posttoday
ความเสี่ยงไทยในอาเซียน ‘สุรินทร์’ชี้ทาง

ความเสี่ยงไทยในอาเซียน ‘สุรินทร์’ชี้ทาง

18 ธันวาคม 2560

อานิก อัมระนันทน์หากถามว่า ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ คิดหรือทำอะไรเกี่ยวกับอาเซียนคนส่วนใหญ่คงตอบว่าขับเคลื่อนพัฒนาการสู่ความเป็นประชาคมที่แข็งแกร่ง รวมถึงส่งเสริมบทบาทไทยในอาเซียน แต่ความจริง ดร.สุรินทร์มีข้อกังวลไม่น้อย

อานิก อัมระนันทน์

หากถามว่า ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ คิดหรือทำอะไรเกี่ยวกับอาเซียนคนส่วนใหญ่คงตอบว่าขับเคลื่อนพัฒนาการสู่ความเป็นประชาคมที่แข็งแกร่ง รวมถึงส่งเสริมบทบาทไทยในอาเซียน แต่ความจริง ดร.สุรินทร์มีข้อกังวลไม่น้อย

"ในแง่ของภูมิศาสตร์ เราเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดีเยี่ยม แต่ถ้าเราไม่มีทักษะที่จะทำจุดยุทธศาสตร์นี้ ก็ไม่ได้ประโยชน์เต็มที่กับประเทศไทยและกับคนไทย" (Aday 2560)

นอกจากการเสียโอกาสที่ไม่ใช้จุดแข็งให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยและอาเซียนโดยรวมแล้ว ดร.สุรินทร์ยังเล็งเห็นความเสี่ยงที่เกิดจากจุดอ่อนในสังคมไทยด้วย

ในการพูดเรื่อง "การเตรียมตัวสู่อาเซียน" ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งดิฉันได้มีส่วนร่วมจัดเมื่อปี 2556 ท่านบอกว่าถ้าเราเตรียมพร้อมก็จะได้ประโยชน์จากอาเซียนมากมาย แต่ถ้าไม่พร้อมก็จะเจอปัญหาและความท้าทาย

หลังรวมตัวเป็นอาเซียนปี 2510 การแข่งขันในโลกที่เข้มข้นมากขึ้น ทำให้ประเทศสมาชิกตกลงกันเตรียมการอย่างเป็นระบบขั้นตอน ตั้งแต่การประกาศเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ปี 2535 จนกระทั่งเป็น "ประชาคมอาเซียน" (ASEAN Community) เมื่อปลายปี 2558

แต่ภายในอาเซียนเองก็มีการแข่งขัน แม้ ดร.สุรินทร์เห็นจุดแข็งหลายๆ อย่างของไทย อาทิ ความหลากหลายในฐานเศรษฐกิจ จุดกลางทางภูมิศาสตร์ อีกทั้งจุดแข็งทางวัฒนธรรม เช่น ความเป็นมิตรไมตรี แต่ท่านเห็นว่าไทยมีจุดอ่อนที่ต้องแก้ไขหลายด้าน อาทิ เราอ่อนภาษาอังกฤษ อ่อนวิเคราะห์ และยังวิจัยและพัฒนาน้อยไป

ยิ่งกว่านั้น ดร.สุรินทร์ได้บ่งชี้ถึงจุดอ่อนที่ลึกซึ้งที่สุดของไทย คือ ค่านิยมบางอย่างที่จะ "ลดความสามารถในการแข่งขันของไทยหากไม่เปลี่ยนแปลง" ได้แก่

"ระบบอุปถัมภ์ที่ไปเลยเถิด ทำให้องค์กรรัฐด้อยประสิทธิภาพ คนได้ตำแหน่งทำงานไม่เป็น คนทำเป็นไม่ได้ทำ หรือไม่อยากทำ"

"จริยธรรมตกต่ำ ไม่เคารพกฎหมาย ถือว่ามีอำนาจแล้วทำถูกเสมอ ในขณะที่โลกภายนอกเขาเล่นกันตามกติกากฎหมาย"

เหล่านี้เป็นปัจจัยให้เกิด "การคอร์รัปชั่นซึ่งมีต้นทุน 30-40% จะทำให้ผู้ลงทุนไปที่อื่นอย่างสิงคโปร์เพราะประหยัดตรงนี้ได้มาก และเลือกได้เพราะเป็นตลาดเดียวกัน"

การมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาคงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ท่านชี้ให้เห็นถึงความหนักหน่วงของปัญหาในบริบทที่ไทยเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียนซึ่งกำลังเดินหน้าต่อไปสู่การรวมตัวกันเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว ตามแผนงานเพิ่มประสิทธิภาพของการรวมกลุ่มไปสู่ "วิสัยทัศน์อาเซียน 2025" (พ.ศ. 2568)

ถึงอาเซียนจะมิได้มุ่งหมายเป็น "สหภาพทางเศรษฐกิจ" (Econo mic Union) ดังเช่นสหภาพยุโรป (EU) แต่พัฒนาการของอาเซียนจะเปลือยจุดอ่อนของค่านิยมไทยข้างต้น ซึ่ง ดร.สุรินทร์ฟันธงว่าจะลดทอนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

แม้ ดร.สุรินทร์ไม่ได้เจาะจงเสนอทางแก้ในวันนั้น แต่ในช่วงปีสุดท้ายของชีวิตท่านได้เสนอตัวเข้ามาแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศ โดยแสดงความประสงค์ว่าจะลงเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่า "กรุงเทพฯ เป็นหัวหอกของการเปลี่ยนแปลง หัวหอกของการปฏิรูปประเทศไทย หัวหอกของการแก้ปัญหาหลายๆ อย่างที่ประเทศไทยประสบอยู่ตอนนี้ ถ้ากรุงเทพฯ ทำไม่ได้ ยากที่จะเห็นประเทศไทยเป็นหนึ่งในอาเซียน" (วิดีโอคลิปส่งต่อในไลน์)

เป็นกลยุทธ์ที่จะใช้กรุงเทพฯ เป็นจุดเปลี่ยนสำหรับทั้งประเทศไทย น่าเสียดายที่ท่านจากไปเสียแล้ว เราเลยจะไม่รู้ว่าคนที่พูดเก่ง คิดเก่ง ทำเก่งในตำแหน่ง รมต.ต่างประเทศและเลขาธิการอาเซียนอย่าง ดร.สุรินทร์นั้น จะทำภารกิจยิ่งใหญ่นี้สำเร็จได้หรือไม่

จึงต้องฝากความหวังไว้กับพรรคการเมืองที่จะส่งตัวแทนมาลงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ว่าจะคัดบุคคลที่มั่นคงในจริยธรรม เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย และอาจหาญที่จะเป็นอิสระจากระบบอุปถัมภ์ หาก ผู้นำ-ผู้ใช้อำนาจเป็นได้อย่างนี้การทุจริตคอรัปชั่นก็จะลดลงโดยอัตโนมัติ ถ้าปฏิรูป กทม.ได้ก็มีโอกาสสูงที่จะปฏิรูปประเทศไทยต่อไปตามวิสัยทัศน์สุดท้ายที่ ดร.สุรินทร์ทิ้งไว้ให้กับเรา

อย่างไรก็ตาม แม้การเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้นำจะสลักสำคัญยิ่งนัก แต่อนาคตของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้นำอย่างเดียว เพราะการใช้อำนาจย่อมมีการเมือง ไม่ว่าจะประชาธิปไตยหรือเผด็จการ การทำสิ่งที่ถูกที่ควรย่อมกระทบต่อผลประโยชน์ของผู้คน และประชาชนอาจไม่สามารถเชื่อมโยงถึงประโยชน์ส่วนรวมได้

ผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลงย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์แม้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม โดยเฉพาะในการเมืองแบบประชาธิปไตย ที่การตรวจสอบรอบด้านถือเป็นจุดแข็งอันจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่าระบบเผด็จการ ไม่ว่าแบบคุณธรรม (ในฝัน) หรือแบบปกติ

ผู้นำจึงต้องอาศัยพลังสนับสนุนจากประชาชนเดินฝ่าการเมือง ประชาชนจะออกตัวค้ำจุนผู้นำที่กล้าทำในสิ่งที่ถูกก็ต้องอาศัยศรัทธา และปัจจัยศรัทธาที่สำคัญที่สุดคือการยึดมั่นคุณธรรม

ดังนั้น ประชาชนก็ต้องเปลี่ยนแปลงด้วย ใครที่รังเกียจคอร์รัปชั่นต้องไม่สนับสนุนคอร์รัปชั่นทั้งตรงหรือทางอ้อม อย่าแก้ตัวว่าจำเป็น! เชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย

การเปลี่ยนแปลงจาก กทม.สู่ประเทศไทยใสสะอาด จะเป็นปัจจัยสำคัญสร้างความสามารถแข่งขันของประเทศไทย และได้ประโยชน์เต็มที่จากประชาคมอาเซียน ดังที่ ดร.สุรินทร์ชี้ทางไว้ n

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม