posttoday
บลจ.มองแย่สุดดัชนีลง20%

บลจ.มองแย่สุดดัชนีลง20%

23 ธันวาคม 2560

บางกอกแคปปิตอลเตือนลงทุนระวัง เลวร้ายสุดหุ้นไทยลง 20% หากเงินเฟ้อสหรัฐสูงจะเร่งให้ธนาคารกลางทุกแห่งขึ้นดอกเบี้ยเร็ว

บางกอกแคปปิตอลเตือนลงทุนระวัง เลวร้ายสุดหุ้นไทยลง 20% หากเงินเฟ้อสหรัฐสูงจะเร่งให้ธนาคารกลางทุกแห่งขึ้นดอกเบี้ยเร็ว

นายธนาวุฒิ พรโรจนางกูร หัวหน้าสายงานจัดการกองทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บางกอกแคปปิตอล เปิดเผยว่า กลยุทธ์การลงทุนปี 2561 ควรจัดพอร์ตอย่างระมัดระวังเตรียมกระสุนเผื่อหุ้นผันผวน เนื่องจากที่ผ่านมามีการอัดฉีดสภาพคล่องผ่านมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) เข้ามาในระบบกันมากจนราคาหุ้นปรับสูงและมีแต่มุมมองที่ดี และระดับอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกก็อยู่ในภาวะต่ำมาหลายปี โดยมองว่าปีนี้หรือปีหน้าจะเริ่มเข้าสู่ช่วงปลายของภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกที่ดี และอาจจะเริ่มเห็นการปรับลงของระดับอัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ที่จะเริ่มลดลง โดยระดับกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) อาจมีการเติบโตได้ แต่ในส่วนของราคาอาจจะมีการเคลื่อนไหวผันผวน

ทั้งนี้ มองกรณีเลวร้ายสุดคือ หุ้นไทยอาจจะมีการปรับตัวลงได้ถึง 20% ซึ่งเป็นผลจากที่หากระดับเงินเฟ้อ โดยเฉพาะที่สหรัฐเริ่มมีการผงกหัวสู่ระดับที่เกิน 2% เพราะที่ผ่านมาเงินเฟ้อเคลื่อนไหวในระดับต่ำมาโดยตลอด โดยไม่อยากให้ลืมว่าหากมีการปรับขึ้นมาระดับหนึ่งแล้วก็จะมีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน เหตุนี้อาจเป็นโอกาสที่ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลก หรือนำโดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีนโยบายอัตราเร่งการขึ้นดอกเบี้ยที่เร็วกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ว่าปีหน้าจะขึ้นอีก 3 ครั้ง ซึ่งจะมีผลต่อการเคลื่อนไหวสภาพคล่องทั่วโลก

นายธนาวุฒิ กล่าวว่า กลยุทธ์แนะลงทุนเพื่อเตรียมตัวรับความเสี่ยงที่ผันผวน สำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้ในระดับกลางคือ แบ่งเป็นการลงทุนในประเทศและต่างประเทศอย่างละ 50% โดยการลงทุนในประเทศแบ่งเป็นการลงทุนในหุ้นที่ควรจะเลือกแบบรายตัวรายกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นหลักประมาณ 50% เป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเจ้าของ (Freehold) อีก 10% เป็นหุ้นขนาดกลางที่มีรายได้และกำไรสุทธิมาจากภูมิภาคซีแอลเอ็มวีประมาณ 8-10% ส่วนที่เหลือเป็นหุ้นขนาดใหญ่ ส่วนอีก 50% เป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น หุ้นกู้ที่มีอายุสั้นประมาณ 3 ปี

สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ แนะนำกองทุนที่ไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศในกลุ่มประเทศเอเชียเหนือที่มูลค่าการของหุ้นยังมีโอกาสปรับขึ้นได้ เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง และเกาหลี รวมถึงไปสหภาพยุโรปที่เศรษฐกิจกำลังมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันสามารถลงทุนทองคำได้ไม่เกิน 5% ซึ่งคาดว่าจะได้ผลตอบแทนอยู่ที่ 3.5-4% ในระยะ 5 ปี

นายธนาวุฒิ กล่าวต่อว่า ปีหน้าหุ้นไทยมีโอกาสปรับขึ้นได้ 8-10% จากปีนี้ โดยมองว่าอัตราการเติบโตกำไรสุทธิของ บจ.มากกว่า 10% อานิสงส์จากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวในทิศทางเดียวกันหลายภูมิภาค โดยปีนี้คาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) เติบโต 4% และจะเติบโตต่อเนื่องไปถึงปีหน้า

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต่างประเทศที่เป็นความเสี่ยงคือ ปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ ตั้งแต่ทางตะวันออกกลางและบนคาบสมุทรเกาหลี

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม