
กลต.ชี้ชัดคุมICOแค่หลักทรัพย์
ก.ล.ต.เลื่อนเฮียริ่งเกณฑ์กำกับ ICO ถึง 22 ม.ค. ย้ำที่เกี่ยวเนื่องกับหลักทรัพย์เท่านั้น
ก.ล.ต.เลื่อนเฮียริ่งเกณฑ์กำกับ ICO ถึง 22 ม.ค. ย้ำที่เกี่ยวเนื่องกับหลักทรัพย์เท่านั้น
น.ส.อาจารีย์ ศุภพิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยีทาง การเงิน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลัก ทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า สำนักงานได้ขยายการรับฟังความคิดเห็น (เฮียริ่ง) เรื่อง วิธีการระดมทุนใหม่ในยุคดิจิทัล (ICO) ถึงวันที่ 22 ม.ค. 2561 หัวข้อเฮียริ่งเน้นแนวทางกำกับดูแล ICO มีแพลตฟอร์ม เพื่อช่วยคัดกรองที่ไม่หลอกลวง (ICO Portal) ปัจจุบันมีผู้สนใจทำทั้งหมด 4-5 ราย โดยเบื้องต้น ก.ล.ต.จะดูแลได้เมื่อเป็น ICO เกี่ยวข้องกับที่นิยามเป็นหลักทรัพย์เท่านั้น
"ในช่วงที่ผ่านมา ก.ล.ต.ได้เปิดรับข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ ICO ที่หลากหลายผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งในเว็บไซต์ ก.ล.ต. และในการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น (Focus Group) โดยได้ทราบว่ายังมีผู้เกี่ยวข้องอีกพอสมควรที่ประสงค์จะเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมในรายละเอียด ก.ล.ต. จึงเห็นควรขยายเวลารับฟังความคิดเห็นออกไปจนถึงวันที่ 22 ม.ค. 2561" น.ส.อาจารีย์ กล่าว
อย่างไรก็ดี แนวทางเบื้องต้นจะต้องเป็นผู้ลงทุนเฉพาะที่เป็น นักลงทุนสถาบัน กิจการร่วมลงทุน นิติบุคคลร่วมลงทุน และผู้ลงทุน ไฮเน็ตเวิร์ก โดยที่จะต้องจำกัดคือนักลงทุนรายย่อยที่จะต้องมีการ จำกัดเม็ดเงินลงทุน ส่วนใหญ่จะใช้เกณฑ์ของการระดมทุนแบบคลาวด์ฟันดิ้งในการเทียบเคียง
ทั้งนี้ ฝั่งผู้เสนอทำ ICO จะจำกัดการลงทุนผู้ลงทุนรายย่อย ไทยปีแรกไม่เกิน 20 ล้านบาท และผ่านการระดมทุนทั้งหมด ตลอดชีพไม่เกิน 40 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ไม่มีการจำกัดวงเงินในการลงทุน ขณะที่มีการจำกัดลงทุนรายย่อย แต่ละรายจะไม่เกิน 3 แสนบาท ต่อโครงการ หรือมีโอกาสลงทุนเพียงไม่เกิน 3 ล้านบาท ของการลงทุน ICO ทั้งหมด
สำหรับแนวโน้มในอนาคตมีโอกาสที่ ICO จะเข้ามาแทนที่การระดมทุนผ่านการขายหุ้นเพิ่มทุน ให้แก่ประชาชนทั่วไป (ไอพีโอ) ได้ในอนาคต เพราะ ICO มีความเร็วในการระดมทุนสูงและสามารถเข้าถึงผู้ลงทุนได้ทั่วโลก ทำให้มีบทบาทค่อนข้างมากทั่วโลกในปัจจุบัน ต่างจากไอพีโอที่มีเพียงนักลงทุน ในประเทศเท่านั้น
นายประพันธ์ เจริญประวัติ กรรมการและผู้จัดการเอ็มเอไอ มองว่า ระยะสั้นยังไม่มีผลกระทบส่วนระยะยาวต้องดูต่อไปเนื่องจากตอนนี้โลกมีการเปลี่ยนเร็วมาก







