posttoday
‘พัชร วัชรสินธุ์’ บริหารความเสี่ยง-ต่อยอดความมั่งคั่ง

‘พัชร วัชรสินธุ์’ บริหารความเสี่ยง-ต่อยอดความมั่งคั่ง

13 ธันวาคม 2560

โดย วารุณี อินวันนา การใช้ชีวิตในปัจจุบันของคนในเมืองใหญ่ ต้องผสมผสานความลงตัวระหว่างการทำงาน การบริหารโอกาส การบริหารเงิน ให้เกิดความลงตัว เพื่อคว้าฝัน

โดย วารุณี อินวันนา

การใช้ชีวิตในปัจจุบันของคนในเมืองใหญ่ ต้องผสมผสานความลงตัวระหว่างการทำงาน การบริหารโอกาส การบริหารเงิน ให้เกิดความลงตัว เพื่อคว้าฝัน

รวมถึง พัชร วัชรสินธุ์ หรือวิค วัย 35 ปี กำลังสานฝันอย่างระมัดระวัง ภายใต้ความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารลูกค้า และหนึ่งในผู้ถือหุ้น บริษัท ลูม่า แคร์ บริษัทนายหน้าประกันสุขภาพน้องใหม่ที่ก่อตั้งมาได้ 4 ปี

พัชร กล่าวว่า เรียนจบปริญญาตรีจากประเทศอังกฤษ สาขาเศรษฐกิจและการเมือง และได้เริ่มทำงานในส่วนของการตลาดและการขายมาตลอด เคยทำงานกับบริษทผู้ผลิตเกมซอฟต์แวร์ชั้นนำของโลกที่ประเทศไทย และมาทำธุรกิจส่วนตัว เปิดร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์

"ผมชอบงานด้านการตลาดและงานไอที และทั้งสองทักษะนี้สามารถนำมาผสมผสานกันทำให้การทำงานดีขึ้นได้ โดยเฉพาะตลาดใน ตอนนี้กำลังไปทางด้านออนไลน์" พัชร กล่าว

พัชร กล่าวว่า ปัจจุบันทำงานที่บริษัท ลูม่า แคร์ เต็มตัว และในยุคที่รัฐบาลกำลังจะผลักดันเศรษฐกิจเข้าสู่ยุค 4.0 ในฐานะคนทำธุรกิจก็มีความท้าทายที่จะต้องคิดและต้องทำให้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด โดยมีเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง คือทำให้ชีวิตของลูกค้าง่ายขึ้น ไม่ต้องมีขั้นตอนเยอะ

การสามารถช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องเซ็นเอกสารครั้งละมากๆ และไม่ต้องนำส่งเอกสารไป-มาระหว่างลูกค้ากับบริษัท จะทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็ว ยิ่งการทำประกันสุขภาพกับลูกค้าชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย หากนำระบบบล็อกเชนเข้ามาใช้ จะทำให้สามารถพิสูจน์ตัวตนลูกค้าได้ง่ายและแม่นยำ แต่ยังไม่มีกฎหมายออกมารองรับ

"การให้บริการลูกค้าช่วงนี้ยังต้องให้กรอกข้อมูล เซ็นสำเนาเอกสารต่างๆ และต้องส่งกลับไป-มา ระหว่างบริษัทกับลูกค้า แม้ว่าการขายและบริการ หลังการขายสามารถทำได้แล้วในบางส่วน แต่การขายประกันสุขภาพยังจำเป็นต้องใช้คนจำนวนมากวิ่งไปหาลูกค้า เพื่อทำการชี้ช่องและแนะนำให้ลูกค้าทราบว่าอะไรดีไม่ดี" พัชร กล่าว

พัชร กล่าวว่า เป้าหมายในการทำงานต้องการที่จะ ขยายฐานลูกค้าประกันสุขภาพให้ได้มากที่สุด เพราะการร่วมลงทุนในบริษัท ลูม่า แคร์ นอกจากจะหวังผลตอบแทนจากการลงทุนแล้ว ยังเชื่อว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่กำลังทำประโยชน์เพื่อสังคม ทำให้คนมีความคุ้มครองให้กับตัวเอง ให้กับครอบครัว เมื่อเกิดการเจ็บป่วยก็สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงทีใน โรงพยาบาลที่ดีที่สุด เข้าถึงหมอที่ดีที่สุด

หากไม่มีประกันสุขภาพ อาจจะทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล หรือไม่สามารถเข้าถึงการรักษาที่ดีได้ ซึ่งจากการผ่านงานมาแล้ว 2 งาน รู้สึกว่างานที่ทำในปัจจุบัน นอกจากจะเป็นธุรกิจแล้ว ยังได้ช่วยเหลือสังคมด้วย

ขณะที่การทำงานในแต่ละวัน จะกำหนดเป้าหมายชัดเจน สั่งงานชัดเจน ความรับผิดชอบชัดเจน และต้องทำให้เสร็จตามเวลาที่กำหนด และต้องคอยติดตามข้อมูล ข่าวสาร ทั้งจากสื่อต่างๆ และจากผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ จากการเข้าร่วมสัมมนา เพื่อจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้มีแนวคิดใหม่ๆ ในการทำงาน จะได้เติบโตและก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

"ต้องการเห็นวัฒนธรรมการทำงานที่คนมีการศึกษาและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา กล้าถาม กล้าเถียง กล้าแสดงความเห็น อย่ากลัวที่จะรับผิดชอบเพิ่มขึ้น มีส่วนร่วมในการตั้งข้อสังเกต และร่วมกันคิดอะไรใหม่ๆ จะช่วยให้องค์กรดีขึ้นได้ ซึ่งผมมองว่าสังคมไทยยังไม่ค่อยกล้าเถียงเท่าไหร่" พัชร กล่าว

พัชร กล่าวว่า ส่วนเป้าหมายทางการเงิน วางไว้ว่า เมื่อไหร่ที่ตัดสินใจออกจากงานประจำ ซึ่งอีกหลายปีกว่าจะเกษียณ ก็อยากจะมีเงินทุนมากพอที่จะทำอะไรสนุกๆ ที่ตอบสนองความชอบของตัวเอง และยังเป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วย โดยมีหลายๆ โครงการที่ชอบและอยากทำ แต่ตอนนี้เร็วเกินไปที่จะพูด เพราะผมเพิ่งจะ 35 ปีเอง

ระหว่างช่วงวัยทำงาน พัชรได้วางแผนชีวิตเพื่อสร้างความมั่นคงและให้ไปถึงเป้าหมายทางการเงิน ด้วยการบริหารความเสี่ยงและการต่อยอดความมั่งคั่งอย่างระมัดระวัง

พัชร กล่าวว่า ชีวิตต้องบริหารความเสี่ยงเพื่อรองรับเหตุที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น และยังเป็นการวางแผนงบประมาณการใช้จ่ายในแต่ละปี ไม่ให้เกินเลย จากที่ตั้งไว้ โดยเครื่องมือที่นำมาใช้ที่ดีที่สุดคือ การประกันภัย ประกันชีวิต

"อย่างทรัพย์สินที่มีผมก็จะต้องมีการทำ ประกันภัย ไม่ว่าจะเป็น รถ บ้าน และชีวิต ก็ต้องมีการประกันชีวิต ประกันสุขภาพ เพื่อเราจะได้มั่นใจว่าในปีๆ หนึ่ง การใช้จ่ายจะไม่เกินงบที่เราตั้งไว้ หากไม่มีประกันคุ้มครอง อาจจะทำให้เราสูญเสียเงินที่มีอยู่ทั้งหมด หากเกิดเหตุที่ไม่คาดคิด" พัชร อธิบาย

พัชร เล่าต่อว่า ส่วนการใช้จ่ายนั้น โดยส่วนตัวไม่ใช่คนฟุ่มเฟือย ที่ยึดแบบอย่างมาจากครอบครัว โดยเฉพาะคุณพ่อจะเป็นคนที่มีสไตล์การใช้ชีวิตอย่างง่ายๆ สมถะ

อย่างไรก็ตาม เรื่องความชอบนี้ผมไม่ได้บอกว่าใช้ชีวิตแบบไหนถูกต้อง เพราะแต่ละคนก็ชอบไม่เหมือนกัน ซึ่งเป็นสิทธิของแต่ละคนที่จะใช้ชีวิตตามความชอบส่วนตัว หลายคนอาจจะชอบใช้เงินไปกับเสื้อผ้า หลายคนชอบใช้เงินไปกับอาหาร หลายคนชอบใช้เงินไปกับสิ่งของหรูหรา

สำหรับผมแล้วชอบใช้เงินไปกับการเก็บเพื่อการลงทุนในอนาคต ซึ่งการที่จะลงทุนได้จะต้องประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย ต้องมีเงินเก็บ และมีการนำไปหาผลประโยชน์ตอบแทนเพิ่มเติม

"ในแต่ละเดือนผมสามารถเก็บเงินได้ประมาณ 50% ของรายได้ที่เข้ามา ซึ่ง 70% จะมาจากงานประจำที่ทำอยู่ และอีก 30% จะมาจากการลงทุนและรายได้อื่น" พัชร กล่าว

พัชร กล่าวว่า ในการลงทุน นอกจากจะลงทุนในบริษัท ลูม่า แคร์ เพื่อสร้างธุรกิจและรายได้ให้กับ ตัวเองแล้ว ยังมีการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ตามสิทธิที่ได้เพื่อการลดหย่อนภาษี และมีการลงทุนในหุ้น แต่ไม่ใช่ในลักษณะของการเทรดรายวัน จะเป็นการลงทุนในระยะยาว ที่เน้นมองหุ้นที่ธุรกิจมีอนาคตดีและมีโอกาสเติบโตสูง

"อย่างลงทุนในหุ้น ผมก็กำลังศึกษาและติดตามตลอด ไม่ได้ผลีผลาม อยากหาความรู้อย่างลึกซึ้ง ก่อนที่จะตัดสินใจ บางปีอาจจะไม่ได้ลงทุนเลย อย่างช่วงนี้ผมสนใจหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล แต่ราคาขึ้นมาสูงมากแล้ว สิ่งที่ทำคือเก็บเงินสดไว้ รอโอกาสที่เหมาะสม" พัชร กล่าว

พัชร กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เป็นเงินสด เพื่อสภาพคล่องทางการเงิน สำรองไว้ยามฉุกเฉิน และยังเผื่อไว้เป็นโอกาสการเข้าไปลงทุน ซึ่งบอกได้ว่าช่วงนี้จะเก็บเงินสดไว้เยอะหน่อย เพราะอะไรๆ ก็สูงมาก และยังต้องการเวลาในการศึกษาอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจ

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้แบ่งสัดส่วนการลงทุน ตายตัวว่า จะลงทุนใน LTF เท่าไหร่ ในหุ้นเท่าไหร่ หรือเป็นเงินสดเท่าไหร่ แต่จะปรับตามสถานการณ์เอื้ออำนวย

ทั้งนี้ พัชร ฝากทิ้งท้ายไว้ว่า การสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต ทั้งเรื่องงาน และเรื่องเงิน จำเป็นต้องศึกษาหาความรู้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งจากสื่อ จากคน และต้องมีการบริหารความเสี่ยง ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม