posttoday
เขตเศรษฐกิจพิเศษละเมิดสิทธิหรือไม่

เขตเศรษฐกิจพิเศษละเมิดสิทธิหรือไม่

11 ธันวาคม 2560

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกกำลังเป็นอีกปมร้อนที่หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตพัฒนาพิเศษนั้น กระทบต่อการครอบครองสิทธิในที่ดินทำกิน โดยเฉพาะพื้นที่เคยเป็นเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อทำการเกษตร คำถามว่า ภาครัฐได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วหรือยัง

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกกำลังเป็นอีกปมร้อนที่หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตพัฒนาพิเศษนั้น กระทบต่อการครอบครองสิทธิในที่ดินทำกิน โดยเฉพาะพื้นที่เคยเป็นเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อทำการเกษตร คำถามว่า ภาครัฐได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วหรือยัง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2560 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ภายใต้การนำของ วัส ติงสมิตร ประธาน กสม.ได้จัดประชุมเรื่องดังกล่าวพร้อมกับออกมติที่น่าสนใจหลายประการ ซึ่งน่าจะเป็นการชี้ให้เห็นช่องโหว่ของการนำกฎหมายฉบับดังกล่าวไปใช้และอาจกระทบต่อสิทธิมนุษยชนได้

ทั้งนี้ ประธาน กสม. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณารายการผลการศึกษาร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ... และมีมติเห็นควรเสนอแนะมาตรการ หรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

รวมทั้งข้อเสนอในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่งใดๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 247 (3) รวม 4 ประเด็น ดังนี้

1.รัฐสภา โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ... ควรจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้อาจได้รับผลกระทบจากร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวและนโยบายการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และผู้มีส่วนได้เสียในระดับพื้นที่เพิ่มเติม รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักวิชาการและภาคประชาชนได้เสนอความคิดเห็นและข้อห่วงกังวลในรายมาตราอย่างกว้างขวางและทั่วถึง เพื่อประกอบการพิจารณาให้ครบถ้วนรอบด้าน

2.รัฐสภา โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ควรพิจารณาให้มีการแก้ไขมาตรา 36 แห่งร่าง พ.ร.บ.นี้ ซึ่งว่าด้วยเรื่องการเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หากเป็นการเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นนอกเหนือจากที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ควรดำเนินการเท่าที่จำเป็นและจะต้องดำเนินการด้วยวิธีการเพิกถอนที่ดินบริเวณนั้นออกจากการเป็นเขตปฏิรูปที่ดินตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย รวมทั้งจะต้องชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม

3.รัฐสภา โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ควรพิจารณาให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 37 และมาตรา 43 แห่งร่าง พ.ร.บ.นี้ เพื่อเป็นหลักประกันว่าการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการอนุมัติ อนุญาต หรือการอื่น จะไม่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพและกระบวนการมีส่วนร่วมที่มีอยู่ในกฎหมายว่าด้วยการนั้น และ

4.คณะรัฐมนตรีควรกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินในภาพรวมและแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการจัดทำผังเมืองในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 2/2560 เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันที่ 17 ม.ค. 2560 ให้พิจารณาดำเนินการด้วยความระมัดระวัง

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวต้องไม่กระทบต่อกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ได้รับการรับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญ และพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคีและสอดคล้องกับหลักการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในกรอบสหประชาชาติหลังปี 2558-2573 (Sustainable Development Goals-SDGs post-2015-2030)

รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นและมีหนังสือสอบถามความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวรวม 7 ครั้ง ในขณะที่ช่องทางการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย หรือผู้อาจได้รับผลกระทบจากกฎหมาย มีเพียงช่องทางการรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในระหว่างวันที่ 20 พ.ค. 2560 ถึงวันที่ 5 มิ.ย. 2560 ซึ่งมีผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นเพียง 4 คนเท่านั้น

"แม้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการตามแนวทางการจัดทำและการเสนอร่างกฎหมายตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ตามวิธีการข้างต้นแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.นี้มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับและเป็นการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีพื้นที่ครอบคลุม 3 จังหวัด ซึ่งมีประชากรในหลากหลายอาชีพและอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีข้อสังเกตว่าการเปิดให้รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้อาจได้รับผลกระทบจากกฎหมายด้วยวิธีดังกล่าวอาจจะไม่กว้างขวางเพียงพอและไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ตามมาตรา 43" ประธาน กสม. กล่าว

วัส กล่าวในท้ายที่สุดว่า ข้อเสนอแนะของ กสม.ดังกล่าวข้างต้นมิได้ทำให้การพิจารณา ร่างกฎหมายในวาระที่สองล่าช้าหรือสะดุดหยุดลง เนื่องด้วยเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2560 สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีมติให้ขยายระยะเวลาการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกไปอีก 60 วัน ตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ที่ระบุว่าร่าง พ.ร.บ.นี้มีเนื้อหาสาระสำคัญที่ต้องพิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบและมีผลกระทบต่อหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จึงต้องขอขยายเวลาการพิจารณาออกไป

กรณีจึงเป็นแนวทางที่สอดคล้องต้องกัน ทั้งนี้เพื่อให้โครงการพัฒนาของรัฐตลอดจนการตรากฎหมายเป็นประโยชน์ สร้างความยั่งยืนต่อประชาชนส่วนรวม และปราศจากความขัดแย้งจากทุกภาคส่วน n

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม