
คลังขายพันธบัตร3พันล้าน
"อภิศักดิ์" สั่งเพิ่มวงเงินพันธบัตรออมทรัพย์กระทรวงการคลังอีก 3,000 ล้าน ขายให้รายย่อย เริ่มขาย 15 ม.ค. 2561
"อภิศักดิ์" สั่งเพิ่มวงเงินพันธบัตรออมทรัพย์กระทรวงการคลังอีก 3,000 ล้าน ขายให้รายย่อย เริ่มขาย 15 ม.ค. 2561
นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ 2561 ครั้งที่ 1 วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเปิดจำหน่ายเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2560 ขณะนี้จำหน่ายได้ครบตามวงเงินที่ประกาศแล้ว และเนื่องจากยังมีความต้องการซื้อจากประชาชน นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง จึงเห็นชอบให้จัดสรรวงเงินจำหน่ายเพิ่มเติมจำนวน 3,000 ล้านบาท ตามรุ่นอายุและอัตราดอกเบี้ยเดิม คือเป็นพันธบัตรแบบ ไร้ใบตราสาร (Scripless) รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.85% และรุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.45% เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.-30 มี.ค. 2561
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังขอสงวน สิทธิในการจำหน่ายให้แก่บุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น รายละไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อธนาคารตัวแทนจำหน่าย จากที่รอบแรกเปิดจำหน่ายให้กับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย สภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคม วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ นิติบุคคลอื่นที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ในเวลาทำการตั้งแต่เวลา 08.30 น. ของวันที่ 15 ม.ค. 2561 จนถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 30 มี.ค. 2561 โดยสามารถทำรายการซื้อผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารตัวแทนจำหน่ายทุกสาขา เครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) และระบบอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งของธนาคารตัวแทนจำหน่ายทั้ง 4 แห่ง และผ่าน KTB netbank Application ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนให้สามารถเข้าถึงพันธบัตรออมทรัพย์ได้ตลอดเวลา
รายงานข่าวจาก สบน. ระบุว่า แผนออกพันธบัตรออมทรัพย์ในปีงบประมาณ 2561 สบน.ได้เตรียมไว้ มีจำนวนเท่ากับปีก่อนคือ 3 หมื่นล้านบาท
ขณะที่แผนบริหารหนี้สาธารณะปีงบประมาณ 2561 มีวงเงินรวมกว่า 1.5 ล้านล้านบาท แยกเป็น แผนการก่อหนี้ใหม่วงเงิน 5.82 แสนล้านบาท และแผนการบริหารหนี้เดิม 9.2 แสนล้านบาท และรับทราบแผนการบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่ต้องขออนุมัติคณะรัฐมนตรีภายใต้กรอบวงเงิน 1.61 แสนล้านบาท โดย สบน. ได้จัดทำหนังสือแนวทางการบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจและมีการจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็น ได้ใช้ให้รัฐวิสาหกิจมีการบริหารต้นทุนและดูแลความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ให้รัฐวิสาหกิจกระจายภาระหนี้ ในระยะ 1-3 ปี เพื่อลดความเสี่ยงจากการปรับโครงสร้างหนี้







