
ถกแก้ปมผุดโรงไฟฟ้า
"ศิริ" ถก กฟผ. หาทางออกให้โรงไฟฟ้าถ่านหิน ด้านนักวิชาการขีดเส้นรัฐสรุปความชัดเจนใน 3 เดือน
"ศิริ" ถก กฟผ. หาทางออกให้โรงไฟฟ้าถ่านหิน ด้านนักวิชาการขีดเส้นรัฐสรุปความชัดเจนใน 3 เดือน
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงอยู่ระหว่างหารือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เกี่ยวกับความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงถ่านหินกระบี่และเทพา จ.สงขลา ในการสร้างความเข้าใจว่าจะเดินหน้าให้เกิดการยอมรับอย่างไร เพราะภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ ทำให้การวางแผนการผลิตไฟฟ้า ตลอดจนการวางสายส่งจึงต้องทำอย่างเหมาะสม โดยวันที่ 22 ธ.ค.นี้ จะมีการแถลงความคืบหน้า
นายมนูญ ศิริวรรณ กรรมการปฏิรูปพลังงานและนักวิชาการอิสระด้านพลังงาน กล่าวว่า นโยบายพลังงานหลายด้าน เช่น ความชัดเจนโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงถ่านหินกระบี่และเทพา รวมทั้งการเปิดประมูลปิโตรเลียม 2 แหล่งที่จะหมดอายุ คือ เอราวัณและบงกชนั้น ตนมีความเห็นว่า รมว.พลังงาน ควรสร้างความชัดเจนภายใน 3 เดือนนับจากนี้ โดยเฉพาะการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ควรมีความชัดเจนว่าจะต้องสร้างหรือไม่
"ภายใน 3 เดือน ควรจะต้องมีความชัดเจนว่าควรก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่หรือไม่ และประเภทเชื้อเพลิงจำเป็นต้องเป็นเชื้อเพลิงถ่านหินหรือไม่ ซึ่งจะมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เพราะข้อขัดแย้งคือ เมื่อมีการจัดทำรายงานผลกระทบด้าน สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) และรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เสร็จเรียบร้อยแล้วรอพิจารณาในขั้นสุดท้าย กลับมีผู้ไม่เห็นด้วยออกมาเรียกร้องให้ยุติ ทั้งที่ระหว่างที่เริ่มทำไม่ต่อต้าน เหมือนไม่เคารพกติกา" นายมนูญ กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มคนที่ต่อต้านใช่คนในพื้นที่หรือไม่ เพราะจากการตรวจสอบการต่อต้าน โรงไฟฟ้าเทพาที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มต้านมาจาก จ.พัทลุง ปัตตานี กระบี่ ไม่ใช่คนในพื้นที่ หากปล่อยให้ดำเนินการต่อไปก็อาจมีบทสรุปคล้ายโรงไฟฟ้ากระบี่ที่ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่
สำหรับความชัดเจนการประมูล 2 แหล่งปิโตรเลียมรูปแบบแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) ที่จะสรุปรายละเอียดทั้งหมดได้ภายในเดือน ม.ค. 2561 และออกหนังสือเชิญชวนประกวดราคา (ทีโออาร์) ได้ในเดือน ก.พ. 2561 ถือว่าช้าเกินไป เพราะเดิมกรอบการเปิดทีโออาร์ คือภายในสิ้นปีนี้ แต่เป็นระยะเวลาที่รับได้ไม่ล่าช้าเกินไป ดังนั้นควรได้ผู้ชนะการประมูลกลางปี คือเดือน มิ.ย. 2561 เพื่อให้ผู้ชนะประมูลมีเวลาเตรียมการ 6 เดือน โดยเฉพาะหากผู้ชนะเป็นรายใหม่ เพราะมีรายละเอียดที่ผู้ชนะประมูลต้องดำเนินการจำนวนมาก แต่หากไม่ทันและได้ผู้ชนะภายในปี 2561 ก็ยังเป็นเวลาที่พอรับได้อยู่ แต่อาจติดปัญหาด้านเวลาเตรียมการ
"เมื่อเลื่อนการเปิดทีโออาร์และกำหนดช่วงเวลาใหม่ก็ขอให้เป็นไปตามนี้ เพราะเงื่อนเวลาในการประมูลจนถึงการได้ผู้ชนะเป็นสิ่งที่สำคัญต่อขั้นตอนการผลิตก๊าซในอนาคต หากได้รายเดิมก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่หากได้ผู้ชนะรายใหม่จะมีรายละเอียดจำนวนมาก ต้องมีเวลาส่งมอบงานระหว่างเอกชนเก่าและใหม่" นายมนูญ กล่าว
รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน แจ้งว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา รมว.พลังงาน ได้เรียกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าหารือเกี่ยวกับประเด็นความคืบหน้าการเปิดประมูลต่ออายุสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแหล่งบงกชและเอราวัณใน 5 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย 1.ข้อมูลปริมาณสำรองและปริมาณการผลิตในระดับความเป็นไปได้ต่างๆ กัน ในแหล่งที่คาดว่าจะมีและแหล่งที่ยังไม่ได้สำรวจ
2.เรื่องการรื้อถอนแท่นผลิตที่ไม่จำเป็น ไม่ต้องการเก็บ และการโอนแท่นที่ยังต้องการเก็บไว้ใช้งาน ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนที่ยังต้องการเก็บไว้ใช้งาน รวมถึงหลักการและข้อตกลงของการโอนแท่นผลิต ค่าใช้จ่ายการรื้อถอน สำหรับแท่นผลิตที่ต้องการเก็บไว้ใช้งาน ระหว่างผู้รับสัมปทานปัจจุบัน รัฐ และผู้ชนะการประมูลภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต และการทำสัญญาการโอนดังกล่าว 3.มาตรการที่สนับสนุนให้ผู้รับสัมปทานปัจจุบันลงทุนเพื่อรักษาระดับการผลิตจนสิ้นสุดอายุสัมปทาน 4.มาตรการที่สนับสนุนให้ผู้ชนะประมูลภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิตลงทุน เพื่อรักษาระดับการผลิตได้อย่างต่อเนื่องเริ่มสัญญาใหม่ และ 5.หลักการเกี่ยวกับราคาก๊าซธรรมชาติและผู้ซื้อ
ด้านนโยบายของนายศิริจะให้ ความสำคัญงานหลัก 4 ด้าน คือ การเปิดสัมปทานปิโตรเลียม 2 แหล่งที่ กำลังจะหมดอายุในปี 2565-2566 ไบโอดีเซล นโยบายด้านโซลาร์ และ โรงไฟฟ้าถ่านหิน







