
แมกโนเลีย ลุยบิ๊กโปรเจกต์ เดอะ ฟอเรสเทียส์ 9 หมื่นล้าน
โชคชัย สีนิลแท้ ปัจจุบันแนวโน้มและทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต หรือ Global Trends ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการกล่าวถึงกันมากมาย
โชคชัย สีนิลแท้
ปัจจุบันแนวโน้มและทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต หรือ Global Trends ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการกล่าวถึงกันมากมาย
ประเด็นแรกสภาวะโลกร้อนและระบบนิเวศธรรมชาติลดถอย ถือเป็นเรื่องใกล้ตัว จะเห็นได้ว่า พื้นดินทั่วโลกเรามีพื้นที่สีเขียวน้อย และกำลังลดลงไปเรื่อยๆ ใน 20 ปีที่ผ่านมา ระบบนิเวศธรรมชาติของโลกโดยเฉลี่ยมีความสมบูรณ์ลดลงมากกว่า 12% (2535-2555) โดยเฉพาะเขตร้อนชื้นที่รวมประเทศไทยอยู่ด้วย มีความสมบูรณ์ลดลง 30% สาเหตุมาจากการบุกรุกและตัดไม้ทำลายป่าในเมืองใหญ่ผืนป่าเหลือน้อยมาก อย่างกรุงเทพมหานคร พบว่ามีพื้นที่สีเขียวแค่เพียง 3.0 ตารางเมตร (ตร.ม.)/คนเท่านั้น เมื่อเทียบกับปารีส นิวยอร์ก และลอนดอน พื้นที่สีเขียวของประเทศเหล่านี้มีถึง 13-27 ตร.ม./คน ดังนั้นเมื่อพื้นที่ป่าเสียสมดุลก็จะส่งผลกระทบให้กับโลก
ประเด็นที่ 2 ความห่างเหินกันในสถาบันครอบครัวและเด็กๆ เติบโตอย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางความเจริญทางด้านวัตถุ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ความห่างเหินกันในครอบครัว ประเทศไทยก็เช่นกัน ในทศวรรษที่ผ่านมาการขยายตัวของครัวเรือนขนาดเล็กสูงขึ้น 20.3 ล้านครัวเรือน และประกอบกับการมีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยมากกว่า 94% คนไทยสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตโมบายได้ เพื่อดำเนินธุรกรรมหรือพูดคุยกับเพื่อนที่ไม่ค่อยได้เจอหน้ากันผ่านทางโทรศัพท์ ทำให้เกิดเป็นภาวะการเก็บตัว และมีความสุขกับการติดต่อบนช่องทางนี้ ซึ่งเมื่อเกิดเป็นความเคยชินก็จะทำให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวลดน้อยลง ส่งผลให้ความอบอุ่นของครอบครัวลดลง ลูกๆ ขาดการดูแลและต้องดำเนินชีวิตตามลำพัง ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นต้นเหตุของโรคซึมเศร้า
ประเด็นที่ 3 การก้าวเข้าสู่วัฏจักรของสังคมผู้สูงอายุ ที่หลายประเทศกำลังเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนแปลงจากประชากรวัยทำงานสู่สังคมผู้สูงอายุ และยังปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง นับเป็นเรื่องฮิตระดับท็อปชาร์ตของโลกที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังตื่นตัวในการวางแผนการใช้ชีวิตในอนาคตบนพื้นฐานของสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันกระจายตัวอยู่ทั่วโลก และมีกลุ่มประเทศที่เข้าเป็นสังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์แบบแล้วอย่าง อิตาลี เยอรมนี อังกฤษ สแกนดิเนเวีย และญี่ปุ่น ในอีก 40 ปีข้างหน้า โลกก็จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมแห่งผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โดยประชากรทั่วโลกที่มีอายุมากกว่า 65 ปี จะมีกว่า 2,000 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนได้ 1 ใน 5 หรือ 20% ของประชากรทั้งโลก โดยข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ พบว่าประเทศไทยนั้นจะมีจำนวนอัตราประชากรผู้สูงอายุในปี 2595 สูงเป็นอันดับสองในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากสิงคโปร์
จากสถานการณ์ทั้งหมด เมื่อมาผสมรวมกันจึงเกิดผลกระทบกับคนทุกคนที่อยู่ในโลกใบนี้ องค์การอนามัยโลก บอกว่า ทุกวันนี้ประชากรโลกกว่า 300 ล้านคน มีอาการซึมเศร้าจากปัญหาในสังคม ปัญหาความขัดเเย้ง และภัยธรรมชาติ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เราต้องหันกลับมาถามตัวเองว่า ความสุขที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร ต้องส่งผลให้กับตัวเราทั้งร่างกาย จิตใจ คนรอบข้างและสิ่งแวดล้อมรอบตัว
วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (MQDC) ได้เล่าถึงแนวทางการพัฒนาโครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ ซึ่งเป็นโครงการแฟล็กชิปที่อยู่ร่วมกันระหว่างคนกับธรรมชาติ ที่สร้างความสุขร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่าง คน สัตว์และป่าไม้ โดยพัฒนาเป็นโครงการรูปแบบมิกซ์ยูส ไลฟ์สไตล์ โมเดลแรกที่ครบสมบูรณ์ ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัย พื้นที่ค้าปลีก อาคารสำนักงาน ศูนย์สุขภาพ อาคารนวัตกรรมแห่งอนาคต ผืนป่าสันทนาการ พื้นที่สำหรับชุมชน ศูนย์เรียนรู้ ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม.7 บนพื้นที่ 300 ไร่ มูลค่าโครงการมากกว่า 9 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยพื้นที่ 4 หมวด ได้แก่
1.50 Shades of Nature ความสุขในการใช้ชีวิตท่ามกลางระบบนิเวศธรรมชาติขนาดใหญ่ที่รวบรวมพืชพันธุ์กว่า 38 สายพันธุ์ และสัตว์กว่า 123 สายพันธุ์ บนพื้นที่เดิมให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนได้อย่างสมดุล รวมทั้งพื้นที่ป่าธรรมชาติ 4 ระดับ ได้แก่ ป่าทึบ ป่าเพื่อผู้อยู่อาศัย ป่าแอดเวนเจอร์และศูนย์รวมกิจกรรม และพาวิลเลียนสไตล์ธรรมชาติ
2.Connecting 4 Generations เน้นการสร้างความอบอุ่นในครอบครัว ที่ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเป็นสุขครอบคลุม 4 เจเนอเรชั่น ภายใต้พื้นที่ที่อยู่อาศัยเดียวกัน หรือดีไซน์ความเป็นส่วนตัวได้ด้วยรูปแบบที่อยู่อาศัยเฉพาะบุคคล แต่ยังสามารถไปมาหาสู่เพื่อพบปะ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันและกัน อาทิ ปู่ย่า ตายาย สามารถทำกิจกรรมกับลูกหลาน อย่างการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ หรือลูกหลานได้เรียนรู้เรื่องราวในอดีตของปู่ย่าตายาย เป็นต้น จึงทำให้เกิด ความอบอุ่น เรื่องพูดคุยและความกลมเกลียวใน ครอบครัว
3.Community of Dreams ความสุขบนพื้นที่และสาธารณูปโภคที่ให้ทุกคนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน บนพื้นที่ส่วนกลางที่กว้างและรายล้อมไปด้วยธรรมชาติและเทคโนโลยี ครอบครัว และเพื่อนบ้านที่อยู่อาศัยแบบไลฟ์สไตล์ที่มีความหลากหลาย เกิดเป็นคอมมูนิตี้ขนาดเล็กและใหญ่กระจายอยู่หลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมของครอบครัว พื้นที่ภายนอกสำหรับจัดกิจกรรมกลางแจ้ง และออกกำลังกาย สวนพักผ่อน และศึกษาธรรมชาติต้นไม้และสัตว์บนผืนป่าเปิดหรือตั้งแคมป์ เป็นต้น
4.Sustainnovation for Well-being ความสุขด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน โดยนำเอาเทคโนโลยีมาออกแบบให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติ อาทิ การเลือกใช้วัสดุที่เอื้อต่อการประหยัดพลังงานหรือปลอดมลพิษ นวัตกรรมพลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียน
กิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (MQDC) กล่าวว่า การก่อสร้างอาคารนั้นจะประกอบด้วยพื้นที่ 2 ส่วนรวมกว่า 6 แสน ตร.ม. ประกอบด้วย 1.ส่วนของที่อยู่อาศัย สัดส่วนรวม 55% ได้แก่ บ้านและคอนโด ภายใต้แบรนด์ "Mulberry Grove Residences" คอนโดมิเนียม แบรนด์ วิสซ์ดอม และที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบรนด์ "Aspen Tree Residences" ซึ่งมีทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโด
2.ธุรกิจที่สร้างรายได้ระยะยาว สัดส่วน 45% ประกอบด้วย อาคารสำนักงาน โรงแรมระดับ 4 ดาว โรงแรมระดับ 6 ดาว พื้นที่ค้าปลีก ซึ่งมี 3 ส่วนด้วยกัน คือ คอมมูนิตี้ เซ็นเตอร์, แฟมิลี่ไลฟ์ เซ็นเตอร์ และวอล์กกิ้ง สตรีท โรงเรียนอนุบาล เมดิคอล คอมเพล็กซ์ หรือศูนย์สุขภาพ โดยในส่วนของงานขายจะเริ่มเปิดตัวในปี 2561 และเริ่มดำเนินการก่อสร้างในไตรมาส 3/2562 คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการในปี 2565







