posttoday
ฟิทช์ขึ้นเครดิตอินโดนีเซีย

ฟิทช์ขึ้นเครดิตอินโดนีเซีย

20 ธันวาคม 2560

อินโดนีเซียหวังดูดเม็ดเงินลงทุนเพิ่มปีหน้า หลังฟิทช์ฯ ขึ้นเครดิต รับเศรษฐกิจโตแกร่ง

อินโดนีเซียหวังดูดเม็ดเงินลงทุนเพิ่มปีหน้า หลังฟิทช์ฯ ขึ้นเครดิต รับเศรษฐกิจโตแกร่ง

ฟิทช์ เรทติ้ง สถาบันจัดระดับความน่าเชื่อถือปรับขึ้นระดับเครดิตของอินโดนีเซียจาก BBB- เป็นระดับ BBB ซึ่งเป็นระดับความน่าลงทุน และอยู่ในระดับเดียวกับฟิลิปปินส์ เนื่องจากอินโดนีเซียมีศักยภาพในการรองรับความเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยภายนอก โดยทุนสำรองระหว่างประเทศของอินโดนีเซียปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งฟิทช์ฯ คาดว่าจะเติบโตได้ 5.4% ในปีหน้า และ 5.5% ในปี 2019 ต่อเนื่องจากโต 5.1% ในปีนี้

ฟิทช์ฯ ระบุว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติจะช่วยลดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เนื่องจากอินโดนีเซียต้อนรับธุรกิจจากต่างชาติมากขึ้น

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวตามหลัง เอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้ง อีกหนึ่งบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือปรับอันดับเครดิตอินโดนีเซียขึ้นจากระดับ BBB- เป็น BB+ ซึ่งเป็นระดับน่าลงทุน ขณะที่ก่อนหน้านี้ ฟิทช์ฯ ขึ้นอันดับเครดิตของฟิลิปปินส์ อีกหนึ่งประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากระดับ BBB- เป็น BBB เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง ประกอบกับการปฏิรูปภาษีช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการคลัง

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า การอัพเกรดของฟิตช์ฯ เกิดขึ้นท่ามกลางกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะส่งผลให้เกิดภาวะเงินไหลออกจากอินโดนีเซีย โดยในเดือน ส.ค.และ ก.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารกลางอินโดนีเซียปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก่อให้เกิดภาวะการเทขายพันธบัตรรัฐบาลตามมา แต่การขึ้นอันดับเครดิต ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่ออินโดนีเซีย

"การขึ้นระดับเครดิตดังกล่าวเป็นผลดีต่ออินโดนีเซียในปี 2018 เนื่องจากจะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติและเพิ่มการลงทุนในประเทศมากขึ้น เป็นผลดีกับทั้งเศรษฐกิจภาคจริงและตลาดการเงิน" ลูกี้ อัลเฟอร์แมน หัวหน้าสำนักงานการเงินและบริหารความเสี่ยงภายใต้กระทรวงพาณิชย์อินโดนีเซีย กล่าว

ทั้งนี้ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ปรับขึ้นคาดการณ์เศรษฐกิจของอาเซียน 6 ชาติในปีนี้ ได้แก่ สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม จาก 5.0% เป็น 5.2% เมื่อเทียบกับคาดการณ์เดิมเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และปรับขึ้นปีหน้าอีก 0.1% เป็น 5.2%

ก่อนหน้านี้ บลูมเบิร์กรายงานอ้างผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ว่า เศรษฐกิจของอาเซียนจะสามารถเกาะกระแสการค้าโลกขาขึ้นเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2018 แม้จะเผชิญกับ ยุคดอกเบี้ยขาขึ้น และกำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในบางประเทศก็ตาม โดยมีฟิลิปปินส์และเวียดนามเป็น 2 ประเทศ ที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจแข็งแกร่งมากที่สุด ขณะที่มาเลเซียและสิงคโปร์เติบโตปานกลาง

อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่ร้อนแรงและอัตราเงินเฟ้อที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางของฟิลิปปินส์และมาเลเซียจะมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากที่สุดในปีหน้า รองลงมาคือสิงคโปร์

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก