posttoday
แชริ่ง อีโคโนมี เทรนด์ใหม่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

แชริ่ง อีโคโนมี เทรนด์ใหม่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

25 ธันวาคม 2560

ภาวนิศร์ ชัววัลลีสำนักงานภาคใต้ ธนาคารแห่งประเทศไทยกระแสนิยม "ดิจิทัล อีโคโนมี" ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน กระตุ้นให้ผู้คนตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ในการทำธุรกิจ การค้า บริการ รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ

ภาวนิศร์ ชัววัลลีสำนักงานภาคใต้ ธนาคารแห่งประเทศไทย

กระแสนิยม "ดิจิทัล อีโคโนมี" ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน กระตุ้นให้ผู้คนตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ในการทำธุรกิจ การค้า บริการ รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ

เนื่องจากความก้าวหน้าของระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีในการสื่อสารที่ทันสมัย ทำให้ระบบเศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ

หนึ่งในนั้นคือ ระบบแชริ่ง อีโคโนมี (Sharing Economy) หรือแนวคิดของเศรษฐกิจแบ่งปัน ซึ่งมาจากความต้องการที่จะสร้างรายได้จากการแลกเปลี่ยนการบริโภคจากสินค้าและบริการที่ตนมีอยู่ แต่มีปริมาณมากเกินความต้องการ โดยมีจุดเริ่มต้นจากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำในปี 2550-2551 จึงเกิดแนวคิดที่ต้องการหารายได้เสริม รวมถึงหาผู้ที่ร่วมจ่ายค่าสินค้าเพื่อแบ่งเบาภาระหนี้สิน จนเกิดเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ ระบบแชริ่ง อีโคโนมี จะเติบโตได้ดีจะต้องมีการพัฒนาการประมวลข้อมูลบนระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อทำให้ผู้ที่ต้องการแบ่งปันสินค้าส่งข้อมูลถึงผู้ที่ต้องการใช้สินค้าได้อย่างสะดวก รวดเร็ว แม้จะอยู่ห่างกันคนละซีกโลก โดยผ่านแพลตฟอร์มบนระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นตัวกลางที่ 3 เรียกว่า P2P หรือ เพียร์-ทู-เพียร์ (Peer-To-Peer) ในการเชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายเข้าด้วยกัน

ตัวอย่างเช่น eBay และ Craigslist ซึ่งเป็นเว็บไซต์ชื่อดังในการซื้อขายสินค้าใช้แล้วและสินค้าใหม่โดยคนทั่วไป ไม่จำเป็นต้องเป็นร้านค้าเท่านั้น

นอกจากการซื้อขายสินค้าและบริการแล้ว แนวคิดนี้ยังได้ถูกปรับมาใช้ในธุรกิจทางการเงิน บันเทิง และธุรกิจอื่นๆ รวมถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งมีความหลากหลายในบริการ

ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ขนส่ง ร้านค้า ร้านอาหาร บริการนำเที่ยว และสถานที่ท่องเที่ยว อันเนื่องมาจากรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป ผู้คนรุ่นใหม่นิยมเดินทางด้วยตนเองมากขึ้น โดยในปี 2559 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางด้วยตนเองในไทยคิดเป็นร้อยละ 64 ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องการหาประสบการณ์แปลกใหม่ และต้องการซึมซับวัฒนธรรม ท้องถิ่น ซึ่งแพลตฟอร์มแชริ่ง อีโคโนมี ยอดนิยมคงหนีไม่พ้นตัวกลางผู้ให้บริการที่พักอย่าง Airbnb และ ด้านการขนส่งอย่าง UBER และ Grab

Airbnb ให้บริการที่พักสำหรับ ผู้เดินทางทั่วโลกที่ต้องการหาที่พักราคาประหยัด หรือมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเจ้าของที่พักคือคนในท้องถิ่นที่มีห้องหรือบ้านเกินความต้องการใช้ โดย Airbnb มีรายได้จากค่าคอมมิชชั่นประมาณ ร้อยละ 6-12 ของราคาห้องพัก ซึ่งการให้เช่าที่พักรูปแบบนี้ถือว่า Win-Win ทั้งผู้ให้เช่าและผู้ใช้บริการ เนื่องจากนักท่องเที่ยวซึมซับวัฒนธรรมในท้องถิ่นได้อย่างเต็มที่ พบประสบการณ์ใหม่ๆ และห้องพักราคาต่ำที่มาพร้อมห้องครัว

ในส่วนของผู้ให้เช่าเองก็ได้พบปะ ผู้คนใหม่ๆ เปิดมุมมองเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่หลากหลาย และได้เผยแพร่วัฒนธรรมในท้องถิ่นให้กับชาว ต่างชาติ จากสถิติห้องพักของ Airbnb พบว่าที่พักประเภท Traditional Hotel ได้รับความนิยมจากผู้ใช้บริการ Airbnb เป็นอันดับ 1 ที่ร้อยละ 49 ซึ่งกลุ่ม เป้าหมายของ Airbnb ไม่ได้มีเพียง ผู้เดินทางงบน้อยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้เดินทางเพื่อธุรกิจที่ต้องการที่พักราคาเหมาะสม มีรูปแบบบ้านพักที่หลากหลาย บริการดีเยี่ยม เพื่อการประหยัดต้นทุนของบริษัท สามารถนำเงินที่เหลือไปใช้เพื่อดำเนินกิจกรรมอื่นของธุรกิจ

จึงไม่น่าแปลกใจที่ในปี 2552-2559 Airbnb มีอัตราการเติบโตของผู้เข้าพักเฉลี่ยถึงร้อยละ 225 ต่อปี มีผู้ใช้บริการแล้วกว่า 200 ล้านคน บริการห้องพัก 4.2 ล้านแห่ง จาก 190 ประเทศทั่วโลกและยังมีโอกาสขยายได้อีกมาก อีกทั้งยังมากกว่าโรงแรมเครือระดับโลกอย่าง Hilton ที่มีห้องพักประมาณ 0.8 ล้านห้องจาก 103 ประเทศทั่วโลก

เช่นเดียวกับบริการรถ Taxi อย่าง UBER, Grab, และ Lyft ที่ประสบความสำเร็จจากการนำแนวคิดแชริ่ง อีโคโนมี มาประยุกต์ใช้โดยทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มตัวกลางระหว่างคนขับรถและผู้โดยสาร มีรายได้จากค่าคอมมิชชั่นประมาณร้อยละ 20 ต่ออัตราค่าโดยสารในแต่ละครั้ง มีจุดเด่นคือความสะดวก รวดเร็ว เรียกบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งมี GPS บอกจุดรับผู้โดยสารและเป้าหมายปลายทางชัดเจน ได้รับความนิยมอย่างมากในเมืองใหญ่ เช่น นิวยอร์กและสิงคโปร์ เป็นต้น

นอกจากนี้ เมื่อนึกถึงการท่องเที่ยวเป็นระยะเวลายาวๆ คนส่วนใหญ่มักเช่ารถเพื่อขับเอง โดยจะใช้บริการจากบริษัทให้เช่ารถ เช่น Hertz, enterprise, และ AVIS เป็นต้น ซึ่งมีผู้นำแนวคิดแชริ่ง อีโคโนมี มาจับธุรกิจนี้เช่นกัน Turo.com เป็นแพลตฟอร์มหนึ่งที่เริ่มเป็นที่รู้จักในทวีปอเมริกาเหนือ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ที่มีรถกับผู้ที่ต้องการเช่ารถ จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับ Airbnb แต่เปลี่ยนจากการเช่าที่พักเป็นเช่ารถจากบุคคลธรรมดา โดยมีรายได้จากค่าคอมมิชชั่นในแต่ละรอบการเช่ารถ

ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีกธุรกิจหนึ่งที่แชริ่ง อีโคโนมี เริ่มเข้ามามีบทบาท คือ การจัดโปรแกรมทัวร์ โดยเว็บไซต์ของ Airbnb เริ่มมีการเปิดพื้นที่ให้คนในท้องถิ่นจัดโปรแกรมทัวร์ให้กับนักท่องเที่ยว โดยใช้ประสบการณ์และความชำนาญของตนเองในการแนะนำสถานที่และทำกิจกรรมในชุมชน ซึ่งมีแพ็กเกจทัวร์คล้ายคลึงกับบริษัททัวร์ แต่มีโปรแกรมที่หลากหลายกว่า จึงมีแนวโน้มที่ธุรกิจนี้จะเติบโตได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีผู้ให้บริการที่ใช้แนวคิดแชริ่ง อีโคโนมี ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีกมากมาย

ขณะที่ธุรกิจอาหารยังไม่นำแนวคิดแชริ่ง อีโคโนมี มาใช้อย่างชัดเจน จะมีเพียงแพลตฟอร์มที่เป็นตัวกลางให้กับร้านอาหาร อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอาจมีแชริ่ง อีโคโนมี ในธุรกิจอาหารจากครัวเรือนผ่านแพลตฟอร์มบนอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นก็เป็นไปได้

ถึงแม้ธุรกิจแชริ่ง อีโคโนมี จะมีข้อดีมากมาย แต่ความเสี่ยงของธุรกิจประเภทนี้ยังมีอยู่ เช่น ความเสียหายของทรัพย์สินที่อาจเกิดขึ้น และความปลอดภัยอันเนื่องมาจากความน่าเชื่อถือของผู้เช่าและผู้ให้เช่า ซึ่งทางเว็บไซต์ได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยไว้ระดับหนึ่งในการคัดกรอง ผู้ให้เช่าและผู้เช่า

เมื่อทั้งระบบเทคโนโลยีและความปลอดภัยมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ระบบแชริ่ง อีโคโนมี น่าจะเหมาะสำหรับคนในยุคต่อจากนี้ ที่จะมีความเป็นปัจเจกบุคคลมากขึ้น และจากแนวโน้มของสังคมผู้สูงอายุ จะทำให้ 1) คนหารายได้เสริมนอกเหนือจากรายได้ประจำ 2) เกิดอาชีพ Freelance มากขึ้น 3) เป็นแหล่งรายได้ให้กับคนวัยเกษียณ 4) ผู้สูงอายุที่ทำธุรกิจนี้สามารถลดความจำเจด้วยประสบการณ์ใหม่ๆ จากลูกค้า

แม้ปัจจุบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากยังเป็นลูกค้าคนละกลุ่มและราคาการท่องเที่ยวในไทยยังถือว่าต่ำกว่าต่างประเทศ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจรูปแบบนี้จะเข้ามากระทบมากยิ่งขึ้น จากการเติบโตของจำนวนห้องพัก Airbnb ในไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย ปีละกว่า 2 เท่าตัว

อีกทั้งนักท่องเที่ยวหลักอย่างจีน มีรูปแบบการท่องเที่ยวแบบสมาร์ท ทัวริสซึม คือการใช้มือถือและเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยในการท่องเที่ยว ทำให้สะดวกต่อการเดินทางด้วยตัวเองมากขึ้น และยังพบว่าธุรกิจแชริ่ง อีโคโนมี ในจีนมีการเติบโตเร็วมาก ดังนั้น การรับมือ ด้วยการปรับตัวสำหรับธุรกิจรูปแบบเดิมๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในยุคดิจิทัล

**บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก