posttoday
กนย.อนุมัตืกรัตุ้นราคายางเสนอครม.

กนย.อนุมัตืกรัตุ้นราคายางเสนอครม.

15 ธันวาคม 2560

กนย.ไฟเขียวอนุมัติมาตรการกระตุ้นราคายาง เสนอครม.อังคารหน้า

กนย.ไฟเขียวอนุมัติมาตรการกระตุ้นราคายาง เสนอครม.อังคารหน้า

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติ(กนย.)   กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการที่คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย(บอร์ดกยท.) เสนอ   ซึ่งหลังจากนี้จะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป คาดว่าทุกอย่างจะดีขึ้น แต่จะให้หวือหวาคงไม่ได้ เพราะเป็นกลไกตลาดโลก

นายกฤษฎา บุญราช รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่า ที่ประชุม กนย. เห็นชอบโครงการสนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) วงเงิน 20,000 ล้านบาทเพื่อช่วยดูดซับปริมาณยางออกจากระบบประมาณ 11%  ของผลผลิตยางแห้ง 350,000 ตันจากผลผลิตทั้งปี ประมาณ 3.2 ล้านตัน (ส่วนเนื้อยางแห้ง) รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยในอัตราตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 3% ต่อปี (ไม่เกิน 600 ล้านบาท) ตั้งแต่เดือนม.ค. 2561 ถึงเดือนธ.ค.  2562 และมีระยะเวลาการชำระเงินคืนเงินกู้ไม่เกิน 1 ปีนับจากวันทำสัญญาต่อปี โดยเห็นชอบให้ กยท. ดำเนินโครงการ และจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบดำเนินโครงการสนับสนุนสินเชื่อ

“นอกจากนี้ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐใช้ยางพาราภายในประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาราคายางพาราให้มีเสถียรภาพ โดยการดูดซับปริมาณยางออกจากตลาด จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางให้มีคุณภาพชีวิตที่มั่งคง มั่งคั่งและยั่งยืน พร้อมเตรียมให้ กยท. รับซื้อผลผลิตยางพารา ได้แก่ ยางแผ่นดิบคุณภาพ 3 น้ำยางสด ยางก้อนถ้วย หรือยางชนิดอื่นๆ รับซื้อผ่าน ตลาดยาง กยท. ตลาดเครือข่าย และตลาดกลางยางพารา กยท. ประมาณ 2 แสนตันในช่วงเดือนธันวาคม 2560 – 30 เมษายน 2561 ไปใช้งานหน่วยงานภาครัฐแจ้งความประสงค์ เช่น การทำถนนลาดยางมะตอยผสมยางพาราชนิดผสมร้อน (Para Asphaltic Concrete) ชั้นพื้นทางของถนน (Based) Para rubber polymer soil cement ยางปูพื้นแบบ Blockสนามฟุตซอล หรือ สนามเด็กเล่น ยางปูสระน้ำ และอื่นๆ เป็นต้น” นายกฤษฎา กล่าว

รวมถึงยังเห็นชอบขยายเวลาโครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง วงเงิน 15,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายกำลังการผลิต/ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรการผลิต ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบตามกรอบวงเงิน 15,000 ล้านบาท  ซึ่งหมดอายุโครงการ ก.ย. 2560  ขายไปถึงกลางปี  2561 โดยให้ใช้หลักเกณฑ์ เงื่อนไขเดิม ปัจจุบันมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ เพียงจำนวน 29 ราย และได้รับอนุมัติสินเชื่อเข้าร่วมโครงการฯ 16 ราย วงเงินประมาณ 8,887 พันล้านบาท ปริมาณการใช้ยางเพิ่มขึ้น 35,550 ตัน/ปี  มีเงินเหลือประมาณ  6 พันล้านบาท

นอกจากนั้นที่ประชุมการประชุม กนย.ครั้งที่ 2/2560 โดยมีการพิจารณาวาระสำคัญ ตั้งแต่ประเด็นยุทธศาสตร์ยางพารา 20 ปี (พ.ศ.2560 - 2579) ที่ได้จัดทำขึ้น โดยผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วมและและประชาพิจารณ์เรียบร้อยแล้วจากทุกภาคส่วน ที่ประชุมเห็นชอบให้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ ภายใต้พันธกิจ ประกอบด้วย 1. พัฒนาเกษตรกรฯ/สถาบันเกษตรกรฯ ให้มีความเข้มแข็ง และมีรายได้ที่มั่นคง 2. ส่งเสริมการผลิตยาง และผลิตภัณฑ์ยาง/ไม้ยางพาราให้มีคุณภาพได้มาตรฐานระดับสากล 3. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า 4. ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจแปรรูปยาง/ไม้ยางพารา และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ 5.พัฒนาระบบตลาด และช่องทางการจัดจำหน่ายยาง และผลิตภัณฑ์ยาง/ไม้ยางพารา 6. ส่งเสริมการใช้ยางภายในประเทศ 7. ปรับปรุงข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับยางพาราทั้งระบบให้มีความเป็นเอกภาพ และ 8. ปรับปรุงกฎระเบียบ/กฎหมาย และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราจะเป็นแนวทางและกรอบการแก้ปัญหายางพาราในระดับโครงสร้างโดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการใช้และการส่งออกด้วยการเพิ่มปริมาณการใช้ยางภายในประเทศ และมุ่งเน้นการส่งออกสินค้าในรูปของผลิตภัณฑ์ยาง

นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวต่อว่า จากนโยบายในการสร้างเสถียรภาพด้านราคา ด้วยมาตรการลดพื้นที่ปลูก เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างปริมาณและความต้องการใช้ ที่ประชุม กนย. เห็นชอบ โครงการควบคุมปริมาณผลผลิต ซึ่งเป็นภารกิจที่ กยท. มีแผนดำเนินการ โดยเร่งรัดการโค่นยางมากยิ่งขึ้น ด้วยการสนับสนุนการโค่นเพื่อปลูกแทนของเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ไปปลูกแทนด้วยไม้ยืนต้นชนิดอื่น ทั้งไม้ผลไม้แปรรูปและอื่นๆ ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ จำนวน 2 แสนไร่  ซึ่งปกติกทย.จะช่วยเหลือเงิน 1.6 หมื่นบาทต่อไร่ แต่กยท.จะ สนับสนุนปัจจัยการผลิตให้ชาวสวนยางรายละ 4,000 บาท ในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2561 นี้ จะเป็นการลดพื้นที่ปลูกยางแบบถาวร และยังส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยางปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดี เน้นการปลูกแทนแบบผสมผสาน ตาม พ.ร.บ.กยท.พ.ศ.2558 อีกจำนวน 2 แสนไร่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต ควบคู่กับลดปริมาณผลผลิตคาดว่าการส่งเสริม และสนับสนุนครั้งนี้ จะลดปริมาณผลผลิตจากภาคเกษตรกรได้ไม่น้อยกว่า 9 หมื่นตัน

นอกจากนี้ จะหน่วยงานภาครัฐที่มีสวนยาง ประมาณ 1.21 แสนไร่ ทั้ง กยท. กรมวิชาการเกษตร และ ออป. ร่วมกันหยุดกรีดยาง จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งช่วยลดปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดได้ไม่น้อยกว่า 6.78 พันตันในระยะเวลา 3 เดือนนี้

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก