posttoday
ทะลุจุดสูงสุด ปี 2537

ทะลุจุดสูงสุด ปี 2537

20 ธันวาคม 2560

อรลักษณ์ วงศ์มาศานักวิเคราะห์อนุพันธ์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย)เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) แกว่งขึ้นตามคาดมาทำจุดสูงสุดที่ 1,744 จุด ใกล้เป้าหมายดัชนีปีนี้ของ KGI ที่ 1,750 จุด จากแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันที่เข้ามาซื้อต่อเนื่องกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท ตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. ขณะที่สหรัฐและยุโรป ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายและผ่านกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับใหม่ได้ตามคาด ยุโรปยังไม่มีมาตรการเพิ่มเติมหนุนให้ตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นโลกมีวงจรเชิงบวกต่อเนื่อง

อรลักษณ์ วงศ์มาศานักวิเคราะห์อนุพันธ์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย)

เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) แกว่งขึ้นตามคาดมาทำจุดสูงสุดที่ 1,744 จุด ใกล้เป้าหมายดัชนีปีนี้ของ KGI ที่ 1,750 จุด จากแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันที่เข้ามาซื้อต่อเนื่องกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท ตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. ขณะที่สหรัฐและยุโรป ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายและผ่านกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับใหม่ได้ตามคาด ยุโรปยังไม่มีมาตรการเพิ่มเติมหนุนให้ตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นโลกมีวงจรเชิงบวกต่อเนื่อง

ในปีหน้าเศรษฐกิจไทยยังจะมีวงจรขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยนักเศรษฐศาสตร์ KGI คาดอัตราเติบโตเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยปีหน้าโต 4.8% จากปีนี้ที่โต 4.0% การส่งออกที่ขยายตัวดีต่อเนื่องและผลของฐานที่ต่ำในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาส 2 ของปีนี้ ขณะที่กำไรของบริษัทจดทะบียน (บจ.) ในตลาดหุ้นไทยจะขยายตัวได้สูงขึ้น โดยเพิ่งปรับคาดการณ์อัตราส่วนกำไรต่อหุ้น (EPS) ปีหน้าสู่ระดับ 114.5 บาท จากเดิม 113.0 บาท เพื่อสะท้อนการปรับคาดการณ์ราคาน้ำมันโลกในปีหน้าขึ้นอีก 4 ดอลลาร์สหรัฐ สู่ระดับ 56 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันขยายเวลาข้อตกลงลดปริมาณการผลิตน้ำมันอีก 1.8 ล้านบาร์เรล/วัน ไปจนถึงสิ้นปีหน้า และความต้องการน้ำมันโลกที่ขยายตัวดีกว่าคาด ซึ่งจะทำให้กำไรของ บจ.ปีหน้าขยายตัว 13% เทียบกับปีนี้ขยายตัวเพียง 5%

ทั้งนี้ KGI ให้เป้าหมายดัชนี SET ในปีหน้าที่ 1,840 จุด โดยอิงจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรที่ 16.1 เท่า และสมมติฐานกำไรต่อหุ้นในช่วง สิ้นปีหน้าที่ 114.5 จุด

ในไตรมาสแรกปีหน้า คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโตแบบเร่งตัว ประเมินจีดีพีในไตรมาสแรกปีหน้าจะโตถึง 4.8-4.9% เป็นผลจากฐานที่ต่ำในปีนี้และเศรษฐกิจไทยขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยภาวะการดำเนินธุรกิจจะกลับสู่ภาวะปกติ ขณะที่ภาคการผลิตและส่งออกจะขยายตัวต่อเนื่อง น่าจะหนุนให้มีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติกลับมาลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้ในไตรมาสแรกของปีหน้า เทียบกับปีนี้เป็นยอดขายสุทธิราว 2.8 หมื่นล้านบาท และเดือน ธ.ค.เป็นยอดขายสุทธิราว 1.1 หมื่นล้านบาท

ทิศทางหลักค่าเงินดอลลาร์ในปีหน้าอาจจะอ่อนค่าลง เนื่องจากตลาดรับรู้ปัจจัยบวกของสหรัฐเรื่องกฎหมายปฏิรูปภาษีไว้แล้ว และการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดน่าจะเป็นไปตามการส่งสัญญาณนโยบาย 3 ครั้ง ขณะที่ด้านยุโรปน่าจะคงมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ไปจนถึงเดือน ก.ย.ปีหน้า มูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามในบางช่วงค่าเงินดอลลาร์อาจกลับมาแข็งค่าขึ้นได้บ้างในระยะสั้น

นักเศรษฐศาสตร์ KGI ประเมินว่า ค่าเงินบาทเฉลี่ยปีหน้าจะอยู่ที่ 32.2 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่อเนื่อง ทิศทางดอลลาร์จะกลับมาอ่อนค่า หนุนให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเดือน ม.ค.ถึงกลางเดือน ก.พ.ปีหน้าจากผลของฤดูกาล ซึ่งเป็นปัจจัยบวกหนุนให้มีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ

กลยุทธ์การลงทุนเดือน ม.ค.แนวโน้มเป็นการแกว่งตัวขึ้นต่อเนื่อง แต่อาจสลับชะลอลงสั้นได้บ้าง โดยเฉพาะในช่วงเปิดตลาดหลังปีใหม่ อาจจะเผชิญแรงขายจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ครบกำหนดบ้าง เป็นจังหวะเหมาะในการเข้าซื้อ แนะนำเปิดสถานะซื้อ (Long) ในสัญญา S50H18 ที่แนวรับ 1,115/1,095 จุด และรอปิดสถานะโดยขาย (Short) เมื่อปรับขึ้นมาใกล้แนวต้าน 1,135/1,160 จุด โดยให้จุดพิจารณาตัดขาดทุนหากหลุดต่ำกว่า 1,095 จุด

สำหรับทองคำเดือน ม.ค.คาดว่าจะแกว่งตัวขึ้น หลังจากตลาดได้รับรู้ปัจจัยทั้งเรื่องเฟดขึ้นดอกเบี้ยนโยบายและกฎหมายปฏิรูปภาษีสหรัฐ นอกจากนี้ยังจะมีผลบวกจากช่วงก่อนวันตรุษจีน (วันที่ 16 ก.พ. 2561) ที่มักจะมีแรงซื้อทองคำเข้ามา ยังคงแนะนำกลยุทธ์ย่อซื้อและขึ้นขาย โดยแนะนำซื้อสัญญาทองคำล่วงหน้า GF10G18 เมื่อชะลอลงมาที่แนวรับ 19,450/19,150 บาท และขายเมื่อปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 19,800/20,150 บาท โดยให้พิจารณาตัดขาดทุนออกไปก่อน หากผิดคาดทะลุต่ำกว่าแนวรับ 19,150 บาท

หากมองไปในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่ามีโอกาสแกว่งตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง และอาจเผชิญแรงขายทำกำไรบ้างเมื่อปรับขึ้นแรง โดยได้แรงซื้อจากกองทุน LTF และกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เป็นตัวหนุนให้ตลาดหุ้นชะลอลงไม่มากถึงแกว่งตัวขึ้นได้ รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ คือ จีดีพีประจำไตรมาส 3/2560 ที่เพิ่งประกาศออกมาขยายตัว 4.3% ถือว่าแข็งแกร่ง

ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ KGI คาดว่าวงจรการขยายตัวยังคงจะต่อเนื่องในไตรมาส 4 ที่อาจโตอย่างแข็งแกร่งที่ 4.7% จากตัวเลขส่งออกที่ออกมาดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสินค้าอุตสาหกรรม น่าจะส่งผลให้ดัชนีภาคการผลิตขยายตัวแข็งแกร่ง ทำให้นักเศรษฐศาตร์ KGI คาดการณ์จีดีพีทั้งปีนี้โตกว่า 4%

อย่างไรก็ดี KGI ยังคงเป้าหมายดัชนี SET ในปีนี้ขึ้นสู่ระดับ 1,750 จุด โดยอิงจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรที่ 16.3 เท่า โดยใช้สมมติฐานกำไรต่อหุ้นในช่วงกลางปี 2561 ที่ 107.6 จุด และให้เป้าหมายดัชนี SET ในปีหน้าที่ระดับ 1,830 จุด โดยอิงอัตราส่วนราคาต่อกำไรที่ 16.2 เท่าสมมติฐานกำไรต่อหุ้นในช่วงสิ้นปีหน้าที่ 113.3 จุด โตขึ้น 12% จากกำไรในช่วงสิ้นปีนี้

กลยุทธ์การลงทุนเดือน ธ.ค.คาดว่าแนวโน้มแกว่งตัวขึ้นต่อเนื่อง แต่อาจสลับชะลอลงสั้น เป็นจังหวะเหมาะในการเข้าซื้อ แนะนำเปิดสถานะซื้อ (Long) ในสัญญา S50Z17 ที่แนวรับ 1,080/1,065 จุด และรอปิดสถานะโดยขาย (Short) เมื่อปรับขึ้นมาใกล้แนวต้าน 1,100/1,125 จุด โดยให้จุดพิจารณาตัดขาดทุนหากหลุดต่ำกว่า 1,065 จุด

สำหรับกลยุทธ์ทองคำคาดว่าแกว่งตัวในกรอบ 19,600-20,400 บาท ต่ำลงจากเดือนก่อนหน้าที่แกว่งตัวในกรอบ 19,900-20,530 บาท เนื่องจากทิศทางค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นแรงต่อเนื่องในช่วงก่อนการประชุมเฟดส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศลงแรงกว่าราคาทองคำโลก ทองคำมีโอกาสปรับลงค่อนข้างจำกัด ยังคงแนะนำกลยุทธ์ย่อซื้อและขึ้นขาย

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่