
เพิ่มสีเข้ม
กระแสสังคมบีบรัด ชี้นำ ซ้าย หรือขวา มีผลทั้งนั้น จนกลายเป็นช่องทางให้หลายงานขอ "ขี่กระแส" และในโลกสังคมออนไลน์ ดูว่าจะได้ผลฉมัง
กระแสสังคมบีบรัด ชี้นำ ซ้าย หรือขวา มีผลทั้งนั้น จนกลายเป็นช่องทางให้หลายงานขอ "ขี่กระแส" และในโลกสังคมออนไลน์ ดูว่าจะได้ผลฉมัง
หากเป็นยุคก่อนคงต้องใช้มืออาชีพในการวางแผนสื่อประชาสัมพันธ์ ใช้อะไรดี ที่จะเข้าถึงคนกลุ่มใหญ่ ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์
แต่โลกวันนี้ Social Media ทรงพลังเป็นที่สุด ดังนั้นจึงกลายเป็นเส้นทางของการสื่อสารที่หลายคนเลือกใช้ แต่...เดี๋ยวก่อน ทุกอย่างย่อมมีขาว-ดำ พึงระวังด้วย เรามักจะเห็นการใช้มาตรการเข้มๆ ของ ก.ล.ต.ในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมาแบบถี่ บ่อย โลกเปลี่ยนไปแล้ว มาตรการ ระเบียบของชาวโลก ที่ชวนกันทำในแนวเดียวกัน ให้เป็นที่ยอมรับ เป็นโลกใบเดียว ที่ต้องเหลียวมองกัน อยู่เพียงลำพังไม่ได้แล้ว
มาตรการล่าสุด ที่ทางสำนักงาน ก.ล.ต.หยิบขึ้นมาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องการเปิดเผยข้อมูล การนำ CG Code ไปปรับใช้ในแบบแสดงรายการข้อมูล โดยมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นกันไปแล้ว และตัดสินใจในนาทีเกือบสุดท้าย เป็นข่าวดีส่งท้ายปีว่า จะโยกขยายเวลาให้ไปอีก 1 ปี หมายถึงใช้สำหรับปี 2562 จากเดิมที่จะขอประกาศใช้ ให้ปฏิบัติกันในปี 2561 นี้ ข้อปฏิบัติใดที่ ก.ล.ต.เพิ่มเติมเข้ามาให้มีความเข้มข้นขึ้นบ้างล่ะ
หลักๆ คือ การส่งเสริม (กำหนด) ให้นำไปเป็นแนวปฏิบัติ หากไม่ปฏิบัติ ต้องมีคำอธิบายและบันทึกไว้เป็นมติของคณะกรรมการ
"การเปิดเผย" เป็นการเปิดเผยเรื่องใดกันบ้างล่ะ... มีชัดเจน เรื่องของ CG Principles 2555, CGR สาระ เนื้อหา มีเรื่องใดบ้างนั้น ติดตามได้ใน WWW.SET.or.th, WWW.SEC.or.th
เปิดเผยไว้ในที่ใด... ระบุว่า ให้เปิดเผยไว้ตามแบบ 56-1 ซึ่งนักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ จุดน่าสนใจ คือ ต้องมีคำอธิบายระบุชัดๆ ลงไปด้วยว่า "คณะกรรมการได้รับทราบ เข้าใจและมีการนำไปประเมินการปฏิบัติแล้วหรือไม่ อย่างไร" ...โดยให้แบ่งความพร้อมไว้ 3 ระดับ คือ ขั้นต้น ขั้นพัฒนา และขั้นพัฒนาต่อเนื่อง "เขาเว้นวรรคช่องหายใจไว้ให้ว่า สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามข้อเท็จจริงของแต่ละบริษัท และเรื่องการเปิดเผยข้อมูลนี้ จะขยายกรอบไปจนถึงแบบฟอร์ม 69-1 คือช่วงของการเสนอขายหุ้น ตอนขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไป ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกด้วย"
สังเกตว่า งานนี้เป็นการเปิดเผยข้อมูล ที่อาจจะไม่ใช่ข้อบังคับทางกฎหมาย แต่เป็นเกณฑ์แนวปฏิบัติของ ก.ล.ต. ถามว่า หากไม่มีข้อกำหนดตามกฎหมาย ไม่เปิดเผยได้ไหม
ตอบว่า คงไม่ได้ เพราะเป็นประกาศของ ก.ล.ต. หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุน ผิดกฎหมาย ถูกฟ้องกล่าวโทษได้
ถามว่า เกณฑ์การเปิดเผยนี้เข้มขึ้นไหม
ตอบว่า เข้มขึ้นแน่นอน เป็นเกณฑ์ที่จะช่วยให้ข้อมูลสำหรับผู้ถือหุ้น ช่วยในการประกอบการตัดสินใจ และที่สำคัญ เป็นคำมั่นสัญญาที่ลงนามรับรองโดยคณะกรรมการ ซึ่งต้องมีความรับผิดชอบต่อคำมั่นนั้นๆ ผิดคำ มีสิทธิถูกฟ้องกล่าวโทษได้ทันที ความรับผิดชอบของคณะกรรมการมีมากขึ้น การคัดเลือก คัดกรองผู้ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการของบริษัทมหาชนเข้มงวดขึ้น เช่น ควรมีผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพต่างๆ ไม่ควรนั่งเก้าอี้นานเกิน 9 ปี และอื่นๆ แสดงถึงการให้ความสำคัญของคณะกรรมการบริษัท นับเป็นความหวังที่จะช่วยให้การดำเนินงานของบริษัทมหาชนโปร่งใส สบายใจทุกฝ่ายมากขึ้น หมดยุค "กรรมการตรายาง" กันอีกต่อไป
ในเมื่องานของฝ่ายกำกับเข้มข้นขึ้นแบบนี้ นักลงทุนเองน่าจะสบายใจขึ้น เพราะมีเครื่องกรองมาช่วย และตัวนักลงทุนเองก็ต้องหันกลับมาบริหารจัดการตัวเอง เรื่องแนวทางการลงทุนที่จะไม่หลงไปกับการบิดเบือนของราคา รวมทั้งความโลภที่เกาะติดตัว ในยามตัวเลขราคากะพริบ ฝั่งของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนอาจต้องเพิ่มงาน จุกจิกหงุดหงิดขึ้นอีกมาก ขอเอาใจช่วย คิดซะว่า เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว แม้จะยุ่งยาก แต่ยั่งยืน เถอะนะ ของดี บ่มหมัก ย่อมใช้เวลา รอคอยความอร่อย ซึ่งมักจะ "สมใจ" เป็นรางวัลแห่งการรอคอยเสมอ...
ลองถามตัวเราเองก็ได้ กฎ ระเบียบ อยากอยู่ร่วมกันแบบหลวมๆ หรือแบบเข้มๆ กันละ เมื่อกระแสด้านนี้กำลังมาแรง หากจะเดินไปด้วยกัน ต้อง "ขี่กระแส" จึงจะเกิดบิ๊กอิมแพกต์ ให้ CG เข้มๆ เข้าไว้ ดีสุด.







