
กองทุนประกันชีวิต รุกแจ้งลูกค้ารับเงินคืน
วารุณี อินวันนากองทุนประกันชีวิตกำหนดนโยบายปี 2561 เดินหน้าประชาสัมพันธ์ประชาชนรับเงินกรมธรรม์พ้นอายุความทั่วประเทศ พร้อมกระตุ้นประชาชนให้มีประกันคนละ 1 ฉบับ
วารุณี อินวันนา
กองทุนประกันชีวิตกำหนดนโยบายปี 2561 เดินหน้าประชาสัมพันธ์ประชาชนรับเงินกรมธรรม์พ้นอายุความทั่วประเทศ พร้อมกระตุ้นประชาชนให้มีประกันคนละ 1 ฉบับ
ปัจจุบันเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ หรือเงินประกันถูกทอดทิ้งเกิน 10 ปี ที่บริษัทประกันชีวิต ส่งมายังกองทุนประกันชีวิตมีประมาณ 600-700 ล้านบาท มีประชาชน ที่มีสิทธิได้รับเงินคืนประมาณ 6 แสนคน จากเงินกองทุนทั้งหมด 4,900 ล้านบาท
นับเป็นหนึ่งในภารกิจ หลักที่ สมชาย ดำรงสุนทรชัย ผู้จัดการ กองทุนประกันชีวิตจะต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้กับเจ้าของกรมธรรม์มารับคืน
สมชาย กล่าวว่า จากการ ที่กฎหมายให้กองทุนฯ ทำหน้าที่ได้ 2 เรื่อง คือ การจ่ายเงินให้ กับผู้เอาประกันชีวิตและการ ส่งเสริม อุตสาหกรรมประกันชีวิต ซึ่งหน้าที่แรกนั้นคงไม่มีโอกาส ได้ทำ
เนื่องจากปัจจุบันบริษัทประกันชีวิตไทยมีความแข็งแกร่งและจะไม่มีบริษัทไหนล้มละลาย จึงได้กำหนดนโยบายปี 2561 จะมุ่งไปที่ภารกิจ 3 ด้าน
หนึ่ง เสริมสร้างความเข้าใจในสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการขอรับเงินจากกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ถูกทอดทิ้ง และให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการมีประกันชีวิตและประกันภัย เพื่อให้มีความคุ้มครอง สร้างความมั่นคงให้กับชีวิตและครอบครัว อย่างน้อยต้องมีกรมธรรม์คนละ 1 ฉบับ คือ กรมธรรม์ไมโครอินชัวรันส์ หรือประกันภัย 200 เป็นอย่างน้อย เมื่อเกิดเหตุขึ้นมาก็จะมีบริษัทประกันภัยเข้ามาชดเชยความเสียหายจะเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจ ในเรื่องการออมและการบริหารความเสี่ยงเบื้องต้น และสามารถมองไปข้างหน้าได้ว่าความคุ้มครองที่เหมาะสมกับตัวเองที่แท้จริงจะเป็นเท่าไร
สมชาย กล่าวว่า จะเดินสายสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์กับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและ ส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ทั่วประเทศ เพื่อร่วมกัน เผยแพร่ความรู้ทั้งสองเรื่อง เพราะ คปภ.ในแต่ละจังหวัดจะรู้จักพื้นที่ ดีกว่ากองทุนฯ และยังเป็นช่องทาง ในการยื่นขอรับเงินกรมธรรม์ที่ถูก ทอดทิ้ง ซึ่งมีมูลค่าเงินสดอยู่ที่ประชาชนเข้าถึงง่าย
สอง จะให้ทุนการศึกษาสาขาบริหารธุรกิจและสาขากฎหมาย โดยเฉพาะด้านกฎหมายยังมีความขาดแคลนจะเน้นสนับสนุนด้านกฎหมายประกันภัย และเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อจะได้ออกมาช่วยเป็นที่ปรึกษาด้านการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้กับประชาชนในอนาคต และให้ทุนการทำวิจัยเกี่ยวกับประกันชีวิตและประกันภัย เพื่อให้มีข้อมูลที่ทันสมัยในการนำไปส่งเสริมธุรกิจให้เติบโตในอนาคต รวมถึงการใช้สถาบันศึกษากระจายความรู้ด้านสิทธิประโยชน์ของประกันภัยแก่ประชาชนในอนาคต
สาม จะใช้สื่อท้องถิ่นทุกแขนง ในการให้ความรู้ถึงบทบาทของกองทุนฯ และสิทธิประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากกองทุน รวมถึงสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอื่นๆ
"หากประชาชนมีการถือครองกรมธรรม์มาก จะทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ เพราะใช้สิทธิของประกันสุขภาพ และ มีเงินที่จะใช้หลังเกษียณอายุการทำงาน" สมชาย กล่าว







