
วางแผนรับมือวัยเกษียณ ในแบบ บดินทร์ กลิ่นสุวรรณ
เรื่อง : วราภรณ์ภาพ : ทวีชัย ธวัชปกรณ์บดินทร์ กลิ่นสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารสินค้า บริษัท โรบินสัน สำนักงานใหญ่ ในวัย 40 เขาสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารได้ เคล็ดลับการเจริญเติบโตในหน้าที่การงานคือ การทำผลงานในสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ดี และการมีทัศนคติที่ดีในการบริหารพนักงาน รวมทั้งการปลูกฝังให้ลูกน้องมีความชำนาญกล้าคิดกล้าแสดงออกในการทำงาน อีกทั้งการทำงานต้องคิดแง่บวกและพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ท้อได้แต่อย่าถอย ต่อไปนี้เป็นวิธีการเก็บเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณของบดินทร์คือ
เรื่อง : วราภรณ์ภาพ : ทวีชัย ธวัชปกรณ์
บดินทร์ กลิ่นสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารสินค้า บริษัท โรบินสัน สำนักงานใหญ่ ในวัย 40 เขาสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารได้ เคล็ดลับการเจริญเติบโตในหน้าที่การงานคือ การทำผลงานในสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ดี และการมีทัศนคติที่ดีในการบริหารพนักงาน รวมทั้งการปลูกฝังให้ลูกน้องมีความชำนาญกล้าคิดกล้าแสดงออกในการทำงาน อีกทั้งการทำงานต้องคิดแง่บวกและพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ท้อได้แต่อย่าถอย ต่อไปนี้เป็นวิธีการเก็บเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณของบดินทร์คือ
1.วางแผนออมเงินตั้งแต่เริ่มทำงาน
"คนที่เป็นผู้บริหารอายุ 40 อย่างผม เราต้องเตรียมแผนเกษียณแล้ว จริงๆ ควรต้องเตรียมแผนเกษียณตั้งแต่เริ่มต้นทำงานด้วยซ้ำ เพราะการบริหารการเงินต้องคิดเหมือนพีระมิด ลงทุนในความเสี่ยงน้อยไปจนถึงความเสี่ยงสูง ความเสี่ยงน้อยคือเงินเดือน เงินเก็บ Provident Fund เราแทบไม่ต้องลงทุน มันมาอยู่แล้ว ผู้ที่ทำงานพึ่งเงินเดือนมีข้อดีคือ รายได้สม่ำเสมอ มีการจัดการเรื่องการเงินเป็นระบบ สามารถแพลนได้ ซึ่งต่างจากคนทำงานไม่มีเงินเดือนที่แน่นอน แต่ในทางกลับกัน คนที่กินเงินเดือนสมัยนี้ไม่ได้ปลอดภัย เพราะชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อาจเกิดกรณีเลย์ออฟ ดังนั้นเราต้องวางแผนรองรับกรณีนี้ด้วย"
"ชีวิตต้องวางแผนล่วงหน้า ดังนั้นเราต้องมีเงินสำรองยามฉุกเฉิน 6-8 เดือนเผื่อเราตกงาน ถ้าวันนี้เราไม่มีงานทำต้องอยู่ได้อีก 8 เดือนข้างหน้า ประมาทไม่ได้นะครับ สมัยนี้คนทำงานมีเงินเดือนยากกว่าคนทำงานส่วนตัวเขาสามารถสำเร็จได้เยอะแยะ ดังนั้นเราต้องสำรองเอาไว้ก่อนโดยเราต้องเก็บตั้งแต่เริ่มทำงาน"
2.เตรียมเงินออม Provident Fund ต้องคำนึงถึงสำหรับเด็กจบใหม่
Provident Fund สำรองเลี้ยงชีพต้องวางแผนสมัครเอาไว้ตั้งแต่เริ่มทำงาน แต่เด็กสมัยนี้ไม่นิยมสมัคร
"ไม่มีวิธีไหนได้เงินมาง่ายๆ แบบนี้ บางบริษัทสมทบอีก 10% เรียกว่าลาออกปุ๊บรวยเลย ยิ่งองค์กรไหนมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพควรสมัครเลย เพราะเราสามารถนำไปลดหย่อนภาษีประจำปีได้ ถือเป็นการออมเงินที่ง่ายที่สุด เราไม่ต้องเสียอะไรเลย เมื่อวันที่เราลาออกเงินก็เป็นของเรา Provident Fund เป็นวิธีที่ดีสำหรับมนุษย์เงินเดือน"
3.วางแผนออมเงินยามเกษียณ 10% เป็นอีกก้อนต่างหาก
"ทุกเดือนหักเงินไปเลย 10% จากเงินเดือนทุกเดือนโดยอัตโนมัติ พอเราถึงจุดหนึ่งเรามีเงินเตรียมเงินเก็บก้อนนี้ การที่เราจะเกษียณเราต้องมีเป้าหมายก่อนว่า หลังเกษียณอยากทำอะไร อยากมีเงินเท่าไหร่ ในระยะเวลา 40 ถึง 60 ปี หลัง 60 หรือเราน่าจะมีอายุอยู่ถึง 80 เราต้องถามตัวเองว่า อยากมีเงินเก็บหลังเกษียณเท่าไหร่ เราลงทุนนู่นนี่นั่น หรือเก็บแล้วเพื่อให้มีใช้หลังเกษียณราว 24 ล้านบาท หรือถ้าเก็บแล้วคำนวณแล้วได้ 4 ล้าน ผมถือว่าไม่พอ ถ้าไม่พอเราต้องหาเพื่อลงทุนในอสังหาฯ เช่น ลงทุนซื้อคอนโดสิบห้อง เพื่อเก็บค่าเช่าก็ได้"
การเก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณต้องวางแผนการใช้ชีวิตแบบหรูหราเอาไว้ เพื่อเราจะได้ใช้ชีวิตอย่างสบายๆ หรือหลังเกษียณแล้วจะใช้ชีวิตอย่างไรอย่างมีคุณค่า เช่น เขียนหนังสือ ดังนั้นเราต้องเพิ่มพูนตัวเองตั้งแต่วันนี้
4.ควรซื้อประกันสุขภาพ ออมทรัพย์ หรือทุพพลภาพก็ควรซื้อ
"หากทำงานหนักจนป่วยเป็นออฟฟิศซินโดรมบริษัทอาจมีเงินจ่ายให้จำกัด หากเราไม่ซื้อประกันสุขภาพเราแบกค่าใช้จ่ายค่ารักษาไม่ไหวแน่ หรือเราอาจป่วยเป็นมะเร็งก็ได้ ดังนั้นเราต้องประกันความเสี่ยงเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ทุกเงินเก็บอาจหายลงไปในพริบตาหากเราป่วยเป็นโรคที่ต้องใช้เงินรักษา เดือนละไม่กี่พันบาทแต่เราต้องเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ แล้วเราจะเกษียณอย่างมีความสุข" n







