ์ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2561 ยังเติบโตได้ 4.0-4.5% จากปีที่ผ่านมาเติบโต 3.8% โดยมีทั้งปัจจัยบวกภายนอกประเทศและภายในประเทศเป็นแรงกระเพื่อมเศรษฐกิจ

มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน สำหรับนักบริหาร (MPPM Executive program) นิด้า เปิดเผยว่า ปัจจัยบวกที่ผลักดันให้เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้มากจากแนวโน้มต่างประเทศส่งสัญญาณเชิงบวกทั้งจากฝั่งยุโรปที่ส่งสัญญาณฟื้นตัวจากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และการคงมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ รวมถึงสัญญาณการทำเอฟทีเอกับประเทศไทย ซึ่งเป็นผลเชิงบวกต่อภาคการค้าและภาคการส่งออกของไทย

ขณะเดียวกัน ทางสหรัฐอเมริกาที่คาดว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่ดีเช่นกันจากการดำเนินนโยบายปรับลดอัตราภาษีนิติบุคคลจาก 35% เหลือ 21% ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป ที่ช่วยกระตุ้นการลงทุนให้เพิ่มสูงขึ้น และประเมินว่าเฟดจะประกาศปรับดอกเบี้ยนโยบายจาก 1.5% อีก 2-3 ครั้งในปี 2561 นี้ ส่วน คู่ค้าสำคัญของไทยอย่างประเทศญี่ปุ่น ก็มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายประการที่จะต้องดำเนินการต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการคิวอี และประเทศจีนมีการ ผ่อนคลายมาตรการควบคุมเงินทุนไหลออก มาตรการกระตุ้นการบริโภคภายใน ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตต่อเนื่องได้อีกหลายปี โดยประมาณ 6.5-7%

สำหรับอาเซียนซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทย ถือครองสัดส่วนการ ส่งออกของไทยมากถึง 25.7% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ก็ส่งสัญญาณเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มซีแอลเอ็มวี เฉลี่ยแล้วตลอดทั้งปี กลุ่มอาเซียนมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 6%

นอกจากนี้ กระแสความนิยมของประเทศไทยในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัวถึง 20.9% ส่วนในแง่รายได้เติบโต 24.4% โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ที่ยังให้ความสนใจเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นอันดับ 1 รองจากยุโรป ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้ว่า ปัจจัยดังกล่าวจะเป็นผลเชิงบวกต่อภาคการ ท่องเที่ยวและภาคการส่งออกของไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งประเมินว่าในปี 2561 ภาคการส่งออกของไทยจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 6%

ทั้งนี้ ปัจจัยบวกในประเทศนั้นภาครัฐยังคงใช้นโยบายการคลังเพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเร่งการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณปี 2560 ที่ยังคงค้างอยู่และจัดตั้งงบประมาณปี 2561 ที่สูงถึง 2.9 ล้านล้านบาท รวมถึงงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่มีมากถึง 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศที่มุ่งเป้าไว้ ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง

ภาครัฐมีโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐบาลหลายโครงการ ที่ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยก่อให้เกิดการจ้างงานและ รายได้ให้เพิ่ม นอกจากนี้การกำหนดการเลือกตั้งจะส่งผลเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นในสายตาต่างประเทศและบรรยากาศในการลงทุน และมีผลต่อการขับเคลื่อนภาคการลงทุนที่ขอผ่านทางบีโอไอได้อีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องระมัดระวังในปี 2561 คือ เศรษฐกิจฐานรากของไทยที่ยังฟื้นตัวช้ากว่าที่เป็น เพราะสัดส่วนหนี้สินภาคครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงอยู่ แม้ว่าภาครัฐจะเร่งรัดลงทุนหลายโครงการเป็นจำนวนมาก แต่การกระจายตัวเม็ดเงินของรายได้ยังไม่ดีนัก รวมถึงการกระจายตัวของประโยชน์จากนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรและเอสเอ็มอี ซึ่งหากสามารถดำเนินการแก้ไขในจุดเหล่านี้ได้ เชื่อมั่นว่าจะเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2561 สดใสมากขึ้น

"เรามองภาพรวมปีหน้า หากรัฐบาลลุยขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยงบลงทุนผ่านการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดิน การเร่งดำเนินการโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ให้เป็นรูปธรรมชัดเจน ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นด้วยการเลือกตั้ง มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีและเกษตรกร และเงื่อนไขเออีซีที่ยังคงเป็นโอกาสและเป็นผลเชิงบวกต่อการลงทุนให้กับประเทศได้ คาดว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะโตได้ดีกว่าปีนี้อย่างแน่นอน" มนตรี กล่าว

ขณะที่การคงระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังมีแนวโน้มทรงตัวที่ระดับ 1.5% ส่วนระดับอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอยู่ในช่วง 1.0-1.5% และค่าเงินบาทคาดว่าจะอยู่ในระดับ 31-33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และ SET Index น่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,875-1,925 จุด นับว่าเป็นสถิติของ ตลาดหลักที่สูงที่สุดตั้งแต่เปิดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2518 เป็นต้นมา

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่