posttoday
ทิศทางการลงทุนปี 2561 ปรับพอร์ต...ให้รอดวิกฤต

ทิศทางการลงทุนปี 2561 ปรับพอร์ต...ให้รอดวิกฤต

26 ธันวาคม 2560

พรชัย อร่ามอาภากุลต้องยอมรับว่าปี 2560 เป็นอีก 1 ปีที่การลงทุนหุ้นทั่วโลกให้ผลตอบแทนอย่างน่าประทับใจ และเชื่อเหลือเกินว่านักลงทุนส่วนใหญ่มองภาพการลงทุนในปี 2561 น่าจะออกมาสดใสต่อเนื่อง แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่แน่เสมอไปที่จะเป็นเช่นนั้น ในช่วงเวลาที่ทุกอย่างดูสดใสนี้ มักเป็นช่วงที่มีโอกาสเกิดวิกฤตสูงด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าเราจะหลีกเลี่ยงการเกิดวิกฤตได้ยาก แต่หากเราตั้งรับได้เหมาะสมก็จะสามารถจำกัดความเสียหายไปได้มาก ส่วนจะตั้งรับอย่างไรนั้นมาดูกันเลยครับ

พรชัย อร่ามอาภากุล

ต้องยอมรับว่าปี 2560 เป็นอีก 1 ปีที่การลงทุนหุ้นทั่วโลกให้ผลตอบแทนอย่างน่าประทับใจ และเชื่อเหลือเกินว่านักลงทุนส่วนใหญ่มองภาพการลงทุนในปี 2561 น่าจะออกมาสดใสต่อเนื่อง แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่แน่เสมอไปที่จะเป็นเช่นนั้น ในช่วงเวลาที่ทุกอย่างดูสดใสนี้ มักเป็นช่วงที่มีโอกาสเกิดวิกฤตสูงด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าเราจะหลีกเลี่ยงการเกิดวิกฤตได้ยาก แต่หากเราตั้งรับได้เหมาะสมก็จะสามารถจำกัดความเสียหายไปได้มาก ส่วนจะตั้งรับอย่างไรนั้นมาดูกันเลยครับ

ไล่ล่ากลิ่นของวิกฤตก่อนที่มันจะเกิดขึ้น

สิ่งที่จำเป็นที่สุดอย่างแรก คือ ต้องทลายกรอบความคิดที่ว่า "ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิม" ซึ่งมักเป็นคำกล่าวที่นักลงทุนหรือนักการเงินในช่วงเวลาที่ราคาหุ้นในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (คล้ายๆ กับภาวะที่เกิดขึ้นในปี 2560) โดยในช่วงเวลาดังกล่าวมักจะมีนักลงทุนหน้าใหม่หรือนักวิเคราะห์ในตลาดให้คำอธิบายถึงการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นว่ามีปัจจัยพื้นฐานลักษณะใหม่ๆ รองรับ ซึ่งทำให้พวกเขามั่นใจว่าการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นในรอบใหม่นี้จะไม่เกิดจากปรากฏการณ์ฟองสบู่เหมือนในทุกรอบที่ผ่านมา ซึ่งทุกๆ ครั้งความคิดแบบนี้มักจะ "ผิด"

อะไรบ้างที่สุ่มเสี่ยงจะเป็นที่มาของวิกฤต (ไม่ได้บอกว่าจะต้องเกิดขึ้นแน่ๆ แต่ระวังไว้ก็ไม่เสียหาย)

1) ดอกเบี้ยขาขึ้นในขณะที่หนี้สินของประเทศขนาดใหญ่ยังท่วม ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐที่ระดับหนี้ปัจจุบันอยู่ราว 330% ของจีดีพี ขณะที่แผนปฏิรูปภาษีจะเพิ่มให้ภาระหนี้ภาครัฐของสหรัฐสูงขึ้นไปอีก ขณะที่ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐเองก็ยังส่งสัญญาณว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นค่อนข้างแน่ในปี 2561 นี้ ประเทศเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลกอย่างจีน ล่าสุดระดับหนี้ปัจจุบันอยู่ราว 300% ของจีดีพี ซึ่งอาจดูน้อยกว่าสหรัฐ แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือ หนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้ภาคเอกชน แน่นอนว่าคุมยากกว่าหนี้ภาครัฐ รวมทั้งอัตราการเติบโตของหนี้อยู่ในระดับสูง ยังไม่รวมประเทศขนาดใหญ่อื่น ทั้งญี่ปุ่นและยุโรปที่ระดับหนี้ก็สูงไม่แพ้กัน

2) สถานการณ์เกาหลีเหนือที่อาจลุกลามบานปลาย โดยเฉพาะกับภาวะปัจจุบันที่ทั้งสองฝ่ายยังคงมีท่าทีที่แข็งกร้าว ระหว่าง คิมจองอึน กับ โดนัลด์ ทรัมป์ การกระทบกระทั่งนี้อยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง เพราะหากมีอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ผลกระทบคงยากที่จะประเมินได้

3) ฟองสบู่ของสกุลเงินดิจิทัลอย่างบิตคอยน์ แม้กระทั่งนักลงทุนระดับพันล้านในตำนานอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ ยังย้ำถึงฟองสบู่ของสกุลเงินบิตคอยน์ ว่า "คุณไม่สามารถให้มูลค่าบิตคอยน์ได้ เพราะว่ามันไม่ใช่ ASSET ที่มีมูลค่าอะไรเลย" ทั้งนี้ บิตคอยน์ให้ผลตอบแทนกว่า 1000% ในช่วงปี 2560

4) ความคาดหวังที่สูงลิ่วของตลาดหุ้นทั่วโลก ซึ่งสะท้อนจาก Valuation โดยภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวขึ้นมาแรงในปี 2560 ส่งผลกระทบต่อ Valuation ของหุ้นที่แพงขึ้นมากเช่นกัน โดยหากดูจากค่า Forward P/E Ratio ของ MSCI World อยู่ที่ประมาณ 17X ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ประมาณ 14X โดยค่าพี/อีที่สูงนี้สะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนที่สูงเช่นกัน โดยสถิติแล้วการลงทุนหุ้นในช่วงที่พี/อีสูง สถิติบอกชัดเจนว่า มักให้ผลตอบแทนที่ไม่สู้ดีนัก

แล้วจะปรับพอร์ตอย่างไรเพื่อจำกัดความเสียหาย หากเกิดวิกฤตขึ้นมาจริงๆ

แนะนำว่าควรลงทุนแบบ ASSET ALLOCATION โดยให้ความสำคัญต่อการจัดสรรเงินลงทุนไปใน Asset class ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายความเสี่ยง อันได้แก่ ทองคำ อีกทางเลือกที่น่าสนใจ คือ กองทุนที่ใช้กลยุทธ์ Market Neutral ซึ่งผลตอบแทนไม่ได้อ้างอิงกับภาวะเศรษฐกิจ นอกจากนี้การกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ที่ทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจมากกว่าหุ้น เช่น อสังหาริมทรัพย์ หรือตราสารหนี้ ก็ยังสามารถตอบโจทย์การกระจายความเสี่ยงที่ดีได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดี การลงทุนในหุ้นก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นต่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว แต่ด้วยความที่ Valuation ค่อนข้างแพงในปัจจุบัน นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังและมีการลงทุนอย่าง คัดสรรมากขึ้น โดยอาจต้องคัดเลือกหุ้นที่ยังมี Valuation ที่ยังไม่แพง และมีปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจน รวมทั้งอาจต้องกระจายคามเสี่ยงไปยังตลาดต่างประเทศ หรือพูดง่ายๆ ว่าหากจะลงทุนในหุ้นต้องทำการบ้านให้หนักขึ้นในปี 2561 นี้ และควรหาที่ปรึกษาการลงทุนที่มีประสบการณ์ที่ช่วยให้การวางแผนการลงทุนมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

การวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบและรัดกุมเพียงพอนั้น ย่อมสามารถที่จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ รวมทั้งยังจำกัดความเสี่ยงจากการลงทุนได้ดีอีกด้วย ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการลงทุนปี 2561 สวัสดีปีใหม่ครับ n

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก