
อาเซียนท้าทายโลกดิจิทัล
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ ด้วยขนาดชนชั้นกลางและตัวเลขผู้ใช้อินเทอร์เน็ตของประชากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ "เศรษฐกิจดิจิทัล" ของภูมิภาคมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งกูเกิล เสิร์ชเอนจิ้นชื่อดัง และเทมาเส็กกองทุนเพื่อการลงทุนจากสิงคโปร์ ได้คาดการณ์เอาไว้ว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนจะขยายตัวถึง 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.5 ล้านล้านบาท ภายในปี 2025
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ด้วยขนาดชนชั้นกลางและตัวเลขผู้ใช้อินเทอร์เน็ตของประชากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ "เศรษฐกิจดิจิทัล" ของภูมิภาคมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งกูเกิล เสิร์ชเอนจิ้นชื่อดัง และเทมาเส็กกองทุนเพื่อการลงทุนจากสิงคโปร์ ได้คาดการณ์เอาไว้ว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนจะขยายตัวถึง 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.5 ล้านล้านบาท ภายในปี 2025
การเติบโตดังกล่าวกำลังเข้าใกล้เป้าหมายเข้าไปทุกที โดยในปีนี้กูเกิลและ เทมาเส็กคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจดิจิทัลใน 4 ด้าน คือ การท่องเที่ยว สื่อ อี-คอมเมิร์ซ และบริการรถนั่งร่วมทางเดียวกัน (Ride-Hailing) ของอาเซียนจะมีมูลค่ามากถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2015
รัฐบาลของแต่ละประเทศต่างก็ "เอาจริง" ในการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น สิงคโปร์ ที่จะเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า เตรียมผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมด้วยส่งเสริมการศึกษาที่เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างแรงงานที่สามารถรังสรรค์นวัตกรรม ส่วนไทยเองก็พยายามผลักดันนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อใช้นวัตกรรมหลีกหนีจากกับดักรายได้ปานกลางซึ่งกำลังประสบในปัจจุบัน
ด้านอินโดนีเซียก็มีการผลักดันนโยบาย "2020 โก ดิจิทัล วิชั่น" เพื่อเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนในปี 2020 โดยอินโดนีเซียยังเป็นเจ้าบ้านของ "โก-เจ็ก" ที่นอกจากจะให้บริการไรด์-แชริ่งแล้ว ยังให้บริการขนส่งสินค้าและการบริการชำระเงินออนไลน์ผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล ซึ่งเหมาะกับสังคมของอินโดนีเซียที่ส่วนใหญ่ไม่มีบัญชีธนาคาร
อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจดิจิทัลจะช่วยสร้างงานและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับประชาชน แต่อีกด้านหนึ่งก็สร้างผลกระทบไปทั่วอุตสาหกรรม "ดั้งเดิม" ที่อาจตามมาด้วยการปรับลดคนงาน ดังที่เห็นในอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์และการปิดตัวของสาขาธนาคารบางแห่ง
ด้วยเหตุนี้อินโดนีเซียจึงจำเป็นต้องศึกษาผลกระทบที่เกิดจากเศรษฐกิจดิจิทัลด้วย โดยอินโดนีเซียได้รับเงินทุนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) วงเงิน 7.5 แสนดอลลาร์ ในการศึกษาผลกระทบดังกล่าว
นอกจากนี้ ในปัจจุบันการเติบโตของสตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนยังกระจุกตัวอยู่ที่ "หน้าเดิมๆ" โดย โรฮิท ศิภาฮิมาลานี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (ร่วม) ของเทมาเส็ก อินเดีย ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2016-ไตรมาส 3 ปี 2017 สตาร์ทอัพอาเซียนได้รับเงินลงทุน 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ 9,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นการลงทุนในสตาร์ทอัพระดับ "ยูนิคอร์น" หรือสตาร์ทอัพที่มีมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป ถึง 7 แห่ง อาทิ โก-เจ็ก แกร็บ ลาซาด้า ทราเวลโลกา และซี (กาเรนา)
ไม่เพียงเท่านั้น ผู้บริหารของเทมาเส็กยังระบุว่า ในปัจจุบันอาเซียนยังคงขาดแรงงานที่มีทักษะเหมาะสม และต้องหันไปจ้างงานต่างชาติแทน ซึ่งบางครั้งขาดความเข้าใจในบริบท เชิงวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน แต่หากจะจ้างงานประชากรในประเทศที่เข้าใจวัฒนธรรมอย่างดีเยี่ยม ก็ยังขาด ทักษะหรือประสบการณ์ที่ไม่ตรง ความต้องการ n







