posttoday
กรุงเทพฯ เมืองอัจฉริยะ

กรุงเทพฯ เมืองอัจฉริยะ

09 ธันวาคม 2560

รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศสร้างเมืองอัจฉริยะที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพลเมือง จัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และที่สำคัญที่สุดคือเพื่อยกระดับการบริการทางธุรกิจให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางธุรกรรมการเงินและนวัตกรรมของโลก วิสัยทัศน์นี้ของสิงคโปร์จึงน่าจะเป็นตัวอย่างให้ไทยได้เรียนรู้ ทั้งในเรื่องการจัดการเมือง การจัดการศึกษา และการบริหารธุรกิจทุกประเภทโดยใช้เทคโนโลยียุคดิจิทัล ซึ่งผมยังเชื่อมั่นว่า "กรุงเทพฯ" มีศักยภาพไม่น้อยกว่าสิงคโปร์แน่นอน และยังได้มีข้อเปรียบมากกว่าด้วยซ้ำ ทั้งด้านจำนวนพลเมือง จำนวนนักท่องเที่ยว ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเสน่ห์ของเมือง รวมทั้งพื้นที่ที่ยังสามารถขยายได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศสร้างเมืองอัจฉริยะที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพลเมือง จัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และที่สำคัญที่สุดคือเพื่อยกระดับการบริการทางธุรกิจให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางธุรกรรมการเงินและนวัตกรรมของโลก วิสัยทัศน์นี้ของสิงคโปร์จึงน่าจะเป็นตัวอย่างให้ไทยได้เรียนรู้ ทั้งในเรื่องการจัดการเมือง การจัดการศึกษา และการบริหารธุรกิจทุกประเภทโดยใช้เทคโนโลยียุคดิจิทัล ซึ่งผมยังเชื่อมั่นว่า "กรุงเทพฯ" มีศักยภาพไม่น้อยกว่าสิงคโปร์แน่นอน และยังได้มีข้อเปรียบมากกว่าด้วยซ้ำ ทั้งด้านจำนวนพลเมือง จำนวนนักท่องเที่ยว ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเสน่ห์ของเมือง รวมทั้งพื้นที่ที่ยังสามารถขยายได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

เคล็ดลับของความสำเร็จของสิงคโปร์ คือ แผนการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับเมืองอัจฉริยะ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น ไมโครซอฟท์และอเมซอน ที่นำเทคโนโลยีออนไลน์ยุคดิจิทัลล่าสุดมาใช้เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารกันระหว่างรัฐกับพลเมืองได้อย่างไร้รอยต่อ ระบบเมืองอัจฉริยะนี้จะช่วยแก้ปัญหาเมืองครอบคลุม 5 ด้าน คือ 1.ด้านการขนส่งและการจราจร ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลการจราจรทั้งหมด ทั้งไฟสัญญาณจราจร ระบบควบคุมทางด่วน จำนวนรถ ความเร็ว รวมทั้งพิกัดรถเมล์สาธารณะ โดยผนวกเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ทั้งรถไฟและรถไฟฟ้า เพื่อยกระดับการบริการประชาชนให้ได้รับความสะดวก

แต่ที่น่าสนใจมากคือ สิงคโปร์ให้ข้อมูลการจราจรและระบบขนส่งมวลชนเป็นข้อมูลสาธารณะให้นักเทคโนโลยีรุ่นใหม่และนักเรียนนำไปใช้พัฒนาต่อยอด จนเกิดเป็นโปรแกรมแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ให้พลเมืองลองใช้ได้ทุกวัน เป็นการสร้างสังคมนวัตกรรมได้อย่างแท้จริง

2.ด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ที่ให้พลเมืองสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉิน และปัญหาด้านสภาพแวดล้อม ผ่านโปรแกรมมือถือ ซึ่งเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดเพื่อให้ตรวจสอบได้ทันที รัฐยังเตือนเรื่องสภาพภูมิอากาศได้ล่วงหน้า เพื่อแนะนำการเดินทางในขณะที่ฝนกำลังจะตก หรือเมื่อมีโอกาสเกิดน้ำท่วมฉับพลัน 3.ด้านสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งทุกคนจะได้รับการแนะนำโปรแกรมดูแลสุขภาพเบื้องต้น จากการส่งข้อมูลสุขภาพผ่านโปรแกรมทางโทรศัพท์ ซึ่งระบบปัญญาประดิษฐ์จะแจ้งเตือนการตรวจสุขภาพและจัดเวลานัดพบแพทย์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปรอหลายชั่วโมง หรือแจ้งตรวจสุขภาพฟรีตามแต่ละพื้นที่ไปยังประชาชน กระตุ้นเตือนการเดินออกกำลังกาย เฝ้าระวัง ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านเพียงลำพัง

4.ด้านการบริการภาครัฐ เพื่อให้การติดต่อกับราชการทั้ง ทำใบขับขี่ บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เสียภาษี จ่ายค่าสาธารณูปโภค ทั้งหมดทำได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ และ 5.ด้านการบริการภาคธุรกิจ ซึ่งสิงคโปร์จะเป็นเมืองที่ไม่ต้องพกเงินสด เพราะทุกอย่างสามารถจ่ายผ่านโทรศัพท์ได้ ตั้งแต่การขึ้นรถไฟฟ้า รถเมล์ แท็กซี่ ทางด่วน หรือแม้แต่การช็อปปิ้งทุกอย่าง ดังนั้นเรื่องเมืองอัจฉริยะเป็นความจริงแล้วที่สิงคโปร์ และยังจะพัฒนาให้ก้าวล้ำกว่านี้ได้อีกในอนาคต เพราะสิงคโปร์เห็นโอกาสที่พลเมืองแทบทุกคนต้องใช้โทรศัพท์มือถือแบบ สมาร์ทโฟนในยุคปัจจุบัน

วันนี้กรุงเทพฯ ก็เป็นเมืองที่มีคนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากที่สุดแห่งหนึ่ง และคนกรุงเทพฯ ก็ยังเป็นมนุษย์ออนไลน์ระดับโลก เพราะเป็นเมืองหลวงของเฟซบุ๊กที่มีจำนวนผู้ใช้มากที่สุดในโลกถึง 30 ล้านคน และยังใช้โปรแกรมไลน์ (LINE) สื่อสารต่อคนมากที่สุดในโลกอีกด้วย ดังนั้นหากรู้จักใช้โอกาสนี้ในการนำเทคโนโลยีเข้าไปเชื่อมโยง และจัดการปัจจัยทั้งหมดเข้าด้วยกัน ปัญหาที่ไม่เคยจะแก้ไขได้ในอดีต อาจจะสะสางบรรเทาให้ดีขึ้นได้ในปัจจุบัน ดังนั้นการสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองอัจฉริยะจึงไม่ใช่เรื่องความฝันอีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน