posttoday

อาลัยพระราชรัตนาภรณ์ (เจ้าคุณโม)

17 ธันวาคม 2560

วันที่ 24 ธ.ค. 2560 เป็นวันพระราชทานเพลิงศพพระราชรัตนาภรณ์ (เจ้าคุณโม หรือเจ้าคุณบุญช่วย) อดีตเจ้าอาวาสวัดแก้วฟ้าจุฬามณี กรุงเทพมหานคร

วันที่ 24 ธ.ค. 2560 เป็นวันพระราชทานเพลิงศพพระราชรัตนาภรณ์ (เจ้าคุณโม หรือเจ้าคุณบุญช่วย) อดีตเจ้าอาวาสวัดแก้วฟ้าจุฬามณี กรุงเทพมหานคร

พระราชรัตนาภรณ์ ต่อไปนี้จะเรียกเจ้าคุณโมมรณภาพด้วยโรคมะเร็ง เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2460 สิริอายุ 69 ปี 47 พรรษา ยังความเศร้าโศกอาลัยมายังญาติมิตรและคณะศิษย์อย่างมากมาย เพราะขณะที่ดำรงขันธ์อยู่นั้นท่านเป็นผู้มีน้ำใจเผื่อแผ่แก่ผู้อื่นและสังคม เมื่อถึงวันพระราชทานเพลิงศพจึงเห็นคำไว้อาลัยที่สะท้อนถึงตัวท่านเจ้าคุณโมขณะที่ดำรงขันธ์อยู่ ว่ามีคุณูปการแก่ใคร มากน้อยอย่างไร

พระสงฆ์บางรูปที่เคยร่วมสำนัก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งใหญ่ มีอำนาจให้คุณให้โทษในวงการพระสงฆ์ ก็รำลึกถึงเมื่อครั้งร่วมสำนักที่วัดสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ส่วนบางท่านเคยร่วมรุ่น ร่วมสุข ร่วมทุกข์ ร่วมสำนักเรียนในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้อง หรือบางท่านเคยพึ่งพาอาศัยในยามยากก็ได้เขียนถึงด้วยความรักและอาลัย และบางท่านเคยเป็นครูอาจารย์ก็เขียนถึง แสดงว่าสิ่งที่เจ้าคุณโมทำไว้นั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ มิเช่นนั้นคงไม่อยู่ในความทรงจำของใครต่อใครถึงบัดนี้

ส่วนสำนวนคำไว้อาลัยที่แต่ละท่านถ่ายทอดออกมา มีอรรถรสอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นอนุสรณ์กถาโดยพระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน ป.ธ.9)แม่กองบาลีสนามหลวง กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หรือรำลึกถึงอาจารย์บุญช่วย โดยพระราชปริยัติมุนี (ผศ.ดร.เทียบ สิริญาโณ ป.ธ.9) คณบดีคณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพน แม้กระทั่งเรื่องพระราชรัตนาภรณ์ (บุญช่วย กมฺมสุโภ) เจ้ากรมกองเกียกกายของพวกพ้องน้องพี่ที่อดีตมหาอย่าง เอนก เรืองเชื้อเหมือน (ป.ธ.7) บรรจงถ่ายทอด เป็นต้น

อาลัยพระราชรัตนาภรณ์ (เจ้าคุณโม)

ทุกท่านเขียนจากใจ ไพเราะอย่างสุดซึ้ง พูดได้ว่า เสียดายที่คนตายไม่ได้อ่าน เนื่องด้วยแต่ละท่านสะท้อนตัวตนคนสุพรรณอย่างเจ้าคุณโมให้สังคมได้รู้ได้เห็นว่ามีน้ำใจขนาดไหน

นอกจากคำไว้อาลัยและบทความที่กล่าวแล้ว หนังสือ “อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พระราชรัตนาภรณ์” หนา 380 หน้า ยังมีประวัติของวัดแก้วฟ้าจุฬามณี ที่มีพระชาวสุพรรณ 2 รูป เป็นสมภารติดต่อกันยาวนานถึง 85 ปี จึงมีบันทึกที่น่าศึกษา เช่น เรื่อง โรงไม้ จีนล่ำซำแลกที่ธรณีสงฆ์กับวัดแก้วฟ้าฯ ในสมัยพระอาจารย์คล้ำ (เป็นเจ้าอาวาส) เป็นเอกสารจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ประทับตรากรมศิลปากรประกันคุณภาพ แม้ว่าจะเป็นเหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ. 2449 ก็ตาม

ผู้เขียนเชื่อว่าหนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพเล่มนี้ จะกลายเป็นหนังสือหายาก (Rare Book) อีกเล่มหนึ่ง เพราะเจ้าคุณพระศรีธวัชเมธี (ป.ธ.9 M.A.) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบุรณะราชวริหาร ศิษย์เก่าสำนักเรียนวัดสองพี่น้อง นักเขียนอนุทินว่าด้วยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และประวัติบุคคลในเฟซบุ๊กมากกว่า 300 ชิ้น เป็นบรรณาธิการ นั่นเอง

เพื่อจะได้ซึมซับอรรถรสแห่งอักษรสมัยในคำไว้อาลัยของพระเถระ จึงขอนำความบางตอนของบางท่านมาเสนอในคอลัมน์นี้ ดังนี้

อนุสรณ์กถา โดยพระพรหมโมลีพระพรหมโมลี เขียนว่า ท่านเจ้าคุณพระราชรัตนาภรณ์ทำหน้าที่ต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายได้เรียบร้อย น่ายกย่อง ได้ส่งประกายมาแต่ครั้งที่ยังเป็นสามเณรอยู่ที่วัดสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เมื่อต้องทำหน้าที่ในฐานะของครูผู้สอนและในฐานะของนักเรียนผู้ศึกษาในชั้นประโยค ป.ธ.5โดยมีพระธรรมพุทธิมงคล (สอิ้ง สิรินนฺโท ป.ธ.8) ทำหน้าที่อาจารย์สอนประโยค ป.ธ.4 และประโยค ป.ธ.5 ในช่วงเวลาเดียวกัน (ภาคเช้า) สามเณรบุญช่วยได้ทำหน้าที่ของนักเรียนอย่างแข็งขัน เมื่อต้องทำหน้าที่สอนนักเรียนบาลีในช่วงบ่าย ท่านก็ทำหน้าที่ได้อย่างสมภาคภูมิ เรียกว่าจะเรียนก็ได้  จะสอนก็ดี ทำหน้าที่ได้อย่างสมสง่าราศี เวลาเย็นหลังจากทำวัตรแล้ว ยังไปนั่งฟังเทปประโยค ป.ธ.5 ทบทวนการแปลอีกวันละ 1 ชั่วโมง มิได้ขาด

อาลัยพระราชรัตนาภรณ์ (เจ้าคุณโม)

ช่วงเวลาเช้าในฐานะของพี่เณรได้ตระเตรียมเรือ ปิ่นโต บาตร ไม้พาย ไว้อย่างพร้อมสรรพ และจัดการให้สามเณรไปบิณฑบาตตามสายต่างๆ โดยทางเรือ (วัดสองพี่น้อง ในสมัยนั้น ประมาณปี 2512 ช่วงระยะเวลาเข้าพรรษาน้ำจะท่วมวัด บิณฑบาตและสัญจรโดยใช้เรือเป็นพาหนะ คนแดนไกลสัญจรจากดอนเจดีย์ เวลาสัญจรทางน้ำ หวาดเสียวนัก พายเรือไม่เป็น) พี่เณรบุญช่วย จัดเตรียมสำรับ จัดวางในวงต่างๆ สำรับส่วนหนึ่งฉันเช้า อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้ฉันเพล และก่อนเพลต้องกำกับการอุ่นอาหารในปิ่นโตที่เก็บไว้และวางไว้เรียงรายตามวงต่างๆ พร้อมทั้งจัดตั้งภาชนะและอาสนะ

การทำหน้าที่ต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย พี่เณรบุญช่วยตั้งใจทำและทำอย่างดี สมกับความไว้วางใจที่ผู้ใหญ่ (พระธรรมพุทธิมงคล (พระมหาสอิ้ง)) ได้มอบหมายทุกประการ เวลาใช้งานสามเณรทั้งหลายพูดจานุ่มนวล แต่เฉียบคมในท่าที ซึ่งสามเณรทุกรูปเชื่อฟัง ทำตาม ไม่มีข้อขัดข้องใดๆ แต่ถ้ารูปใดมีข้อสงสัย ก็เปิดโอกาสให้ยกมือสอบถาม และจะชี้แจงจนเข้าใจ และนำไปปฏิบัติได้โดยไม่บกพร่อง นั่นคืออัธยาศัยแห่งความเป็นผู้นำที่ฉายแววมาแต่ครั้งกระโน้น

ฉะนั้นจึงไม่แปลกใจอันใดที่ท่านเจริญรุ่งเรืองในพระศาสนามาโดยลำดับ ทั้งในตำแหน่งหน้าที่และสมณศักดิ์ และก็ได้แต่แอบชื่นชมอยู่ในใจว่า ท่านคงจักได้เจริญรุ่งเรืองในพระศาสนา โดยยิ่งขึ้นไปกว่านี้เป็นแน่

เมื่อทราบว่าท่านถูกโรคไข้เจ็บเบียดเบียน ก็ได้แต่สอบถามและเอาใจช่วย และในวาระท้ายสุดได้รับทราบด้วยความหม่นหมองว่าท่านเจ้าคุณพระราชรัตนาภรณ์มรณภาพแล้วที่โรงพยาบาลศิริราช รู้สึกใจหายและเสียใจในการจากไปของท่านเป็นอย่างยิ่ง

รำลึกถึงอาจารย์บุญช่วย

อาลัยพระราชรัตนาภรณ์ (เจ้าคุณโม)

ในขณะที่พระราชปริยัติมุนี เขียนรำลึกถึงอาจารย์บุญช่วย ว่า ข้าพเจ้าเป็นอีกคนหนึ่งที่กล่าวได้ว่ามีตัวตนทุกวันนี้ได้ ก็เพราะท่านมีส่วนร่วมสร้างข้าพเจ้า ถ้าวันที่มาพบท่านและท่านไม่รับ ข้าพเจ้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปไหน

ทั้งนี้ พระราชปริยัติมุนี เขียนเล่าชีวิตตอนเป็นสามเณรเปรียญ 4 ประโยค ออกจากวัดสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มาอยู่วัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แต่เจ้าอาวาสไม่รับ ชีวิตจึงมืดมน แต่เป็นเสือออกจากถ้ำแล้วไม่ย้อนกลับ ต้องอดทน ในที่สุดพี่วินัย สังขวรรณะ ทราบว่าข้าพเจ้าเป็นวิหคไร้รัง จึงพาไปหาอาจารย์บุญช่วยที่วัดแก้วฟ้าจุฬามณี เมื่อท่านทราบวัตถุประสงค์ก็รับไว้ แม้ว่าที่วัดจะมีพระภิกษุสามเณรมากเกือบ 40 รูปแล้วก็ตาม

ท่านอาจารย์บุญช่วย เป็นพระหนุ่มรูปงาม ห่มผ้าเรียบร้อย รักความสะอาด เป็นเจ้าอาวาสเมื่ออายุหนุ่มมาก คือ อายุ 26 ปี พรรษา 5 ท่านเป็นพระที่มีปกติพูดน้อย ไม่ใช่คนช่างเจรจา ยิ่งคนไม่รู้จักด้วยแล้วท่านยิ่งไม่ค่อยพูด เป็นคนรักครอบครัวพี่น้องของท่านทั้งพ่อ-แม่ เมื่อยามชราท่านเอาพ่อแม่มาเลี้ยงดูที่วัด พี่ๆ น้องๆ ของท่านก็ได้พึ่งบุญบารมีของท่านด้วย ความเมตตากรุณาที่เป็นคุณธรรมในจิตใจของท่านนี้ก็เผื่อแผ่มายังศิษย์วัดสองพี่น้องทุกคนที่ไปขออาศัยอยู่กับท่านทั้งพระ-ฆราวาส และที่เวียนเข้าเวียนออกอีกนับไม่ถ้วน ต่างก็ไปอาศัยใบบุญท่าน

ท่านอาจารย์บุญช่วยอุบัติมาในโลกนี้ 69 ปี ได้สร้างชีวิตตัวเองจากเด็กชนบทมาเป็นเจ้าอาวาสวัดในกรุงเทพฯ และเป็นพระราชาคณะชั้นราช สร้างวัดแก้วฟ้าจุฬามณีเกือบทั้งวัด และได้ช่วยเหลือคนอื่นๆ ที่มาพึ่งใบบุญไว้มาก ชีวิตของท่านจึงเป็นเสฏฐชีวิต คือ ชีวิตที่ประเสริฐ ไม่ว่างเปล่า ชีวิตที่มีคุณค่า เมื่อจากไปคนที่อยู่ข้างหลังยังอาลัยถึงคุณูปการที่ท่านได้สร้างไว้เป็นอนุสาวรีย์ชีวิตแก่ตัวท่านเอง

เจ้ากรมเกียกกาย

อาลัยพระราชรัตนาภรณ์ (เจ้าคุณโม)

เอนก เรืองเชื้อเหมือน อดีตมหา เขียนเรื่อง พระราชรัตนาภรณ์ เจ้ากรมกองเกียกกายของพวกพ้องน้องพี่ ว่า ราวกว่า 40 ปีที่แล้ว ชาวบ้านชาววัดแถบบางสามและสองพี่น้องจรดบางปลาม้า ต่างปลาบปลื้มยินดีกับข่าวพระมหาโมได้รับแต่งตั้งเป็นสมภารเจ้าวัดในกรุงเทพฯ ชาวบางสามพลอยยินดีในฐานะญาติและคนบางเดียวกัน ชาววัดสองพี่น้องยินดีในฐานะรู้จักมักคุ้น และเป็น สำนักเรียนที่ให้การศึกษาพระปริยัติธรรม

จากนั้นเล่าความเป็นมาของชื่อวัดและเกียกกาย แต่ที่น่าทึ่งคือการที่พระมหาบุญช่วยเป็นเจ้าอาวาสตอนหนุ่มๆ พรรษาเพียง 5 พรรษา ที่ต้องเผชิญปัญหาและการต่อต้านนานัปการ แต่ท่านอดทนจนสามารถทำให้ผู้ต่อต้านยอมรับได้ เพราะเส้นทางของพระมหาโมมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะปี 2517 เป็นช่วงประชาธิปไตยเบ่งบาน กอปรกับช่วงนั้นเป็นช่วงสร้างกลุ่มอิทธิพลทางการเมืองมาล้มขบวนการนักศึกษาหัวก้าวหน้า จึงมีเสียงระเบิดพลาสติกเน้นเสียงรบกวนประสาทมาถวายที่กำแพงกุฏิ หากใจไม่แข็งจริงเห็นจะอยู่ยาก ภายหลังผู้ที่คัดค้านเห็นต่างก็ยอมรับ เพราะท่านเป็นนักสู้ที่หาตัวจับยากผู้หนึ่ง

พระราชรัตนาภรณ์ เป็นผู้มีปกติหนักแน่นมั่นคงใฝ่รู้อยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญเป็นผู้มีเมตตาธรรม โอบอุ้มช่วยเหลือทุกคน นับแต่ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ได้รับอุปการะให้ที่อยู่ที่อาศัยแก่นักเรียนจากต่างจังหวัดโดยเฉพาะ จ.สุพรรณบุรี เพื่อนพ้องน้องพี่ฝากฝังมารับหมด พระภิกษุสามเณรจากสำนักเรียนใน จ.สุพรรณบุรี ไม่มีที่อยู่ที่อาศัยเพื่อศึกษาเล่าเรียนก็รับไว้ในปกครองด้วยเต็มใจ ใช่แต่พระเณรจาก จ.สุพรรณบุรี เท่านั้น จาก จ.พิจิตร โคราช นครสวรรค์ นั้นก็มาก เพียงขอให้ช่วยกันดูแลพัฒนาวัดตามความสามารถและโอกาสเท่านั้น และท่านก็ภูมิใจในสิ่งที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น

ความที่ท่านใจกว้างแบบที่ว่า พี่มีแต่ให้ จึงได้ยินศิษย์ เพื่อนพ้องน้องพี่พูดถึง เรียกท่านลับหลังว่า “เจ้ากรมกองเกียกกาย ที่พึ่งยามยากของทุกคน”

พระราชรัตนาภรณ์ หลวงพี่เจ้าคุณโม ของเพื่อนพ้องน้องพี่ จากไปด้วยวัยที่ไม่สมควร เพียง 69 ปีเท่านั้น ท่ามกลางความอาลัยรักของญาติมิตร ลูกศิษย์ลูกหา เพื่อนพ้องน้องพี่มัจจุราชไม่ยอมผัดเพี้ยนเวลาให้กับผู้ใดจริงๆ

 ขอวิญญาณพระผู้มีน้ำใจ เช่น พระราชรัตนาภรณ์ จงสถิต ณ สุคติภพ เทอญ

ข่าวล่าสุด

จีนร่างกฎคุมเข้ม “มนุษย์ดิจิทัล” เพื่อคุ้มครองเด็กและความมั่นคง