
หลวงพระบาง
อรุณ จิรชวาลาผมเพิ่งไปหลวงพระบางมา ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ก่อนไปรู้สึกเป็นห่วงตัวเองว่าอาจรู้สึกเบื่อ เพราะคงมีแต่ของเดิมๆ ให้ดู แต่เอาเข้าจริงไม่เป็นเช่นนั้น มีธรรมชาติที่สวยงามที่ผมยังไม่ได้สัมผัสจากการเดินทางไปครั้งแรก ที่ชัดๆ มีอย่างน้อย 2 อย่าง อย่างแรกคือการล่องเรือในแม่น้ำโขง และดูพระอาทิตย์ตกจากบนเรือ อย่างที่ 2 คือการไปเที่ยวน้ำตกตาดกวางสี ซึ่งเป็นน้ำตกหินปูนสีเขียวมรกตสวยงาม
อรุณ จิรชวาลา
ผมเพิ่งไปหลวงพระบางมา ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ก่อนไปรู้สึกเป็นห่วงตัวเองว่าอาจรู้สึกเบื่อ เพราะคงมีแต่ของเดิมๆ ให้ดู แต่เอาเข้าจริงไม่เป็นเช่นนั้น มีธรรมชาติที่สวยงามที่ผมยังไม่ได้สัมผัสจากการเดินทางไปครั้งแรก ที่ชัดๆ มีอย่างน้อย 2 อย่าง อย่างแรกคือการล่องเรือในแม่น้ำโขง และดูพระอาทิตย์ตกจากบนเรือ อย่างที่ 2 คือการไปเที่ยวน้ำตกตาดกวางสี ซึ่งเป็นน้ำตกหินปูนสีเขียวมรกตสวยงาม
นอกจากนั้น ก็เป็นการเดินเล่นในเมือง ซึ่งผสมผสานระหว่างวัดวาอารามกับบ้าน 2 ชั้นสไตล์โคโลเนียล มีร้านค้าและร้านขายของที่ระลึกอยู่ทั่วไป ส่วนตัวผมไม่ได้สนใจมากนัก แต่ผู้ร่วมคณะบางคนเพลิดเพลินกับการช็อปปิ้ง
ยังมีธรรมชาติอื่นที่ไม่ได้ไปดู เช่น ถ้ำ แต่คณะของเราอยากสบายๆ จึงปล่อยให้ผ่านไป
เราอยากรับประทานอาหารอร่อยๆ แต่ความเข้าใจของเรากับไกด์ไม่ใคร่จะตรงกัน เขาชอบพาเราไปร้านหรู หรือร้านที่ขายอาหารต่างชาติ ซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่นำเข้าจากไทย ส่วนเราอยากกินอาหารพื้นเมือง กว่าจะเข้าใจกันก็ใกล้ถึงเวลากลับแล้ว
หลวงพระบางเป็นเมืองเล็กๆ ใกล้เคียงกับจังหวัดขนาดเล็กของเรา คือทั้งแขวงมีประชากร 4 แสนกว่าคน และตัวเมืองมีประชากร 5 หมื่นกว่าคน จากคนลาวทั้งประเทศ 7 ล้านคน และรายได้เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ
หลวงพระบางเป็นเมืองเก่าแก่ อายุนับพันปี เดิมชื่อเชียงทอง เพิ่งเปลี่ยนไม่นานเมื่อมีการอัญเชิญ พระบางจากเมืองเวียงคำมาประดิษฐานที่นี่ เมืองนี้ตั้งอยู่บริเวณที่แม่น้ำโขงกับแม่น้ำคานไหลมาบรรจบกัน ซึ่งในอดีตน่าจะทำให้ง่ายต่อการป้องกันการรุกรานของศัตรู เป็นเมืองที่อยู่ห่างไกลจากแหล่งชุมชนขนาดใหญ่อื่นๆ การคมนาคมติดต่อกับโลกภายนอกไม่ใคร่สะดวก ทำให้ยังคงสภาพเดิมไว้ได้ค่อนข้างดี ทั้งเมืองได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 1995 และได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่ได้รับการปกปักรักษาดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มีประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึงเกี่ยวกับประเทศลาวและเมืองหลวงพระบางอยู่หลายประเด็น ดังนี้
1.จากที่ผมเห็น เศรษฐกิจหลวงพระบางพึ่งพาการท่องเที่ยวสูงมาก ในย่านใจกลางเมืองจะเห็นนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวตะวันตกเต็มไปหมด เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ตั้งใจมาที่นี่โดยเฉพาะ เพราะส่วนใหญ่ต้องขึ้นเครื่องมาจากไทยอีกต่อหนึ่ง ค่าโรงแรมค่อนข้างแพง ร้านค้าและร้านอาหารเน้นลูกค้าคนต่างชาติ เงินบาทและเงินดอลลาร์สหรัฐใช้ได้ทั่วไป
2.กระบวนการผลิตของลาวไม่มีประสิทธิภาพ ผมคงไม่จำเป็นต้องพูดถึงการคมนาคม ขนส่ง และโลจิสติกส์ซึ่งล้าหลังมาก ทางบกและทางเรือแทบจะไม่มีให้เห็น เห็นแต่ทางอากาศเท่านั้น ด้านการผลิต นิคมและโรงงานก็ไม่มีให้เห็นเช่นกัน สินค้าหากไม่นำเข้าก็เป็นของพื้นบ้านทำด้วยมือ ซึ่งนอกจากจะผลิตได้น้อยแล้ว คุณภาพยังไม่ใคร่จะคงที่อีกด้วย
ในการไปหลวงพระบางทั้งสองครั้ง ไกด์จะพาไปเยี่ยมชมศูนย์ศิลปะพื้นบ้านชื่อ ออกพบตก ภายในมีผู้หญิงนั่ง ปั่นด้ายและทอผ้าให้ดูกว่า 20 คน สีที่ใช้ย้อมทำจากเปลือกไม้ เจ้าหน้าที่ศูนย์เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังด้วยน้ำเสียงที่แสดงความภาคภูมิใจ แต่ผมเห็นแล้ว กลับอดนึกเปรียบเทียบกับที่เคยเห็นในประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ได้ เช่น งานฝีมือในญี่ปุ่น เขาจะใช้เครื่องทุ่นแรงเป็นจำนวนมาก และคนทำมีความรู้และความเชี่ยวชาญสูง ผลงานที่ได้นอกจากจะมากกว่าแล้ว คุณภาพงานยังสูงกว่ามากด้วย
เปรียบกับประเทศไทย เราอยู่ในสภาพที่ดีกว่าลาว แต่ก็ยังห่างไกลจากประเทศที่พัฒนาแล้ว
ในการยกระดับการพัฒนาประเทศให้สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ไทย ลาว หรือประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ผมมองไม่เห็นทางอื่น นอกจากการลงทุนเพื่อเพิ่มผลผลิต น่าเสียดายที่เป็นเรื่องที่หลายรัฐบาลมองข้าม โดยส่วนใหญ่จะเน้นการให้สวัสดิการกับประชาชนแทน ซึ่งอาจจะถือเป็นวิธีซื้อใจที่ง่ายกว่า
ผมอยากเห็นรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง คือปรับนโยบายเศรษฐกิจให้เน้นการลงทุนเพื่อเพิ่มผลผลิตมากขึ้น
3.ระบอบการปกครองของลาวไม่เอื้อต่อการลงทุน โดยทั่วไป การเมืองในระบอบคอมมิวนิสต์และสังคมนิยมจะให้ความสำคัญกับการทุ่มเททรัพยากรให้กับการสร้างรัฐสวัสดิการมากกว่าการลงทุนเพื่อสร้างผลผลิต ด้วยเหตุนี้ แม้จะเริ่มต้นเมื่อ 50-60 ปีก่อนในระดับการพัฒนาที่ใกล้เคียงกัน แต่ผ่านไปไม่กี่สิบปี เศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์และสังคมนิยมก็พ่ายแพ้ต่อเศรษฐกิจแบบทุนนิยมอย่างราบคาบ
ในหมู่ประเทศคอมมิวนิสต์และสังคมนิยมทั้งหมด อาจกล่าวได้ว่ามีจีนประเทศเดียวที่เป็นข้อยกเว้น โดยเป็นการนำเอาระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมมาอยู่ร่วมกับระบบการเมืองแบบคอมมิวนิสต์ ความสำเร็จของจีนทำให้มีหลายประเทศพยายามเอาอย่าง เช่น เวียดนาม ซึ่งที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนมาก แต่สำหรับลาว ผมยังมองไม่เห็นสัญญาณใดๆ
ประเทศไทยโชคดีกว่าลาวมาก เพราะในอดีต เราเคยใช้นโยบายการลงทุนนำหน้าเศรษฐกิจ เพียงแต่ในสิบกว่าปีหลัง ผู้นำทางการเมืองของเราเกิดไขว้เขว จนลืมปัจจัยแห่งความสำเร็จในอดีต
4.ในอนาคต ผมเชื่อว่าภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรม จะลดความสำคัญลงเป็นลำดับ ไม่เฉพาะในไทยหรือลาว แต่ทั่วโลก เพราะแรงงานที่ใช้ในกระบวนการผลิตเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะสามารถทดแทนได้ด้วยเครื่องจักร ส่วนภาคเศรษฐกิจที่จะมีความสำคัญมากขึ้นคือภาคบริการ เช่น สื่อสาร สาธารณสุข อาหาร บันเทิง และท่องเที่ยว
สิ่งที่ลาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลวงพระบาง น่าจะทำได้ดีคือด้านการ ท่องเที่ยว เพราะธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมที่ผมเห็นยังคงความงดงามอยู่มาก ประกอบกับวิถีชีวิตของคนลาวก็น่าจะคล้ายกับไทย คือไปได้ดีกับการประกอบอาชีพด้านบริการ เห็นได้จากการท่องเที่ยวของลาวที่โตวันโตคืนเช่นเดียวกับไทย
อย่างไรก็ตาม การจะยกระดับการพัฒนาด้วยตัวเองคงไม่ใช่เรื่องง่าย ลาวยังต้องพึ่งพาเงินลงทุนและความเชี่ยวชาญจากต่างประเทศอีกมาก
สำหรับประเทศไทย เรามีภาคบริการที่หลากหลายมากกว่าลาวมาก ด้านการท่องเที่ยว เราได้เปรียบลาวที่มีชายทะเลยาวเหยียด ซึ่งมีส่วนช่วยด้านอาหารของเราด้วย ส่วนด้านสาธารณสุขและด้านบันเทิง เราก็พัฒนาไปไกลมากแล้วเช่นกัน
ที่น่าเป็นห่วงสำหรับประเทศไทยคือนโยบายภาครัฐ ซึ่งไปยึดติดกับอาชีพเกษตรกร ทั้งๆ ที่เป็นอาชีพที่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่ำ ที่ควรทำมากกว่าคือการใช้แรงงานสำหรับการเกษตรให้น้อยลง ส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาประกอบอาชีพอื่นที่มีรายได้สูงกว่า
รัฐบาลที่ผ่านมามักจะถอยหลังเข้าคลอง ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะสังคมไทยกับเกษตรกรรมมีความผูกพันกันมายาวนาน แต่อีกส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเรื่องของการเมือง กลุ่มเกษตรกรได้กลายเป็นฐานเสียงที่สำคัญสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง n







