
ได้เวลาของกลุ่มรับเหมา
ประกิต สิริวัฒนเกตุ & ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กลุ่มรับเหมาก่อสร้างยังไม่สามารถไปไหนได้ไกล คือ การประมูลงานใหม่ที่ล่าช้า ดั่งจะเห็นได้จากในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมามีงานประมูลโครงการขนาดใหญ่ไปเพียง4 แสนล้านบาท ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับแผนปฏิบัติการทั้งหมด 2.40 ล้านล้านบาทนอกจากนั้นตลาดยังมีความกังวลการประมูลโครงการใหม่ๆ นับจากนี้จะล่าช้าออกไปอีก จาก พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ที่เริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. 2560 จากเดิมให้อำนาจแต่ละหน่วยงานไปดำเนินการเองเปลี่ยนเป็นรวมศูนย์ให้อยู่ใต้การพิจารณาของคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วยหน่วยงานราชการและเอกชน ซึ่งทำให้ต้องมีการปรับขอบเขตงาน (TOR) ให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่
ประกิต สิริวัฒนเกตุ & ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์
ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กลุ่มรับเหมาก่อสร้างยังไม่สามารถไปไหนได้ไกล คือ การประมูลงานใหม่ที่ล่าช้า ดั่งจะเห็นได้จากในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมามีงานประมูลโครงการขนาดใหญ่ไปเพียง4 แสนล้านบาท ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับแผนปฏิบัติการทั้งหมด 2.40 ล้านล้านบาทนอกจากนั้นตลาดยังมีความกังวลการประมูลโครงการใหม่ๆ นับจากนี้จะล่าช้าออกไปอีก จาก พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ที่เริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. 2560 จากเดิมให้อำนาจแต่ละหน่วยงานไปดำเนินการเองเปลี่ยนเป็นรวมศูนย์ให้อยู่ใต้การพิจารณาของคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วยหน่วยงานราชการและเอกชน ซึ่งทำให้ต้องมีการปรับขอบเขตงาน (TOR) ให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่
สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มรับเหมาก่อสร้างปรับลงรุนแรงกว่า 3% นอกจากความกังวลข้างต้นที่เป็นปัจจัยลบทุนเดิมแล้ว ตลาดยังเพิ่มความกังวลว่าการประมูลโครงการในปี 2561 จะเลื่อนออกไปอีก เพราะนอกจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ที่กำลังเร่งให้เกิดการประมูลแล้ว โครงการอื่นๆ กลับไม่มีกำหนดการใดๆ ออกมา จึงทำให้ตลาด เกิดอาการวิตกจริตว่าวงจรแห่งความล่าช้า จะกลับมาอีก
KS Research ประเมินว่า ตลาดกำลังกังวลมากเกินไป ในความเป็นจริงต้องอย่าลืมว่าภาครัฐได้เล็งเห็นถึงปัญหาการประมูลล่าช้ามาตลอด และรู้ดีว่าการลงทุนของรัฐจะเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยิ่งตอนนี้เศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงของการเริ่มฟื้นตัวและมีโอกาสที่ขยายตัวเกิน 4% ในปี 2561 ขอเพียงแค่รัฐช่วยเสริมช่วยกระตุ้นเครื่องจักรทุกๆ ส่วนก็พร้อมจะหมุนตาม ดังนั้น ไม่ว่ายังไงก็เชื่อได้ว่าจะได้เห็นความพยายาม ในการเร่งผลักดันโครงการต่างๆ ออกมาโดยเร็วนับจากนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ แผนปฏิบัติการที่กระทรวงคมนาคมจัดทำขึ้นจะมีอีก 51 โครงการ รวม 2.39 ล้านล้านบาท (แบ่งเป็นวงเงินจากแผนปฏิบัติการโครงการใหม่ 8 โครงการ 1 แสนล้านบาท โครงการของปี 2561 อยู่ที่ 1.27 ล้านล้านบาท และปี 2560 อีก 1.02 ล้านล้านบาท)
สิ่งที่คาดว่าจะได้เห็นแน่ๆ คือ การระบายของเก่าออกมาประมูลกันก่อน นอกจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้แล้ว อีก 2 โครงการทั้งรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-หัวหมาก และสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง ซึ่งอยู่ในแผนปฏิบัติการ ปี 2559 ที่ตกค้างมานานจะต้อง ถูกเข็นออกมาแน่นอน
การปรับลดลงของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างจากปัจจัยกดดันข้างต้น KS Research ยังคงมองเป็นโอกาสในการเข้า เก็บสะสม เพราะคาดว่าสถานการณ์การประมูลจะดีขึ้นตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป และ ในระหว่างที่รอการประมูลโครงการใหม่ๆ นั้น บรรดากลุ่มรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ก็มีงานในมือที่มากเพียงพอต่อการรับรู้รายได้ไปอย่างน้อยอีก 2 ปี ในความเป็นจริงผู้รับเหมาก่อสร้างกลับชอบใจด้วยซ้ำที่การประมูลล่าช้า ด้วยเพราะแค่งานที่มีอยู่ในมือตอนนี้ก็ทำกันไม่ทันแล้ว
STEC-PYLON หุ้นเด่น
คาดว่าบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) กำไรสุทธิ ปี 2561-2562 จะเติบโตขึ้น 47.2% และ 28.3% มาอยู่ที่ 1,400 และ 1,800 ล้านบาท ตามลำดับ ด้วยปัจจัยหนุนจากความ คืบหน้าของการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ได้แก่ มอเตอร์เวย์ 4 สาย รถไฟทางคู่ 3 สาย รถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพูและ การเดินสายไฟฟ้าลงดิน โดยยอดงานในมือ กำลังทำสถิติใหม่อยู่ที่ 1.14 แสนล้านบาท รองรับรายได้ไปได้ถึงปี 2563
บริษัท ไพลอน (PYLON) ภาพรวมของไตรมาส 4 มีงานในมือเพิ่มมากขึ้น โดยได้งานใหม่เข้ามากว่า 500 ล้านบาท ซึ่งทำให้ ณ สิ้นเดือน ต.ค. PYLON ใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมาเป็น 75% หรือใช้ชุดเครนเพิ่มขึ้นมาเป็น 16 ชุด จะทำให้ผลประกอบการในงวดไตรมาส 4 ดีขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนอย่างมีนัยสำคัญ
ในปี 2561 จะเป็นช่วงที่ดีของ PYLON จากภาพรวมของอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่จะหายไปกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ส้ม ชมพู ที่จะเริ่มก่อสร้างพร้อมๆ กัน ซึ่ง PYLON มีโอกาสที่จะได้เข้าไปร่วมก่อสร้างในสายสีเหลืองและชมพู ขณะที่ งานของภาคเอกชน โครงการวัน แบงค็อก ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่มูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท (เฉพาะงานฐานรากประมาณ 7,000 ล้านบาท) จะดูดซับกำลังการก่อสร้างของทั้งระบบไปเป็นจำนวนมาก และเป็น อีก 1 โครงการที่ PYLON มีโอกาสได้เข้าไป ร่วมก่อสร้าง นอกจากนั้น เมื่อผู้รับเหมาก่อสร้างหายไป จะเป็นการเปิดโอกาสในการเข้าไปคว้างานอื่นของ PYLON อีกด้วย
ปีทอง PYLON
ปัจจุบัน PYLON วางแผนเพิ่มกำลังการผลิตและคาดว่าจะมีชุดเครนในช่วงต้นปีรวมทั้งหมด 26 ชุด (เพิ่มจากปัจจุบัน 20 ขุด) โดยผู้บริหารตั้งเป้าที่จะดำเนินการผลิตเฉลี่ย 23 ชุด ตลอดทั้งปี 2561 หากเป็นไปตามเป้าหมาย คาดว่าจะ ส่งผลทำให้ผลการดำเนินงานของ PYLON เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ







