
เร่งเคลียร์ท่าเรือร้าง
"ไพรินทร์" สั่งกรมเจ้าท่าจัดทำแผนพัฒนาท่าเรือร้าง เล็งยก กทท.บริหารพร้อมเปิดเอกชนร่วมประมูล 2,200 ล้าน ภายในปีหน้า
"ไพรินทร์" สั่งกรมเจ้าท่าจัดทำแผนพัฒนาท่าเรือร้าง เล็งยก กทท.บริหารพร้อมเปิดเอกชนร่วมประมูล 2,200 ล้าน ภายในปีหน้า
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังจากมอบนโยบายให้กรมเจ้าท่า (จท.) ว่า ได้สั่งการให้กรมเจ้าท่าไปเร่งแผนพัฒนาท่าเรือร้าง เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาเพื่อใช้ประโยชน์ เบื้องต้นได้เร่งรัดให้เคลียร์ปมปัญหาการใช้พื้นที่และอัตราจัดสรรผลตอบแทนที่เหมาะสม เนื่องจากเอกชนที่เข้ามาประมูลท่าเรือนั้นต้องลงทุนพัฒนาพื้นที่ท่าเรือและอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า ใช้เงินลงทุนนับร้อยล้านบาท แต่กรมธนารักษ์กลับคิดอัตราค่าตอบแทนปีละ 50% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งยังไม่หักต้นทุนค่าใช้จ่าย ดังนั้นจะเสนอให้ใช้เงื่อนไขพิเศษเพื่อส่งเสริมการใช้ท่าเรือสนับสนุนการขนส่งสินค้าทางน้ำ
ทั้งนี้ หากไม่สามารถหารือกับกรมธนารักษ์เพื่อเปิดทางให้เอกชนเข้ามาพัฒนาท่าเรือได้ กระทรวงคมนาคมจะเสนอให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เข้ามาบริหารท่าเรือร้าง เพราะถือว่าเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องรับใช้ประชาชน เช่นเดียวกับกรณีที่กรมท่าอากาศยานแบ่งงานบริหารสนามบินร่วมกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท.
นอกจากนี้ หากทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ คาดว่าภายในปี 2561 จะเริ่มทยอยประมูลโครงการท่าเรือร้างที่มีศักยภาพทั้ง 4 แห่ง วงเงินรวม 2,200 ล้านบาท ประกอบด้วย ท่าเรือคลองใหญ่ จ.ตราด วงเงิน 1,200 ล้านบาท ท่าเรือศาลาลอย จ.พระนครศรีอยุธยา วงเงิน 400 ล้านบาท ท่าเรือคลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ วงเงิน 429 ล้านบาท และท่าเรือนครพนม วงเงิน 200 ล้านบาท
นายไพรินทร์ กล่าวว่า ตนได้มอบนโยบายให้หาแนวทางลดต้นทุนการขนส่งสินค้าให้เหลือ 12% ของจีดีพี จากปัจจุบันการขนส่งสินค้ากว่า 80% เน้นทางถนนเป็นหลัก มีต้นทุนประมาณ 14% ของจีดีพีประเทศ เนื่องจากต้นทุนขนส่งสินค้าทางน้ำถูกกว่าทางบก 3 เท่าตัว หรือคิดเป็น 0.65 บาท/ตัน/กิโลเมตร ขณะที่การขนส่งทางถนนต้นทุนการขนส่งสินค้าอยู่ที่ 2.12 บาท/ตัน/กิโลเมตร อย่างไรก็ตามอยากเห็นการขนส่งทางน้ำแบบไร้รอยต่อ โดยเชื่อมโยงกับระบบการขนส่งอื่นๆ ให้ได้







