posttoday
ปีใหม่…เศรษฐกิจและ การเมืองจะเป็นอย่างไร

ปีใหม่…เศรษฐกิจและ การเมืองจะเป็นอย่างไร

21 ธันวาคม 2560

ดร.ธนิต โสรัตน์ & รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย"Merry Christmas" สุขสันต์-แฮปปี้ วันคริสต์มาส วันนี้เป็นวันที่คนส่วนใหญ่ทั่วโลกมีความสุข โดยเฉพาะผู้นับถือคริสต์ศาสนา สําหรับคนไทยไม่ว่าเทศกาลอะไรก็พลอยฉลองมีความสุขไปกับเขา ถือเป็นเสน่ห์อัตลักษณ์ความเป็นไทยที่เข้ากับชาวบ้านกับเขาได้ทุกเรื่อง

ดร.ธนิต โสรัตน์ & รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย

"Merry Christmas" สุขสันต์-แฮปปี้ วันคริสต์มาส วันนี้เป็นวันที่คนส่วนใหญ่ทั่วโลกมีความสุข โดยเฉพาะผู้นับถือคริสต์ศาสนา สําหรับคนไทยไม่ว่าเทศกาลอะไรก็พลอยฉลองมีความสุขไปกับเขา ถือเป็นเสน่ห์อัตลักษณ์ความเป็นไทยที่เข้ากับชาวบ้านกับเขาได้ทุกเรื่อง

อีกไม่กี่วันปีระกา 2560 กําลังผ่านพ้นไปสู่ปีจอ พ.ศ. 2561 ซึ่งคงเหมือนทุกครั้งพอเปลี่ยนปี คนที่ถือเคล็ดคงไปหาวิธีแก้ปีชงหรือทําบุญขอให้ปีใหม่เฮงๆ โดยคาดหวังว่าปีที่กําลังจะเข้ามาขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ ซึ่งแน่นอนปีนี้อาจเป็นความสุขของคนบางคนหรือบางกลุ่ม แต่อาจเป็นความทุกข์สาหัสของใครบางคน ก็ขอให้บ๊ายบายผ่านออกไปจากชีวิต โดยเฉพาะพวกที่ใช้นาฬิกาหรูราคาหลายล้านคงต้องตอบคําถามให้ได้ว่าได้มาอย่างไร

สําหรับประเทศไทยคงไม่ต่างกัน เพราะประชาชนแต่ละคนเป็นหน่วยของสังคม การที่รู้ว่าปีใหม่จะเป็นอย่างไร ดีหรือไม่ดี หากใช้แนวทางโหราศาสตร์โดยนําวันและเดือนเข้ามาของ คสช.เป็นเกณฑ์คงต้องบอกว่าดวงยังแข็งแรง เห็นได้จากท่านนายกฯ เมื่อพุธที่แล้วออกกําลังกายยกเข่าอัดเสาที่ทําเนียบ ยืนยันว่าแข็งแรงแน่นอน เปรียบเทียบแสดงถึงรัฐบาลประยุทธ์ 5 มีเสถียรภาพ แถมตัวผู้นําประเทศเป็นคนดวงดี รักษาตําแหน่งไปถึงปี 2562 พวกที่รอเลือกตั้งคงต้องรอไปอีกหน่อย

ที่กล่าวนี้อย่าถือเป็นเรื่องจริงจัง เป็นเรื่องของโหราศาสตร์ แต่ถึงไม่ต้องให้หมอดูมาบอกคงเห็นตรงกันว่าเสถียรภาพของรัฐบาลยังคงดี ทําให้ปีหน้าการเมืองนิ่ง ซึ่งจะเป็นคุณูปการด้านเศรษฐกิจของประเทศเพราะการเมืองกับเศรษฐกิจเป็นของคู่กัน โดยเฉพาะในยุคของทหารการเมืองนําเศรษฐกิจ ปีหน้าการลงทุนของรัฐบาลเหยียบคันเร่งดันโครงสร้างพื้นฐานมากันพรึบ มีการลงทุนต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ที่ชัดเจนคือการเดินหน้ารถไฟ ไฮสปีดไทย-จีน ซึ่งปักหมุดไปไม่กี่วันเม็ดเงินลงทุนปีหน้าคงมากกว่า 8 แสน ล้านบาท

ด้านภาคเอกชน ปี 2561 เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวแน่นอน โดยเฉพาะหัวหอก เช่น สหรัฐ อียู ญี่ปุ่นและจีน ซึ่งจะทําให้ส่งออกของไทยขยายตัวปีนี้ใกล้เคียงร้อยละ 10 ปีหน้ากระทรวงพาณิชย์ปรับเป้าเป็นร้อยละ 6.5 ซึ่งจะทําให้การลงทุนของเอกชนกลับมาขยายตัวได้เป็นบวก หลังจากที่ก่อนหน้านี้นิ่งมาหลายปี

ในด้านตลาดหุ้นปีหน้ามีแนวโน้มว่าจะเป็นปีทอง มีการประเมินว่าจะทะยานไปแตะ 1,900-2,000 จุด เพราะประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐ คงขึ้นดอกเบี้ยแบบจิ๊บจ๊อย และกฎหมายลดภาษีนิติบุคคลของคุณทรัมป์จะทําให้บริษัทต่างๆ ของสหรัฐมีกําไรมากขึ้น โดยเม็ดเงินจะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดเงิน ภายใต้ทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาลมีความมั่นใจถึงขั้นออกมาการันตีว่าปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะทะยานเทกออฟอย่างที่ไม่เคย โดยรับปากว่าจะไม่ทิ้งพวกธุรกิจตกขอบ เช่น "เอสเอ็มอี" ไว้ข้างหลัง มีการวางแผนอัดฉีด เม็ดเงินช่วยธุรกิจรายเล็กและ รายจิ๋ว (Micro SMEs) ตามแนวประชารัฐ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท มีทั้งวงเงินสินเชื่อการแจกคูปองใช้แทนเงินสดและเงินช่วยเหลือยกระดับไปสู่ธุรกิจ 4.0 เอาว่าปีหน้าที่กําลังจะมาถึง จากปัจจัยบวกภายนอกประเทศ เช่น สหรัฐและอียูหันกลับมาญาติดีกับไทย บวกกับเศรษฐกิจโลกกําลังฟื้นตัว ดีวันดีคืน

ขณะที่ปัจจัยหนุนการเมืองภายในรัฐบาลยังเหนียวแน่นฟิตเปรี๊ยะ ล้วนบ่งบอกว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะไปโลด ขนาดธนาคารโลกออกมารับลูกยกระดับไทยเป็นประเทศพัฒนาโดดเด่น โดยระบุว่าพ้นจากการยากจนเข้าสู่ประเทศมั่งคั่ง เป็นคําชมที่ดีรับปีใหม่ ซึ่งเศรษฐกิจของไทยวันนี้อยู่ในระดับที่ 26 ของโลก ไม่ใช่ธรรมดา รายได้ ต่อหัวอยู่ที่ระดับ 6,172 ดอลลาร์สหรัฐ/คน ตัวเลขนี้ทําให้เรากลายเป็ นประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูง

แต่หากส่องกล้องจะเห็นว่าความมั่งคั่งของชาติเกือบ 1 ใน 3 ไปกระจุกอยู่กับเจ้าสัวหรือบิ๊กเศรษฐีเพียง 50 ตระกูล ขณะที่คนจนต่ำกว่าเส้นความยากจน คือมีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท/ปีมีถึง 7 ล้านคน อีกทั้งหนี้ครัวเรือนของไทยตัวเปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพีลดลง แต่ตัวมูลหนี้ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมากลับเพิ่มสูงขึ้นถึง 3.54 แสนล้านบาท คือคนไทยตั้งแต่เกิดจนแก่ สัดส่วนร้อยละ 30 ล้วนเป็นหนี้ทั้งสิ้น ตรงนี้จะแก้กันอย่างไร

ตัวเลขจีดีพีที่ขยายตัวดีแน่ แต่อย่าหลงคําชมของต่างชาติว่าเราก้าวเข้าสู่ประเทศมั่งคั่ง โดยละเลยไม่ได้มาดูว่าความมั่งคั่งนั้นไปกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนน้อยนิดเท่านั้น เศรษฐกิจไทยปี 2560 มีแนวโน้มดีแน่นอน เพราะไปผูกติดไว้กับความมั่นคงกับ คสช. เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล การเลือกตั้งปลายปี 2560 ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อเศรษฐกิจ รัฐบาลคงให้ความสําคัญถึงขนาดออกมาตรา 44 มาแก้กฎหมายเลือกตั้งเพื่อให้โรดแมปไม่สะดุด

ปีจอหรือปีสุนัขที่กําลังจะมาถึงจะเป็นปีแห่งความหวังของคนไทยที่ฝากไว้กับ คสช. ว่าประเทศต้องเดินหน้า สําหรับคนเดินดินอย่างเราอะไรไม่ดีอย่าไปยึดติด มาถึงตรงนี้ได้ก็ขอให้ ผ่านไป สิ่งที่ดีกําลังจะตามมา ปีใหม่ ทําใจให้สบาย เที่ยวให้สนุก คิดมากไป ก็เท่านั้น...จริงไหมครับ

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม