
เอสเอ็มอีอยู่ยาก
โดย...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์ขอพูดถึงนโยบายเรื่อง No Gift Policy ที่บางกระทรวงออกมาจุดพลุรณรงค์ขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่กำกับดูแลให้เด้งรับนโยบายงดรับของขวัญทุกชนิดในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ ซึ่งก็มีหัวหน้าแต่ละหน่วยงานต่างดาหน้าเด้งรับกันพึ่บพั่บทั้งกรมกอง ทั้งรัฐวิสาหกิจ ทั้งสถาบันการเงิน ในโลกโซเชียลเต็มไปด้วยภาพพีอาร์อย่างสนุกสนาน โดยส่วนตัวขอเชียร์ว่าเป็นไอเดียที่กิ๊บเก๋น่ารัก สร้างสรรค์ แหวกแนว กล้าเล่นมุขนี้ในช่วงเทศกาลสำคัญถือว่าไม่ธรรมดา น่าเสียดายตรงที่ว่า...ทำไมไม่ชวนเล่นกันทุกกระทรวงและจะให้ดีควรจะประกาศเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลให้รัฐมนตรีทุกคนออกมาทำป้ายโฆษณางดรับของขวัญทั่วทั้งประเทศไปเลย ทำให้เป็นประเทศแรกของโลกที่กล้าประกาศไม่รับของขวัญใดๆ จากใครๆ ทั้งประเทศไปเลย!!
โดย...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
ขอพูดถึงนโยบายเรื่อง No Gift Policy ที่บางกระทรวงออกมาจุดพลุรณรงค์ขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่กำกับดูแลให้เด้งรับนโยบายงดรับของขวัญทุกชนิดในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ ซึ่งก็มีหัวหน้าแต่ละหน่วยงานต่างดาหน้าเด้งรับกันพึ่บพั่บทั้งกรมกอง ทั้งรัฐวิสาหกิจ ทั้งสถาบันการเงิน ในโลกโซเชียลเต็มไปด้วยภาพพีอาร์อย่างสนุกสนาน โดยส่วนตัวขอเชียร์ว่าเป็นไอเดียที่กิ๊บเก๋น่ารัก สร้างสรรค์ แหวกแนว กล้าเล่นมุขนี้ในช่วงเทศกาลสำคัญถือว่าไม่ธรรมดา น่าเสียดายตรงที่ว่า...ทำไมไม่ชวนเล่นกันทุกกระทรวงและจะให้ดีควรจะประกาศเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลให้รัฐมนตรีทุกคนออกมาทำป้ายโฆษณางดรับของขวัญทั่วทั้งประเทศไปเลย ทำให้เป็นประเทศแรกของโลกที่กล้าประกาศไม่รับของขวัญใดๆ จากใครๆ ทั้งประเทศไปเลย!!
ประเทศชาติจะได้ปลอดเรื่องทุจริตคดโกงเสียที นี่ขนาดมีกฎหมายที่ห้ามให้ของขวัญเกิน 3,000 บาทแล้วแสดงว่ายังไม่กลัวกันอีก สงสัยจะยังมีการแอบให้ของแพงๆ กันอยู่ จึงต้องออกนโยบายนี้มากำราบอีกชั้นหนึ่ง ผมว่านโยบายงดรับของขวัญมันแค่เรื่องจิ๊บจ๊อย ถ้าจะให้ดีเอาแบบไม่ต้องอ้อมค้อมไม่ต้องตีความไม่ต้องเล่นลิ้น รัฐบาลก็ประกาศนโยบาย No Corruption Policy ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยน่าจะดีกว่า ประกาศขึงขังทำป้ายใหญ่ๆ พร้อมรูปหล่อๆ ของหัวหน้าหน่วยงานติดไว้หน้าที่ทำการทุกหน่วยให้เด่นชัดว่า...ที่นี่ปราศจากทุจริตทุกชนิด!!
คนจะทุจริตคิดคดหรือจะจ่ายใต้โต๊ะมันจะเลือกวันขึ้นปีใหม่เป็นฤกษ์ดีวันส่งมอบของกันเลยหรือ ฟังเหตุผลของนโยบายนี้ว่าเพื่อลดการให้สินบนหรือของที่ไม่พึงรับก็ยังรู้สึกงงๆ แต่ผมเข้าใจว่าเทศกาลปีใหม่เป็นประเพณีและวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาช้านาน ผู้น้อยให้ของแก่ผู้ใหญ่เพื่อแสดงความเคารพรัก ส่วนผู้ใหญ่มีของชิ้นเล็กๆ พร้อมอวยชัยให้พรเป็นสิริมงคลกับผู้น้อย เป็นความรักความผูกพันเป็นน้ำใจไมตรีของสังคมไทย ข้าวของไม่ได้มีราคาค่างวดสูงนักส่วนใหญ่เป็นข้าวสารอาหารแห้ง ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไข่ไก่ ผักผลไม้ สินค้าชุมชน ผู้คนส่วนใหญ่ก็ให้กันแบบนี้ จึงไม่เข้าใจว่าทำไมต้องสั่งงด...หน่วยงานรัฐเป็นคนส่งเสริมสินค้าเอสเอ็มอี โอท็อป วิสาหกิจชุมชนมาตลอด คนตัวเล็กเหล่านี้ต่างมีความหวังที่จะขายสินค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ได้มากขึ้น เขารอเวลานี้มาตลอดหนึ่งปี เขาแอบหวังด้วยซ้ำไปว่ารัฐจะช่วยรณรงค์ให้ปีใหม่นี้หันมาซื้อสินค้าวิสาหกิจชุมชน...โอท็อป...เอสเอ็มอีไปเป็นของขวัญปีใหม่ให้ผู้หลักผู้ใหญ่...แต่รัฐกลับสั่งงด รัฐกลับตัดโอกาสทางการตลาดอย่างน่าเสียดาย
นโยบายนี้เดินเครื่องไปแล้ว ป่วยการที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์ สิ่งที่ห่วงคือวัฒนธรรมดีๆ ที่จะเหือดหายไปพร้อมกับโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่คาดหวังกำลังซื้อจากช่วงเทศกาลสำคัญๆ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อมีการเริ่มต้นประกาศใช้ในปีนี้แล้ว ปีต่อๆ ไปก็ต้องทำต่อเนื่อง...คนตัวเล็กคงต้องเหนื่อยมากขึ้นกว่าเดิม







