
JAL ฟื้นชีพอย่างสง่างาม
กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected])Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัดสายการบินหนึ่งที่ชื่อว่า JAL หรือ Japan Airlines ล้มแล้วลุกอย่างสง่างามจากฝีมือของลูกพระอาทิตย์ วัย 78 ปี ผู้เป็นตำนานในการกอบกู้ JAL เมื่อปี 2010 JAL มีหนี้สินกว่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 7 แสนล้านบาท) ต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย และต้องถอนตัวออกจากตลาดหลักทรัพย์
กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected])Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัด
สายการบินหนึ่งที่ชื่อว่า JAL หรือ Japan Airlines ล้มแล้วลุกอย่างสง่างามจากฝีมือของลูกพระอาทิตย์ วัย 78 ปี ผู้เป็นตำนานในการกอบกู้ JAL เมื่อปี 2010 JAL มีหนี้สินกว่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 7 แสนล้านบาท) ต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย และต้องถอนตัวออกจากตลาดหลักทรัพย์
รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้ส่งเทียบไปเชิญ คาซูโอ อินาโมริ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก "Kyocera Corporation" ให้ช่วยเสียสละมาเป็นผู้นำในการฟื้นฟู JAL แม้เขาจะมีข้อด้อยว่าเขานั้นไม่รู้จักธุรกิจการบินเลย แต่เพียงแค่ปีเดียว JAL พลิกขาดทุนเป็นกำไรจากที่เคยล้มละลาย เพียงแค่ไม่ถึงสองปีได้รับรางวัลเป็นสายการบินที่ตรงเวลาที่สุดของโลก (2012) เพียงแค่ไม่ถึงสามปี ประธานคาซูโอ ที่เข้ามาคืนชีพให้ JAL นั้นอายุ 78 ปี อายุขนาดนี้สำหรับคนทั่วไป คือ ไม้ใกล้ฝั่ง ที่คนรุ่นหลังอาจไม่เห็นหัวแล้ว หรือบางคนก็อาจจะปล่อยวาง ใส่เกียร์ว่าง ขอใช้ชีวิตอย่างสบายๆ ไม่ต้องเอาตัวเองมาเสี่ยงกับความท้าทายอะไรอีก
ประธานคาซูโอมีปรัชญาในการบริหารงานที่น่าศึกษามากๆ ท่านยังเคยให้สัมภาษณ์ว่า "พนักงาน JAL ทำหน้าที่ตามหนังสือคู่มือเท่านั้น แต่ไม่ได้มีจิตใจในการให้บริการอันอบอุ่นแก่ผู้โดยสารที่เกิดจากหัวใจ" แม้ไม่เคยมีประสบการณ์ในการบริหารสายการบิน
ปรัชญาในการบริหารที่ท่านใช้ได้เสมอ ก็คือ องค์กรไม่จำเป็นต้องมีเอกสาร ไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมาย "ขอเพียงให้ฝ่ายบริหารตระหนักในปรัชญาเดียวกันว่าหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ก็คือ การสร้างความสุขกาย สุขใจ ให้เกิดขึ้นกับพนักงานเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ที่เหลือก็คือสิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นตามมาเอง"
สิ่งที่ประธานคาซูโอพบหลังจากเข้ามารับตำแหน่ง 6 เดือน คือ "ผู้บริหารและพนักงานแบ่งฝักแบ่งฝ่ายชัดเจน องค์กรขาดข้อมูลที่สะท้อนผลประกอบการที่เป็นปัจจุบัน ความรับผิดชอบของพนักงานก็ไม่ค่อยชัด เกิดภาวะโยนงานไปมา" รวมทั้งความไม่ใส่ใจอย่างแท้จริงของผู้บริหารระดับสูงที่จะพลิกฟื้นองค์กรอย่างจริงจัง ส่วนมากจะเข้ามา บริหารเพื่อหวังแต่ผลประโยชน์ จัดเป็นองค์กรที่อุ้ยอ้ายไร้สมรรถภาพ ขาดความรับผิดชอบ มีข้าราชการเก่าๆ หลายคนที่ใช้เส้นสาย ลาออกจากราชการก่อนกำหนดเพื่อรับเงินชดเชยก้อนโตๆ แล้วก็เบียดตัวเองเข้ามาเป็นผู้บริหาร JAL ในอัตราเงินเดือนสูงๆ เกินจริง
ประธานคาซูโอลงมือบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลงทันที โดยกำหนดให้ผู้บริหารระดับสูงสุดของ JAL 50 คน ต้องเข้า "โครงการอบรมผู้นำ" สัปดาห์ละ 4 ครั้ง รวมเวลาอบรม 17 ครั้ง เพื่อให้ตระหนักว่า "ผู้นำที่ดีนั้นเป็นเช่นใด" งานนี้ท่านเองทุ่มเต็มที่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของเขาว่า "ผู้นำที่ดีจะต้องมีความรอบรู้ในเรื่องข้อมูลทางการเงิน มีบุคลิกภาพที่ดี มีความลุ่มหลงในงานที่ทำและความทุ่มเท เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย"
นอกจากนี้ ประธานคาซูโอยังให้ความเป็นกันเองกับทุกคน ให้พนักงานทุกระดับขอเข้าพบได้โดยตรงเพื่อให้เข้าใจความรู้สึกของพนักงาน ท่านยังพยายามลดต้นทุนและปลุกจิตสำนึกในการรักษาทรัพยากรของบริษัทด้วยการติดป้ายราคาสิ่งของและเครื่องใช้ชนิดต่างๆ ไม่ว่าของนั้นจะดูมีค่าเล็กน้อยในสายตาคนทั่วไปมากแค่ไหน อย่างบนกล่องบรรจุกระดาษถ่ายเอกสารก็ติดป้ายว่า กระดาษแต่ละแผ่นมันราคาเท่าไหร่ ในห้องน้ำก็มีติดป้ายไว้ว่าทิชชู่หนึ่งม้วนต้นทุนมันมากน้อยแค่ไหน ซ้ำตัวท่านยังทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ชีวิตอย่างสมถะ จะบินไปไหนมาไหนก็ยังนั่งไปในชั้นประหยัดอีกด้วย
ทั้งหมดนี้ ท่านเข้ามาทำงานหนัก แต่ไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ ขอเข้ามาทำหน้าที่อันหนักอึ้งนี้เพื่อชดใช้ทดแทนบุญคุณแผ่นดินเพียงอย่างเดียว
นอกเหนือจากปรัชญาในการทำงาน สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ "ใจ" แค่คิดว่าแก่ ก็คงไม่กล้ารับงานหรือความท้าทายอะไรใหม่ ท่านประธาน คาซูโอไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้ ท่านเป็นตัวอย่างเดินได้ เป็นบทพิสูจน์ที่ยังมีลมหายใจและสอนคนทั้งหลายให้ได้รู้ว่า อย่าลดทอนใจคุณด้วยตัวคุณเอง คนอื่นอาจจะลดทอนใจคุณได้ แต่คนที่จะซ้ำเติมให้เจ็บปวดยิ่งขึ้นหรือเดินหน้าไปให้ถึงฝั่งฝันก็คือ "ตัวคุณเอง"







