posttoday
ปิดงวดบัญชีดันหุ้นพุ่ง

ปิดงวดบัญชีดันหุ้นพุ่ง

23 ธันวาคม 2560

นักลงทุนต่างชาติ-สถาบันลุยซื้อหุ้นปิดงวดบัญชีดันดัชนีปิดใกล้ 1,750 จุด กลุ่มแบงก์สัญญาณดีหลังสินเชื่อเดือน พ.ย.ขยับมองปีหน้าดี

นักลงทุนต่างชาติ-สถาบันลุยซื้อหุ้นปิดงวดบัญชีดันดัชนีปิดใกล้ 1,750 จุด กลุ่มแบงก์สัญญาณดีหลังสินเชื่อเดือน พ.ย.ขยับมองปีหน้าดี

หุ้นไทยปิดตลาด 1,742.08 จุด เพิ่มขึ้น 5.17 จุด มูลค่าซื้อขาย 40,115.86 ล้านบาท ชัดเจนนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 793.73 ล้านบาท สถาบันซื้อสุทธิ 429.01 ล้านบาท พอร์ต บล.ซื้อสุทธิ 261.53 ล้านบาท และรายย่อยขาย 1,484.27 ล้านบาท

ทั้งนี้ มีแรงซื้อเข้ามาชัดเจนในหุ้นใหญ่ เช่น ปตท. (PTT) ดันราคาขึ้นมาปิดที่ 446 บาท เพิ่มขึ้น 8 บาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนักลงทุนต่างชาติและสถาบันเข้าซื้อเพื่อทำราคาปิดงวดบัญชีก่อนหยุดยาวในช่วงสิ้นปี

น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยผันผวนอิงทางบวกในกรอบแคบ หลังได้อานิสงส์จากปัจจัยภายในประเทศ ทั้งแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันผ่านเม็ดเงิน LTF และการทำราคาปิดงวดบัญชีก่อนปิดสิ้นงวดบัญชี คาดว่าจะต่อเนื่องไปถึงสัปดาห์หน้า ส่วนมูลค่าการซื้อขายที่เบาบางลงอย่างชัดเจน เป็นผลจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มชะลอการลงทุนก่อนเข้าเทศกาลหยุดยาว

สำหรับปัจจัยต่างประเทศ มีความไม่แน่นอนจากกรณีเยรูซาเลม หลังที่ประชุมองค์การสหประชาชาติโหวตไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่แม้จะไม่มีผลทางกฎหมาย แต่ก็เป็นการแสดงออกถึงความขัดแย้งไปโดยปริยาย ซึ่งต้องติดตามการโต้ตอบของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ขู่ว่าจะตัดเงินให้การช่วยเหลือประเทศที่ไม่เห็นด้วย ตลอดจนประเด็นกาตาลุญญาที่กลับมาอีกครั้ง จะส่งแรงกระเพื่อมมากน้อยแค่ไหน ขณะที่สัปดาห์หน้า คาดหุ้นไทยผันผวนอิงทางบวก ด้วยแรงหนุนจากเม็ดเงิน LTF และการทำราคาปิดงวดบัญชีที่หากอิงสถิติ 10 ปีย้อนหลัง ใน 5 วันทำการสุดท้ายของปี ดัชนีฯ จะบวกราว 2% ด้านกลยุทธ์หากดัชนีฯ มีจังหวะบวกเป็นโอกาสขายทำกำไรออกบางส่วน เพราะดัชนีฯ ที่ทำนิวไฮในรอบกว่า 20 ปี กระตุ้นให้เกิดแรงขายจาก LTF

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า ออกบทวิเคราะห์ภาพรวมธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่ได้ศึกษาอยู่ 8 ธนาคารพบว่า ภาพรวมสินเชื่อเดือน พ.ย. จะขยายตัว 0.2% จากเดือนก่อนหน้าโดยสินเชื่อทุกประเภทขยายตัว ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporate), SME หรือรายย่อย ส่งผลให้สินเชื่อ ช่วง 11 เดือนของกลุ่มธนาคารเติบโตได้ 1.8%

อย่างไรก็ตาม มีธนาคาร 6 แห่ง มีสินเชื่อขยายตัวเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า นำโดยทหารไทย (TMB) มีการขยายตัวของสินเชื่อเด่นสุด 1.5% ตามด้วย เกียรตินาคิน (KKP) ขยายตัว 1.3% ธนชาต (TCAP) ขยายตัว 1.1% ซึ่งทั้งสามธนาคารมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเติบโตของสินเชื่อ Corporate และ SME

อย่างไรก็ตาม สินเชื่อของ KTB มีการหดตัว 0.8% จากการชำระคืนหนี้ของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อภาครัฐ ตามด้วย KBANK หดตัวเล็กน้อย 0.2% หากดูยอดสินเชื่อ 11 เดือน พบว่ามี 5 แห่ง ที่สินเชื่ออาจขยายตัวต่ำกว่าเป้า ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกรุงไทย (KTB), TCAP, KBANK และ TMB ตามลำดับ ส่วนทิสโก้ไฟแนน เชียล กรุ๊ป (TISCO) และ KKP ทำได้ตามเป้าที่วางไว้แล้ว

สำหรับผลดำเนินงานปี 2561 คาดว่ากลุ่มธนาคารจะมีกำไรที่ฟื้นตัวเด่น คาดว่ากำไรจะเติบโตจากปีนี้ 12.3% หลังจากที่ปีนี้จะหดตัวจากปีก่อน 5.6% ทั้งจากสินเชื่อขยายตัว การตั้งสำรองหนี้ลดลงตามภาพรวมเศรษฐกิจที่ขยายตัว ตามการลงทุนภาครัฐและการบริโภคภาคเอกชน ที่เติบโตได้อย่างชัดเจนขึ้น 

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม