posttoday
ขายฝากเปลี่ยนชีวิต

ขายฝากเปลี่ยนชีวิต

07 ธันวาคม 2560

ศรัณย์ภัทร เตจ๊ะปัจจุบันรูปแบบของธุรกิจการให้กู้ยืมเงินมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งมักพบเห็นทั่วไปตามเสาไฟฟ้าหรือตามตู้โทรศัพท์สาธารณะไม่ว่าจะเป็นในรูปของเงินด่วน จำนอง หรือขายฝาก แต่หากผู้ใช้บริการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรับบริการดังกล่าวอาจทำให้ตกเป็นเหยื่อนายทุน หรือผู้ประกอบธุรกิจให้บริการเหล่านี้เอารัดเอาเปรียบได้

โดย ศรัณย์ภัทร เตจ๊ะ

ปัจจุบันรูปแบบของธุรกิจการให้กู้ยืมเงินมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งมักพบเห็นทั่วไปตามเสาไฟฟ้าหรือตามตู้โทรศัพท์สาธารณะไม่ว่าจะเป็นในรูปของเงินด่วน จำนอง หรือขายฝาก แต่หากผู้ใช้บริการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรับบริการดังกล่าวอาจทำให้ตกเป็นเหยื่อนายทุน หรือผู้ประกอบธุรกิจให้บริการเหล่านี้เอารัดเอาเปรียบได้

หลายคนอาจคุ้นเคยกับข้อความว่า "ที่นี่รับขายฝากที่ดินอย่างเดียว" และลูกหนี้บางรายแม้จะไม่รู้มาก่อนว่าการขายฝากเป็นอย่างไรแต่ก็ยอมทำทุกวิถีทาง เพื่อขอให้ได้เงินมาโดยไม่ได้นึกถึงเวลาไถ่ถอนว่าจะสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินนั้นคืนมาได้หรือไม่ พอมารู้ตัวอีกทีก็อาจสายไปเสียแล้ว

คราวนี้จึงขอหยิบประเด็นเรื่องการขายฝากมาเป็นเกร็ดความรู้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจก่อนจะทำสัญญาขายฝากกันนะคะ

การขายฝากคือ การซื้อขายอย่างหนึ่ง ซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันที แต่มีข้อตกลงว่าผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนทรัพย์คืนได้ภายในเวลาที่กำหนด โดยข้อตกลงให้ไถ่ถอนทรัพย์คืนนั้นจะต้องตกลงกันในขณะทำสัญญาขายฝากเท่านั้น

ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยและผู้ขายฝากมักถูกเอารัดเอาเปรียบคือ เรื่องการกำหนดสินไถ่แต่เดิมผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากสามารถตกลงกันได้ว่าจะกำหนดสินไถ่จำนวนเท่าไร ซึ่งส่วนมากเป็นอัตราที่สูงกว่าการให้กู้โดยปกติที่กฎหมายได้ควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยการห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งต่อมากฎหมายได้มีการแก้ไขว่า ถ้าไม่กำหนดสินไถ่ไว้ให้ไถ่ได้ตามราคาขายฝาก หรือถ้ากำหนดสินไถ่กันไว้จะต้องกำหนดไม่เกินราคาขายฝาก รวมกับประโยชน์ตอบแทนร้อยละ 15 ต่อปี เช่น ทรัพย์ที่ขายฝากไว้ราคา 1 แสนบาท กำหนดเวลาไถ่ 1 ปี สินไถ่ที่จะตกลงกันต้องไม่เกิน 1.15 แสนบาท/ปี ถ้าตกลงกันเกินกว่านั้นให้ปรับลดลงเหลือร้อยละ 15 ต่อปี

อีกทั้งปัญหาเรื่องกำหนดเวลาไถ่ถอนทรัพย์ผู้ขายฝากไม่นำเงินมาชำระตามกำหนดเวลา ทำให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายฝากนั้นจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันที ซึ่งกฎหมายกำหนดเวลาไถ่ถอนทรัพย์เอาไว้ หากเป็นอสังหาริมทรัพย์กำหนดให้ไถ่ถอนภายในเวลา 10 ปี ส่วนสังหาริมทรัพย์กำหนดให้ไถ่ถอนภายในเวลา 3 ปี แต่หากมีการตกลงขยายกำหนดเวลาไถ่ถอนจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือว่าได้มีการขยายเวลากันและต้องนำไปจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่และต้องตกลงกันก่อนครบกำหนดระยะเวลาไถ่ถอนด้วย

ดังนั้น ผู้ขายฝากจึงต้องระวังเป็น อย่างยิ่ง เพราะหากละเลยหรือทำสัญญาขายฝาก โดยลืมคำนึงถึงความสามารถในการไถ่ถอน อาจทำให้ทรัพย์สินที่ขายฝากไว้นั้นหลุดมือไปได้ง่ายๆ ผู้ขายฝากจึงต้องนำเงินพร้อมดอกเบี้ยไปชำระแก่ผู้ซื้อฝากภายในระยะเวลาที่ระบุในสัญญาและหากผู้ซื้อฝากอ้างว่าจะขยายเวลาไถ่ถอนให้อย่าเพิ่งหลงเชื่อจนกว่าจะได้มีการจดทะเบียนขยายระยะเวลาไถ่ถอน

นอกจากนี้ หากผู้ซื้อฝากบิดพลิ้วไม่ยอมรับสินไถ่ ผู้ขายฝากต้องนำเงินที่ต้องชำระไปติดต่อขอวางทรัพย์ที่สำนักงานวางทรัพย์ ซึ่งตั้งอยู่ในกรมบังคับคดีสำนักงานบังคับคดีจังหวัด หรือศาลจังหวัดกรณีไม่มีสำนักงานวางทรัพย์เพียงเท่านี้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายฝากก็จะกลับมาเป็นของผู้ขายฝากตามเดิมตั้งแต่เวลาที่ผู้ขายฝากได้ชำระเงินค่าสินไถ่หรือวางทรัพย์ทันที

จากที่กล่าวมาแล้วนั้นจะเห็นได้ว่าปัญหาการขายฝากที่เกิดขึ้นนั้นส่วนมากเกิดขึ้นจากความไม่รู้และความไม่ระมัดระวังของผู้ขายฝาก ดังนั้นหากจะทำสัญญาขายฝาก จึงควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาและเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของตนด้วย

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม