posttoday
จีดีพีเกษตรปี 60 โตถึง 5.3%

จีดีพีเกษตรปี 60 โตถึง 5.3%

22 ธันวาคม 2560

สศก. เผย จีดีพีเกษตรปี 60 โตถึง 5.3% เมื่อเทียบกับปี 59 แจงทุกสาขาพืช ปศุสัตว์ ประมง ขยายตัวต่อเนื่องและศก.โลกดีส่งผลปี61คาดจะโตช่วง3-4%

สศก. เผย จีดีพีเกษตรปี 60 โตถึง 5.3%  เมื่อเทียบกับปี 59 แจงทุกสาขาพืช ปศุสัตว์ ประมง ขยายตัวต่อเนื่องและศก.โลกดีส่งผลปี61คาดจะโตช่วง3-4%

นายวิณะโรจน์  ทรัพย์ส่งสุข  เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2560 พบว่า ขยายตัว5.3% เมื่อเทียบกับปี 2559 ปัจจัยบวกที่ ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรขยายตัว คือ นโยบายที่กระทรวงเกษตรฯได้กำหนดให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืน  โดยเน้นการบูรณาการงานใน 13 นโยบายหลัก ประกอบกับสภาพอากาศและปริมาณน้ำเอื้ออำนวยต่อการผลิต ปริมาณน้ำใช้การได้ในอ่างเก็บน้ำที่สำคัญมีเพียงพอ โดยเฉพาะการผลิตข้าวนาปรังในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาแถบภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และ เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าปรับตัวดีขึ้น อาทิ อาเซียน 9 ญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ส่งผลให้การส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

 

ปัจจัยลบ พบว่า ช่วงธ.ค.2559 – ม.คม.2560 หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ อาทิ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และพัทลุง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตยางพารา ปาล์มน้ำมัน และกุ้งขาวแวนนาไม ประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างรุนแรง ทำให้ผลผลิตยางพาราและกุ้งขาวแวนนาไมในไตรมาสแรกของปี 2560 มีแนวโน้มลดลง นอกจากนี้ ปลายเดือนก.ค. -ส.ค.และช่วงเดือนกันยายน 2560 หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ สกลนคร นครพนม บึงกาฬ และกาฬสินธุ์   ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวเหนียวนาปีที่สำคัญ ได้รับอิทธิพลจากพายุเซินกาและทกซูรี ส่งผลต่อผลผลิตข้าวนาปีบางส่วนที่จะออกสู่ตลาดในช่วงไตรมาส 4 ปี 2560 ได้รับความเสียหาย อีกทั้งปลายเดือนพ.ย. – ธ.ค. 2560      หลายพื้นที่ในภาคใต้ประสบปัญหาน้ำท่วม ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวันจากร่องมรสุมซึ่งเป็นแหล่งผลิตยางพารา ปาล์มน้ำมัน และการทำประมงที่สำคัญของประเทศ ทำให้ผลผลิตยางพารา ปาล์มน้ำมัน และประมงบางส่วนได้รับความเสียหาย

หากพิจารณาเป็นรายสาขา พบว่า สาขาพืช ปี 60 ขยายตัว6.8% เมื่อเทียบกับปี 2559  พืชสำคัญที่มีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน สับปะรดโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ลำไย ทุเรียน มังคุด และเงาะ โดย ข้าวนาปรัง มีผลผลิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่นาที่เคยปล่อยว่าง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำเพียงพอต่อการเจริญเติบโตและไม่กระทบแล้งในช่วงออกดอก แม้ว่าพื้นที่เพาะปลูกบางส่วนจะถูกปรับเปลี่ยนไปปลูกอ้อยโรงงานที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า แต่ผลผลิตโดยรวมยังคงเพิ่มขึ้น อ้อยโรงงาน มีผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายโซนนิ่ง  ที่สนับสนุนให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่ไม่เหมาะสมมาปลูกอ้อยโรงงานทดแทน และโรงงานน้ำตาลยังได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกอ้อยโรงงานเพิ่มขึ้นด้วย สับปะรดโรงงาน มีผลผลิตเพิ่มขึ้นเนื่อ

จากราคาสับปะรดในช่วงปี 2558 – 2559 อยู่ในเกณฑ์ดี จูงใจให้เกษตรกรขยายเนื้อที่ปลูก มีการปลูกแซมในสวนยางพารา และปลูกใหม่ทดแทนมันสำปะหลัง ยางพารา มีผลผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากยางพาราที่ปลูกในปี 2554 ทดแทนพื้นที่พืชไร่ ไม้ผล นาข้าว และพื้นที่ตัดโค่น ต้นยางที่มีอายุมากเริ่มให้ผลผลิต ปาล์มน้ำมัน มีผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากเนื้อที่ให้ผลเพิ่มขึ้นจากต้นปาล์มน้ำมันที่ปลูกใหม่ในปี 2557 แทนพื้นที่ว่างเปล่า นาข้าว สวนเงาะ สวนลองกอง รวมทั้งปลูกทดแทนในสวนปาล์มที่มีอายุมาก ลำไย มีผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นลำไยที่ปลูกในปี 2557 เริ่มให้ผลผลิต และสภาพอากาศเอื้ออำนวย ทุเรียน มีผลผลิต

ด้านราคาสินค้าพืชที่มีราคาเฉลี่ยในช่วงเดือนมกราคม –พฤศจิกายน 2560 เพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าว อ้อยโรงงาน ยางแผ่นดิบ ทุเรียน และมังคุด โดย ข้าวมีราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลผลิตลดลงจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด อ้อยโรงงาน มีราคาเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นจากผลผลิตน้ำตาลทรายในตลาดโลกลดลง โดยเฉพาะในประเทศผู้ผลิตสำคัญ เช่น บราซิล อินเดีย และจีน ที่ผลผลิตยังไม่ฟื้นตัวจากปัญหาภัยแล้ง สาขาปศุสัตว์ขยายตัว2.0 %เนื่องจากการขยายปริมาณการผลิต  สาขาป่าไม้ขยายตัว2.3 %โดยไม้ยางพารา ไม้ยูคาลิปตัส และสาขาบริการทางการเกษตรขยายตัว4.7 %โดยการจ้างบริการเตรียมดิน ไถพรวนดิน และการเกี่ยวนวดข้าวเพิ่มขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม