
ดีเอสไอเร่งแก้หนี้นอกระบบ นำร่องนนทบุรีพื้นที่เป้าหมาย
ดีเอสไอขอเดินหน้าแก้หนี้นอกระบบ เตือนนายทุนเงินกู้ เจ้าหนี้อิทธิพลรายใหญ่เรียกดอกโหดมีโทษตามกฎหมาย
ดีเอสไอขอเดินหน้าแก้หนี้นอกระบบ เตือนนายทุนเงินกู้ เจ้าหนี้อิทธิพลรายใหญ่เรียกดอกโหดมีโทษตามกฎหมาย
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เปิดเผยว่า ตั้งเป้าหมายให้นนทบุรีเป็นจังหวัดนำร่องในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยขณะนี้กระทรวงยุติธรรมพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นขั้นตอน โดยปรับปรุง พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ให้มีบทลงโทษสำหรับผู้ปล่อยเงินกู้โดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดคือร้อยละ 15 ต่อปี ให้มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท และบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าหนี้ผู้มีอิทธิพลรายใหญ่
ทั้งนี้ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวขณะเป็นประธานเปิดเวทีสัมมนาเรื่องการแก้หนี้นอกระบบอย่างยั่งยืนที่โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. โดยมีแกนนำชุมชนในจังหวัดเข้าร่วม
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ที่ผ่านมาดีเอสไอได้เข้าไปสืบสวนสอบสวนและประสานกับกรมสรรพากรเพื่อดำเนินมาตรการทางภาษีและช่วยเหลืออำนวยความยุติธรรมลูกหนี้ที่ถูกเอาเปรียบในเรื่องดอกเบี้ยการทำสัญญา ซึ่งปัญหาดังกล่าวรัฐบาลได้ให้ความสำคัญโดยมีการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบจนคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2559 ให้ดำเนิน 5 มาตรการ อาทิ เอาผิดกับเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบที่ผิดกฎหมายให้ประชาชนทั่วไปและลูกหนี้นอกระบบเข้าถึงสินเชื่อในระบบ โดยขอให้กระทรวงการคลังออกสินเชื่อรายย่อยจังหวัด พิโกไฟแนนซ์ในวงเงินไม่เกิน 5 หมื่นบาท
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวอีกว่า หนี้นอกระบบเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงทั่วทุกภาคทั้งในกรุงเทพฯ และชุมชนเมือง จะมีปัญหาการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราและการทวงหนี้ของแก๊งหมวกกันน็อกที่ใช้วิธีการรุนแรงซึ่งจะพบมากสุดในภาคอีสาน ทั้งนี้ กรมสรรพากรประเมินภาษีนายทุนเงินกู้นอกระบบที่มีรายได้แต่ไม่เคยชำระภาษีกว่า 200 ล้านบาท







