
กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล คาดปีหน้าดีกว่าปีนี้
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (GPI) ผู้ประกอบธุรกิจที่มีรายได้หลักจากการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ งานแบงค็อก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ที่จัดทุกปีปีละ 2 ครั้ง และเป็นผู้จัดทำนิตยสารรถยนต์หลายเล่มโดยเฉพาะนิตยสารด้านยานยนต์
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (GPI) ผู้ประกอบธุรกิจที่มีรายได้หลักจากการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ งานแบงค็อก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ที่จัดทุกปีปีละ 2 ครั้ง และเป็นผู้จัดทำนิตยสารรถยนต์หลายเล่มโดยเฉพาะนิตยสารด้านยานยนต์
GPI เข้าซื้อขายเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันแรกเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าราคาดิ่งลงถึง 9.71% มาปิดที่ 3.16 บาท และราคาต่ำกว่าราคาจองที่ 3.50 บาท จนถึงล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 8 ธ.ค. ยังปิดที่ 3.34 บาท ต่ำกว่าราคาจอง 4.8%
ราคาหุ้นยังไม่พ้นจองจากคำถามสำคัญของนักลงทุนที่ว่ากว่า 70% ของรายได้ของบริษัทมาจากการจัดงานมอเตอร์โชว์ปีละ 2 ครั้ง ในช่วงครึ่งปีแรก ที่เหลือเป็นรายได้จากธุรกิจสิ่งพิมพ์และรับจ้างพิมพ์ ซึ่งเป็นธุรกิจในโลกใบเก่าแล้วอัตราการเติบโตที่จะสะท้อนกำไรของบริษัทจะมาจากไหน
ล่าสุด ไตรมาส 3 ปี 2560 ผลการดำเนินงานของบริษัทขาดทุน 28 ล้านบาท ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 30 ล้านบาท ส่งผลให้ 9 เดือนแรกปีนี้มีกำไร 158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้การจัดงานแสดงสินค้าลดลงในไตรมาส 3 ทำให้รายได้ไม่ครอบคลุมถึงต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัท
สำหรับ 9 เดือนแรกที่มีกำไรเพิ่มขึ้น จากรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 671.43 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.81% จากการ เพิ่มขึ้นของรายได้จากการจัดกิจกรรมส่งเสริม การตลาดและงานรับจ้างพิมพ์ในรูปแบบอื่น เพิ่มขึ้น เช่น งานพิมพ์ไดอารี่ภาพวาดฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และงานพิมพ์ สคส. เป็นต้น ในขณะที่รายได้จากการจัดงานแสดงสินค้าลดลง จากการปรับการจัดสรรพื้นที่ให้เช่าในงานมอเตอร์โชว์ ทำให้พื้นที่ขายลดลงและรายได้ จากการให้บริการสื่อโฆษณานิตยสารและโทรทัศน์ปรับตัวลดลงตามการลดลงของความ ต้องการตลาด
พีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติการ GPI ให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ว่า ปีนี้คาดว่ารายได้จะเติบโตจากปีก่อน 10% เงินที่ได้จากการเพิ่มทุนจะนำไปซื้อเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่ที่สามารถพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ กระดาษห่อสินค้า ป้ายโฆษณาและงานพิมพ์ บนกระดาษ เพื่อรองรับงานพิมพ์และวัสดุที่ใช้พิมพ์ที่หลากหลายขึ้น เพื่อขยายธุรกิจรับจ้างพิมพ์ไปยังอุตสาหกรรมต่างๆ จากเดิมที่รับจ้างพิมพ์นิตยสารที่เหลือนำไปเป็นทุนจัดงานและเป็นทุนหมุนเวียน
สำหรับปีหน้าบริษัทยังจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ และบางกอก ยูสด์ คาร์โชว์ เช่นเดิมเหมือนทุกปีและในพื้นที่ เท่าเดิมคือ มอเตอร์โชว์ 1.7 แสนตารางเมตร และยูสด์โชว์ 2 หมื่นตารางเมตร แต่ปรับราคาเพิ่มขึ้น 7-8% ขณะนี้ได้ผลตอบรับล่วงหน้าดี คาดว่าจะทำให้รายได้ดีกว่าปีนี้
นอกจากนั้น บริษัทได้ลงนามบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น (เอ็มโอยู) เป็นผู้ร่วมจัดงาน เมียนมา อินเตอร์เนชั่นแนล โชว์ ในปี 2561- 2563 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เป้าหมายของ GPI ต้องการเป็นสื่อด้านรถยนต์ที่อยู่คู่สังคมไทย ขณะนี้ได้รุกเข้าสื่อใหม่มากขึ้นทั้งในรูปแบบดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุปกรณ์ตกแต่ง นวัตกรรมใหม่ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ เช่น นิตยสารกรังด์ปรีซ์ นิตยสารออฟโรด รวมถึงนิตยสารเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ เช่น นิตยสารการาจไลฟ์ เป็นต้น นอกจากนั้นยังผลิตสื่อผ่านยูทูบโดยไม่มีแผนซื้อช่องทีวี
"เรามีเนื้อหาสะสมที่สามารถปรับเข้าช่องทางสื่อใหม่ได้ เป็นเจ้าแห่งคอนเทนต์ด้านยานยนต์ ข้อมูลจากซีเอ็ดเราเป็นเบอร์ 1 ด้านหนังสือแต่งรถ เราพัฒนาออนไลน์และไม่เลิกธุรกิจสิ่งพิมพ์ โดยรายได้จากธุรกิจออนไลน์เพิ่มขึ้น แต่น้อยเมื่อคิดเป็นตัวเงิน ในขณะที่นิตยสารสามารถขายโฆษณาได้เม็ดเงินมากกว่า ต้องมีการปรับเนื้อหาให้ทันยุคสมัย เพราะสื่อสิ่งพิมพ์อยู่ในช่วงขาลง แต่ก็ปิดหนังสือที่ไม่ได้รับความนิยมไปหลายเล่มเช่นกัน"
นิตยสารกรังด์ปรีซ์เล่มแรกออกตีพิมพ์ครั้งแรก ขณะนั้นยอดขายรถยนต์ในประเทศ 4 หมื่นคัน ปัจจุบันยอดขายรถยนต์ 1.55 ล้านคัน GPI จะเติบโตต่อไป หรือไม่ตามยอดขายรถยนต์ที่กำลังจะฟื้นปีหน้า







