posttoday
สตาร์ทอัพอาเซียนผงาด

สตาร์ทอัพอาเซียนผงาด

13 ธันวาคม 2560

ชื่อของ "กวางไค" รองประธานบริหารบริษัท วีเอ็นจี (เดิมชื่อ วินาเกมส์) ซึ่งทำธุรกิจความบันเทิงออนไลน์ โซเชียลเน็ตเวิร์ก และอี-คอมเมิร์ซ ของเวียดนาม กลายเป็นที่สนใจของสาธารณชนเป็นครั้งแรก จากการแฮ็กระบบเอฟพีที บริษัทไอทีรายใหญ่ที่สุดของประเทศ เมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์

ชื่อของ "กวางไค" รองประธานบริหารบริษัท วีเอ็นจี (เดิมชื่อ วินาเกมส์) ซึ่งทำธุรกิจความบันเทิงออนไลน์ โซเชียลเน็ตเวิร์ก และอี-คอมเมิร์ซ ของเวียดนาม กลายเป็นที่สนใจของสาธารณชนเป็นครั้งแรก จากการแฮ็กระบบเอฟพีที บริษัทไอทีรายใหญ่ที่สุดของประเทศ เมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์

ความสามารถในการเจาะระบบดังกล่าวสร้างความประทับใจให้เอฟพีทีมาก จนบริษัทจ้างเด็กหนุ่มรายนี้มาทำงานด้วยทันที ขณะนี้ กวางไค ในวัย 38 ปี เปิดเผยกับผมว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นเมื่อหลายปีก่อนไม่ได้เกิดจากความคึกคะนอง แต่มาจากความอยากรู้อยากเห็นล้วนๆ เกี่ยวกับระบบขององค์กร

ส่วนในวันนี้ กวางไคได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมบริหารบริษัทวีเอ็นจีที่มีพนักงานกว่า 2,000 คน และคาดว่าจะมีรายได้สูงกว่า 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2017 ซึ่งบริษัทแห่งนี้กำลังจะกลายเป็นบริษัทเวียดนามรายแรกที่ออกหุ้นเสนอขายครั้งแรก (ไอพีโอ) ในต่างแดน หลังยื่นขอจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์กช่วงก่อนหน้านี้ในปี 2017 โดยแอพพลิเคชั่นแชต "ซาโล" ซึ่งกวางไคพัฒนาขึ้นเอง และมีผู้ใช้งาน 70 ล้านรายแล้ว คือหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท

จากการที่กวางไคเติบโตขึ้นท่ามกลางยุคนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ โด่ยเหมย ซึ่งเป็นยุคแห่งการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ เขาจึงเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่เห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ทะลักเข้าประเทศอย่างรวดเร็ว

"คอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ผมเคยเห็นก็คือ คอมพิวเตอร์ในแบงก์ ซึ่งแม้แต่แบงก์เองก็เป็นเรื่องใหม่มากในเวียดนามขณะนั้น ผมประหลาดใจมากตอนที่เดินผ่านและเห็นคนกำลังใช้มันอยู่ จนกระทั่งปี 1992 พ่อแม่ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ผมในราคา 1,200 ดอลลาร์ แม่บอกว่ามันแพงเท่ากับครึ่งหนึ่งของราคาอพาร์ตเมนต์เลย" ผู้บริหารวีเอ็นจี กล่าว

หลังเรียนจบมัธยมปลาย กวางไคได้เรียนต่อด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มหาวิทยาลัยฮานอยในปี 1996 และได้รู้จักกับ อินทราเน็ต ซึ่งเป็นระบบเครือข่ายการเชื่อมต่อภายในท้องถิ่น

"ก่อนมีอินทราเน็ต ผมทำได้แค่ติดต่อกับคนที่อยู่ในเมืองเดียวกัน แต่อินทราเน็ตทำให้คนร้อยคนเชื่อมต่อกับฮานอย และอีกหนึ่งร้อยคนติดต่อกับไซ่ง่อน คน 200 คนจาก 2 เมืองสามารถสื่อสารกันได้ ซึ่งเป็นไม่ได้เลยในช่วงก่อนหน้านี้ และนั่นนับเป็นเรื่องที่ทรงพลังอย่างมาก" กวางไคเล่า พร้อมเสริมว่าช่วงนั้นเขาทำงานพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ทุกคนเชื่อมต่อสื่อสารกันได้

เวลาผ่านไปจนถึงปี 2012 กวางไคจึงได้เริ่มพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า "ซาโล" ขึ้นมา

"การต่อสู้ครั้งนั้นถือว่าสาหัสมาก เพราะในช่วงต้นปี 2013 วีแชตมีผู้ใช้เป็นล้านคน ขณะที่ไลน์ก็แข็งแกร่งมาก เราจึงต้องเลือกใช้จุดเด่นของเขา และทำตลาดภายในบ้าน ซึ่งเป็นโอกาสเดียวที่เราจะอยู่รอด อินเทอร์เน็ตมือถือของเวียดนามตอนนั้นยังไม่เสถียร ดังนั้นเราเลยทำให้ ซาโล รวดเร็วและใช้งานได้ดี เราต้องการสร้างความมั่นใจว่า เมื่อคุณส่งข้อความไป อีกฝ่ายจะได้รับมันภายในเวลาที่สั้นที่สุด" กวางไค อธิบายให้ผมฟัง

เขาเสริมว่าบางครั้งบริษัทก็อยากเพิ่มฟีเจอร์การใช้งานใหม่ๆ แต่เขายืนยันว่าต้องเน้นที่ความเร็วในการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งในอีก 4 ปีต่อมา ซาโลก็ครองตลาดเวียดนาม ด้วยจำนวนผู้ใช้กว่า 35 ล้านคน

หนทางสู่ความรุ่งโรจน์ของซาโล คือการปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น คล้ายคลึงกับเรื่องราวของสตาร์ทอัพทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

"โกเจ็ก" (Gojek) ไรด์-แชริ่งของอินโดนีเซีย (ซึ่งชื่อบริษัทเล่นกับคำว่า โอเจ็ก ที่แปลว่ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง) ตระหนักว่า การจราจรทางมอเตอร์ไซค์ที่ว่องไวและวิ่งกันทั่วเมือง คือเส้นเลือดหลักในการเดินทางของประเทศที่มีการจราจรคับคั่ง ซึ่งโกเจ็กสร้างอาณาจักรแห่งการคมนาคม การขนส่ง และอี-เพย์เมนต์ ขึ้นจากรากฐานดังกล่าว โดยในปัจจุบันนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า บริษัทมีมูลค่าตลาดถึงกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์

ด้านสตาร์ทอัพขนาดเล็กกว่า อย่าง "เซเล็บ" (Xeleb) ของฟิลิปปินส์ ซึ่งสร้างเกมโดยจับกระแสความชื่นชอบดาราในประเทศ และสร้างเกมต่างๆ โดยมีตัวละครหลักเป็นดาราและเซเลบริตี้ส์ ทำให้ตอนนี้แอพพลิเคชั่นดังกล่าวมีเครือข่ายโซเชียลมีเดียผู้ใช้ครอบคลุมกว่า 50 ล้านราย

แต่ในทางตรงกันข้าม อูเบอร์ ไรด์-แชริ่งรายใหญ่จากสหรัฐ ซึ่งในช่วงแรกนั้นเหมือนกำลังเข้ามาครอบครองตลาดอาเซียน กลับมาถึงจุดสะดุดจากกรณีการทำธุรกิจที่ขัดแย้งกับกฎหมายท้องถิ่น สร้างความขุ่นเคืองให้สหภาพแท็กซี่ จนถูกมองว่าเป็น "คนนอก"

จากซาโลไปจนถึงเซเล็บ บรรดาผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งอาเซียนต่างก็เอาชนะคู่แข่งด้วยการยึดมั่นในวลีอมตะที่ว่า "บริบทคือราชา" (Context is king) n

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก