
‘ทีโอเอ’บุกหนักสีอาเซียน
โชคชัย สีนิลแท้ จากภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศซบเซาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลได้ชัดกับธุรกิจสีเช่นกัน เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ของไทย อย่าง ทีโอเอ เพ้นท์ ให้ความสำคัญกับตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะการออกไปตั้งโรงงานในภูมิภาคอาเซียน
โชคชัย สีนิลแท้
จากภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศซบเซาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลได้ชัดกับธุรกิจสีเช่นกัน เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ของไทย อย่าง ทีโอเอ เพ้นท์ ให้ความสำคัญกับตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะการออกไปตั้งโรงงานในภูมิภาคอาเซียน
จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ทีโอเอ เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการทำตลาดสีในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น โดยจะต้องมีโรงงานอยู่ในต่างประเทศ เนื่องจากจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ จึงทำให้สามารถแข่งขันทางด้านราคากับผู้ผลิตในแต่ละประเทศได้
ทั้งนี้ ในปี 2561 จะก่อสร้างโรงงานเสร็จในประเทศเมียนมา อินโดนีเซีย จะทำให้ยอดขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้นในปี 2562 ขณะที่โรงงานในกัมพูชาจะเสร็จปี 2562 แต่สัดส่วนยอดขายในกัมพูชายังไม่มากนัก
สำหรับยอดขายในช่วง 9 เดือนของปี 2560 ยอดขายของบริษัท นั้นต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 6% ในเดือน 10-11 ยอดขายเริ่มโตขึ้น และกลุ่มสินค้าประเภทนันเดคอร์เรทีฟก็เติบโต ขณะที่ตลาดในเวียดนามค่อนข้างเงียบจากเรื่องการ เก็บภาษีของสรรพากรจึงทำให้ตลาด ชะลอตัว
นอกจากนี้ ในปี 2558-2559 ราคาน้ำมันอยู่ในช่วงต่ำที่สุด มาในปี 2560 ราคาน้ำมันเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งบริษัทจะต้องพยายามเน้นลดต้นทุนเพื่อให้กำไรดีขึ้น โดยธุรกิจสี ในไตรมาส 3 ต้องเผชิญกับฤดูฝนที่ทำ ให้ยอดขายลดลง นอกจากนี้สารเคมีที่ใช้ในสีเกรดพรีเมียมคือไทเทเนียมไดออกไซด์ที่ใช้มากขึ้นในสีเป็นปัจจัยที่กดดันต่อกำไรไปจนถึงกลางปี 2561 แต่ก็ได้ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นก็ช่วยลดผลกระทบดังกล่าวได้
บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) ดำเนินธุรกิจ 2 ส่วน คือ สีทาอาคาร สีทาบ้านทั้งหมด อาทิ แบรนด์โฟร์ซีซั่นส์ ทีโอเอและซุปเปอร์ชิลด์ มีสัดส่วน การขาย 68% ที่เหลือเป็นนันเดคอร์เรทีฟ เพนต์ มีสัดส่วนขาย 28% อาทิ กาวลาเท็กซ์ สีสเปรย์ และสีพิเศษที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยยอดขายในประเทศมีสัดส่วน 88%
ปัจจุบันมีดีลเลอร์ในประเทศมีมากกว่า 6,367 ร้านค้า ในจำนวนนี้ได้ปรับตัว เป็นกึ่งโมเดิร์นเทรดกว่า 4,000 ร้านค้ามีเครื่องผสมสีอยู่ที่ช่วยบริหารจัดการสต๊อกในร้านค้าที่มีการปรับตัว ขณะเดียวกันได้เปิดดีลเลอร์ในต่างประเทศซึ่งเพิ่มเครื่องผสมสีสำเร็จรูปอีก 300 ตัว ได้แก่ อินโดนีเซียและเวียดนาม ถือว่าเป็นเครื่องมือหลักในการบุกตลาดต่างประเทศ ไปพร้อมกับการเปิดตลาดสีเกรดพรีเมียม
จะเห็นได้ว่าประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะในอาเซียนมีความต้องการใช้งานสีสูงมาก โดยเฉพาะจากงานสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน







