
ลานเบียร์เซ็นทรัลเวิลด์คึก
จะเรียม สำรวจกลับมาคึกคักอีกครั้งสำหรับลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพมหานคร เพราะนอกจากจะมีต้นคริสต์มาสที่ตกแต่งประดับไฟสวยงาม อีกไฮไลต์ของลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ที่ต้องเห็นทุกปีเมื่อก้าวเข้าสู่เดือน ธ.ค. คือ ลานเบียร์ ซึ่งปีนี้ผู้ประกอบการแต่ละรายก็ออกมาคาดการณ์ว่าน่าจะมีความคึกคัก หลังจากปีที่ผ่านมาต้องหยุดไป 1 ปี เพราะเป็นช่วงของการแสดงความอาลัย
จะเรียม สำรวจ
กลับมาคึกคักอีกครั้งสำหรับลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพมหานคร เพราะนอกจากจะมีต้นคริสต์มาสที่ตกแต่งประดับไฟสวยงาม อีกไฮไลต์ของลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ที่ต้องเห็นทุกปีเมื่อก้าวเข้าสู่เดือน ธ.ค. คือ ลานเบียร์ ซึ่งปีนี้ผู้ประกอบการแต่ละรายก็ออกมาคาดการณ์ว่าน่าจะมีความคึกคัก หลังจากปีที่ผ่านมาต้องหยุดไป 1 ปี เพราะเป็นช่วงของการแสดงความอาลัย
สำหรับปีนี้กิจกรรมลานเบียร์จะอยู่ระหว่างวันที่ 1-31 ธ.ค. 2560 โดยผู้ประกอบการที่เข้ามาร่วมกิจกรรมยังคงเป็น 3 รายหลักเดิม โดยในส่วนของค่ายช้างได้ไป 2 จุด ซึ่งจุดที่ 1 ขนาด 730.05 ตารางเมตร (ตร.ม.) จุดที่ 2 ขนาด 835.85 ตร.ม. ส่วนค่ายสิงห์ได้พื้นที่ไป 1 จุด ขนาด 918.29 ตร.ม. และค่ายไฮเนเก้นได้พื้นที่ไป 1 จุด ขนาด 731.35 ตร.ม.
หลังจากได้ทำเลกันไปเรียบร้อย แต่ละค่ายก็ออกมาตกแต่งสถานที่เพื่อรองรับลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการ โดยค่ายช้างได้แบ่งพื้นที่ 2 จุด ออกเป็น 2 แบรนด์ในการจัดกิจกรรมลานเบียร์ คือ แบรนด์เฟ เดอร์บรอย และแบรนด์ช้าง ส่วนค่ายสิงห์กับไฮเนเก้นยังคงใช้แบรนด์หลักอย่างสิงห์และไฮเนเก้นเป็นแม่ทัพหลักในการสู้ศึก
ในส่วนของไฮเนเก้นชูจุดเด่นของสถานที่ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Behind the Star Experience" นิทรรศการมัลติมีเดียเต็มรูปแบบ และจุด แฮงเอาต์พรีเมียมแบบไม่ซ้ำใคร ภายใต้แคมเปญเฉลิมฉลองส่งท้ายปี "Heineken Open Your Celebration 2017"
ภัททภาณี เอกะหิตานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์ไฮเนเก้น ในกลุ่มบริษัท ทีเอพี กล่าวว่า บริษัทยังคงมุ่งตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ในการนำเสนอกิจกรรมที่มอบประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์และสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนจาก คู่แข่งภายใต้แนวคิด Open Your World ด้วยผลการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ที่ได้เข้างาน "Behind the Star Experience" ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา บริษัทจึงได้นำนิทรรศการมัลติมีเดียแบบเต็มรูปแบบชิ้นนี้กลับมาแสดงอีกครั้ง
จุดเด่นของงานนิทรรศการจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 โซน ดังนี้ 1.Heritage Time Machine เริ่มต้นการนำเสนอมัลติมีเดียแบบ โมชั่นกราฟฟิกพาทุกคนย้อนรอยรู้จักกับประวัติศาสตร์ของไฮเนเก้น 2.Interactive Ingredients สัมผัสวัตถุดิบที่คัดสรรมาผลิตเบียร์ 3. 360 Brewing Adventure ชมกระบวนการบ่มเบียร์ในถังหมักเบียร์ที่วางใน "แนวนอน" 4.Global VR Journey ร่วมประสบการณ์เดินทางทะลุมิติเข้าสู่โลก Virtual Reality และ 5.Star Serve Experience ไขเคล็ดลับของศาสตร์และศิลป์แห่งการเสิร์ฟอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด กับ 5 ขั้นตอนของ "Star Serve Ritual" ได้แก่ ล้าง ริน ปาด เช็ก และเสิร์ฟ
ด้านแบรนด์เฟเดอร์บรอยได้ชูจุดเด่นของสถานที่จัดกิจกรรมด้วยการสร้างพื้นที่เป็นเอาต์ดอร์ป๊อปอัพคลับระดับพรีเมียม ภายใต้แนวคิด Federbr"au Red Feather Club : The Club of Perfektion พร้อมกับชูคอนเซ็ปต์ 6/45^0 เมจิกนัมเบอร์ให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศความสมบูรณ์แบบ อาหารเอ็กซ์คลูซีฟ และดนตรีฟังสบายจากวงชั้นนำของเมืองไทย ในศิลปะร่วมสมัยสไตล์เบาเฮาส์ (Bauhaus) เน้นโทนสีหลัก กับธีมแดง ขาว ดำ และเทา
นอกจากนี้ ยังมีการเล่นคำ 6/45^0 โดยในเวลา 06.45 น.ของทุกๆ วันจะมีการเซอร์ไพรส์พิเศษจากเฟเดอร์บรอย เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ขณะเดียวกันยังมีการเซต 6 เมนู 450 บาท ด้วยการจับมือร่วมกับร้าน Bei Otto ร้านอาหารเยอรมันชื่อดังที่ได้รับความนิยมมายาวนานกว่า 30 ปี ร่วมกันครีเอท 6 เมนูซิกเนเจอร์ สำหรับในงานนี้โดยเฉพาะ เป็นต้น
ขณะที่แบรนด์สิงห์กับช้างยังคงเน้นการตกแต่งสถานที่แบบเรียบง่ายแบบสไตล์ของตัวเอง โดยในส่วนของแบรนด์ช้างปีนี้จะทำการตลาดภายใต้คอนเซ็ปต์ FOOD FUN FRIEND กับงาน "Chang Sensory Trails... อร่อยสุด สนุก กับเพื่อน" ด้วยเมนูอาหารพิเศษ ดนตรีสดจากศิลปินชื่อดัง และบรรยากาศสุดชิล
เช่นเดียวกับแบรนด์สิงห์ที่ปีนี้เน้นตกแต่งสถานที่ด้วยความเรียบง่าย เมนูอาหารพิเศษ และศิลปินชื่อดังที่จะผลัดเปลี่ยนกันขึ้นมาแสดงบนเวทีในแต่ละวันจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2560
จากการออกมาจัดกิจกรรมดังกล่าว แม้ว่าอาจจะช่วยให้ตลาดรวมเบียร์ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 1.5 แสนล้านบาท กลับมาฟื้นตัวไม่ได้ แต่ก็น่าจะทำให้ผู้ประกอบการมียอดขายเพิ่มขึ้นในช่วง ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่







