
ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนหด9%
ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนลงแต่ยังร้อนแรง กังวลการเคลื่อนย้ายเงินทุนมากกว่าการเมืองระหว่างประเทศ เชื่อ กนง.คงดอกเบี้ย
ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนลงแต่ยังร้อนแรง กังวลการเคลื่อนย้ายเงินทุนมากกว่าการเมืองระหว่างประเทศ เชื่อ กนง.คงดอกเบี้ย
นายสันติ กีระนันทน์ ผู้แทนสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 150.81 จุด ปรับลง 9.02% จากเดือนก่อน อยู่ที่ 165.77 จุด โดยลงมาอยู่ระดับที่ร้อนแรงจากเดิมที่ร้อนแรงมาก หากแยกประเภทนักลงทุนทุกประเภทมองดัชนีลดลงหมด ยกเว้นแต่ นักลงทุนต่างประเทศที่มองเท่าระดับเดือนก่อนที่ 180 จุด
ทั้งนี้ ยังมองปัจจัยบวกที่มีต่อตลาดหุ้นไทยเป็นเรื่องการขยายตัวเศรษฐกิจภายในประเทศ ขณะที่ปัจจัยลบเปลี่ยนความกังวลเป็นเรื่องการไหลเข้าและออกของเม็ดเงินต่างชาติเป็นหลักจากเดิมเรื่องความมั่นคงทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยหมวดธุรกิจที่น่าสนใจคือ ท่องเที่ยวและสันทนาการ และหมวดที่ไม่น่าสนใจคือหมวดธุรกิจการเกษตร
น.ส.อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า ดัชนีคาดการณ์ อัตราดอกเบี้ยเดือน ธ.ค.อยู่ที่ระดับ 50 ทรงตัวจากเดือนก่อน สะท้อนว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงดอกเบี้ย 1.5%
สำหรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร อายุ 5 ปี และ 10 ปี มีแนวโน้มปรับขึ้นตามดอกเบี้ยสหรัฐ ซึ่งมีผลให้ยอดซื้อสะสมปีนี้ที่เคยปรับขึ้นต่อเนื่อง จากที่ปรับลดลงอย่างหนักในเดือน ต.ค. ประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท แต่เดือน พ.ย.เริ่มเห็นแรงซื้อกลับเข้ามา แต่เปลี่ยนเป็นทิศทางตราสารหนี้ระยะสั้นมากขึ้น จากที่ 9 เดือนเน้นลงทุนตราสารหนี้ระยะยาวเป็นหลัก เพราะนักลงทุนรอความชัดเจนก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และสถานการณ์ปีหน้า โดยปีนี้เม็ดเงินต่างชาติเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ประมาณ 2.08 แสนล้านบาท
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และนายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า ปีหน้าเศรษฐกิจโลกยังขยายตัวดี แต่น้ำหนักความน่าสนใจของตลาดหุ้นในประเทศเกิดใหม่จะดีกว่าตลาดหุ้นประเทศที่พัฒนาแล้ว รวมถึงประเทศไทยด้วย เพราะยังมีโอกาสเติบโตทางเศรษฐกิจที่มากกว่า ขนาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ยังเติบโตน้อยกว่า อัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) และราคาเมื่อเทียบกับมูลค่าหุ้นทางบัญชียังถูกกว่าประเทศที่พัฒนาอีกมาก
ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย มองดัชนีหุ้นไทยปีหน้าที่ 1,820 จุด อัตรากำไรสุทธิต่อหุ้นเติบโตปีหน้าที่ 7-10% โดยหุ้นที่แนะนำคือกลุ่มธนาคารพาณิชย์เพราะปัญหาหนี้เสียลดลง กลุ่มค้าปลีกจากความกังวลหนี้ครัวเรือนลดลง







