
คณะสงฆ์หนเหนือ บูม อ.ป.ต.
พุทธอุทยานนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ คึกคัก สว่างไสวด้วยแสงเสียง และธัมมสากัจฉา ระหว่างวันที่ 17-19 ธ.ค. 2560
โดย สมาน สุดโต
พุทธอุทยานนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ คึกคัก สว่างไสวด้วยแสงเสียง และธัมมสากัจฉา ระหว่างวันที่ 17-19 ธ.ค. 2560 เมื่อคณะสงฆ์หนเหนือ ทั้ง 16 จังหวัด จัดงานการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ สรุปผลการปฏิบัติงาน และมอบรางวัลดีเด่น หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล (อ.ป.ต.) ครั้งที่ 4 ขึ้น ซึ่งมีพระสงฆ์และญาติโยมนับพันรูป/คน ร่วมงาน
อ.ป.ต.คืออะไร เป็นคำถามเนื่องจากปัจจุบันได้ยินแต่คำว่า อบต. คำตอบคือ อ.ป.ต. เป็นคำย่อจากคำว่า หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล เป็นหน่วยงานเชิงรุกของคณะสงฆ์ ที่จัดตั้งและริเริ่มเมื่อ พ.ศ. 2518 โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร ป.ธ.9) อดีตเจ้าคณะใหญ่หนกลาง อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา ที่มีแนวคิดว่า 1.จะเป็นการปกป้องพระศาสนา 2.จะเป็นการรักษาสังฆมณฑล 3.จะเป็นการป้องกันความอับจนของวัดวาอาราม
โครงการดีๆ ที่ทำให้พระสงฆ์เป็นผู้นำชุมชน อยู่กับประชาชน กลับมาคึกคักอีกครั้ง ระหว่าง พ.ศ. 2537-2558 เมื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง) เป็นเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ซึ่งพระเทพมุนี (ประชัน ฐิตปญฺโญ ป.ธ.5) รองเจ้าคณะภาค 4 ได้กล่าวรายงานต่อพระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ ป.ธ.9) เจ้าคณะใหญ่หนเหนือรูปปัจจุบัน ว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้ฟื้นฟูงาน อ.ป.ต.ที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ริเริ่มไว้เมื่อ พ.ศ. 2518 โดยกำหนดหลักธรรม 8 ประการ เพื่อการปฏิบัติ ได้แก่ 1.ศีลธรรมวัฒนธรรม 2.สุขภาพอนามัย 3.สัมมาชีพ 4.สันติสุข 5.ศึกษาสงเคราะห์ 6.สาธารณสงเคราะห์ 7.กตัญญูกตเวทิตา และ 8.สามัคคีธรรม
พระวิสุทธวงศาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กล่าวในวันปิดประชุม ว่า งานนี้เป็นงานของคณะสงฆ์ภาค 4-5-6-7 ที่ร่วมกันทำ เพื่อสนธิงานที่ริเริ่มโดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ และสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์สานต่อ ถ้าคณะสงฆ์และพุทธบริษัทสานต่อ 3 หัวข้อหลักที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ริเริ่มไว้ จะทำให้คำทำนายว่าพระพุทธศาสนาจะมีอายุ 5,000 ปีนั้นเกิดได้ยาก ในเมื่อพุทธบริษัทยังร่วมใจกันปฏิบัติและศึกษา (ปริยัติธรรม) ส่วนข้อที่3 ที่ว่าป้องกันความอับจนของวัดวาอารามนั้น อยากบอกว่าเมื่อบ้านไม่อด วัดก็อิ่ม หาก
ชาวบ้านอับจน พระก็หิวโหย
พระราชวรมุนี (พล อาภากโร ป.ธ.9) รองเจ้าคณะภาค 6 ซึ่งขับเคลื่อนงานคณะสงฆ์หลายด้าน ทั้งงานการศึกษาพระปริยัติธรรม และงานปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา (คปพ.) ได้กล่าวว่า การมอบรางวัลดีเด่น อ.ป.ต.ที่พุทธอุทยานนครสวรรค์ เป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจแก่ผู้ทำงานเพื่อสังคมของพระพุทธศาสนา หรือ Socially Engage Buddhism ซึ่งสอดรับกับงานปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ที่มี 6 ด้าน อย่างลงตัว
ทั้งนี้ มหาเถรสมาคม (มส.) ได้ดำเนินการให้มีคณะกรรมการ 6 ด้าน บวก 1 เพื่อการปฏิรูป คือ 1.การปกครอง 2.การศาสนศึกษา 3.การศึกษาสงเคราะห์ 4.การเผยแผ่ 5.การสาธารณูปการ 6.การสาธารณสงเคราะห์ และบวก 1 คือ การพัฒนาพุทธมณฑล และมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานแผนยุทธศาสตร์ในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา และได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาสู่การปฏิบัติ (Vision to action) ในเขตปกครองคณะสงฆ์แต่ละหนครบแล้ว เตรียมสรุปผลและรายงานความก้าวหน้าในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาเร่งด่วน 4 งานหลักให้ มส.ภายในวันที่ 31 มี.ค. 2561 ได้แก่ 1.การจัดทำฐานข้อมูลพระภิกษุสงฆ์ 2.การทำบัตรประชาชนประจำตัวพระภิกษุ สามเณร 3.การจัดทำฐานข้อมูล (Data Base) ศาสนสมบัติ และ 4.การทำวัดให้สะอาด ตามหลัก 5 ส.
พร้อมกันนั้น พระราชวรมุนี เสนอว่า งาน อ.ป.ต.จะมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ต้องบรรจุอยู่ในงานปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา (คปพ.) ทำไมหรือ เพราะ คปพ.ได้จัดทำแผนปฏิบัติงานคณะสงฆ์ขึ้นมาเป็นฉบับแรก ประกอบด้วยแผนทำงานตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ พร้อมทั้งกำหนดยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อน โดยมีเครือข่ายให้การสนับสนุน เช่น สสส. เป็นต้น
ในวันเดียวกันนี้ พระวิสุทธิวงศาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ได้มอบรางวัลแก่ อ.ป.ต.ดีเด่น ระดับหน ระดับภาค ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบล จำนวน 195 รางวัล โดยมี ธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ และผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ 16 จังหวัด ร่วมเป็นเกียรติ
พระเถระที่ได้รับรางวัลระดับหน 1 รางวัล ได้แก่ พระครูนิปุณพัฒนกิจ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุขิงแกง ต.พระธาตุขิงแกง อ.จุน จ.พะเยา
พระเถระที่ได้รับรางวัลระดับภาค 4 รางวัล ได้แก่ พระครูศรีภัทรนิโรธ วัดเกยไชยเหนือ ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ในนามภาค 4 พระครูสันทรโรจนคุณ วัดโพธิญาณ ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ในนามภาค 5พระครูศีลนันทโชติ วัดพญาแก้ว ต.พญาแก้ว อ.เชียงกลาง จ.น่าน ในนามภาค 6 และพระครูวิวิธประชานุกูล วัดหัวริน ต.ทุ่งสะโตก อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ในนามภาค 7







