posttoday
สัญชาตญาณดิจิทัล

สัญชาตญาณดิจิทัล

29 พฤศจิกายน 2560

ชัชวาล สังคีตตระการในวงสนทนาบนโต๊ะอาหารเช้าที่ออฟฟิศ ผมอยู่ท่ามกลางเหล่านักวิ่งหลายระดับ สำหรับผมแล้วการวิ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยถนัดเลย เพราะเป็นคนไม่ค่อยสู้ร้อน มีหลายหัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคุยกันในวงสนทนานั้น แต่มาถึงประเด็นที่ทำให้ผมต้องเอามาเล่าคือ ประเด็นเกี่ยวกับนาฬิกา ที่ถือว่าได้รับความนิยมกันอย่างมาก เพราะเห็นใส่กันทั่ว

ชัชวาล สังคีตตระการ

ในวงสนทนาบนโต๊ะอาหารเช้าที่ออฟฟิศ ผมอยู่ท่ามกลางเหล่านักวิ่งหลายระดับ สำหรับผมแล้วการวิ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยถนัดเลย เพราะเป็นคนไม่ค่อยสู้ร้อน มีหลายหัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคุยกันในวงสนทนานั้น แต่มาถึงประเด็นที่ทำให้ผมต้องเอามาเล่าคือ ประเด็นเกี่ยวกับนาฬิกา ที่ถือว่าได้รับความนิยมกันอย่างมาก เพราะเห็นใส่กันทั่ว

ในที่นี้ผมขอรวมไปถึง Wearable Device อื่นๆ ด้วย "Wearable Device" ก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถสวมใส่ได้ หน้าตาอาจจะคล้ายนาฬิกาบ้าง สายรัดข้อมือบ้าง แม้จะมีฟังก์ชั่นนาฬิกาเพื่อบอกเวลา แต่เราก็สนใจกับความสามารถด้านอื่นของมันมากกว่า ทำให้ราคาของ Wearable Device ค่อนข้างแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความสามารถที่มี แต่ความสามารถที่คนชอบคงเป็นการติดตามพฤติกรรม กิจกรรม การเคลื่อนไหวต่างๆ (Activity Tracking) ของคนที่ใส่นั่นเอง

ผมก็ใส่ประจำอยู่ตัวหนึ่ง เพื่อคอยนับจำนวนก้าว ว่าในระหว่างวันผมเดินน้อยไปหรือเปล่า นั่งอยู่ที่โต๊ะนานไปหรือเปล่า ถ้าอยู่กับที่นานเกินไปเครื่องก็จะแจ้งเตือนให้ผมลุกไปเดินบ้าง ในความเป็นจริงเราต้องสมดุลระหว่างสุขภาพกับการทำงานอยู่ดี ไม่นั่งนานเกินไปจนเกิดอาการที่เรียกว่า "Office Syndrome" อย่างไรก็ตามต้อง "Work-Life Balance" นะครับ

นอกจากนี้ยังคอยติดตามพฤติกรรมการนอนของผมด้วยว่านอนได้ดีแค่ไหน ซึ่งจะทำให้ผมรู้ตัวว่าทำงานหนักไปหรือเปล่า ออกกำลังกายและพักผ่อนเพียงพอหรือไม่ แต่อุปกรณ์เหล่านี้ก็ยังไม่สามารถบังคับให้เราทำในสิ่งที่ควรทำได้ เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องบังคับตัวเองให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีเอง

กลับไปที่โต๊ะอาหาร พี่คนหนึ่งซึ่งเป็น "นักวิ่งจริงจัง" รู้สึกไม่ค่อยเห็นด้วยที่เหล่านักวิ่งจะใส่อุปกรณ์เหล่านี้ โดยให้ความเห็นที่น่าสนใจว่านักวิ่งที่ดีควรรู้ด้วยตัวเอง จำความรู้สึกต่างๆ ของร่างกายได้ด้วยตัวเอง รู้ขีดความสามารถของตัวเอง ไม่ใช่เอาแต่เชื่อสิ่งที่อุปกรณ์เหล่านี้บอกจนร่างกายไม่ได้เรียนรู้

ผมเองในฐานะนักดนตรี หากเรายึดติดสิ่งใดมากเกินไป สิ่งนั้นจะคอยขัดขวางพัฒนาการของเรา เช่น การเล่นดนตรี คนเล่นใหม่ๆ มักจะก้มดูมือตัวเองตลอดเวลา โดยเฉพาะเครื่องเล่นที่ไม่มีสัญลักษณ์บอกไว้ เช่น ไวโอลิน หรือซอต่างๆ ที่หลายคนต้องทำสัญลักษณ์ไว้ หรือแม้เครื่องที่รู้ว่าต้องวางมือตรงไหน ถึงวางถูกแล้วก็ยังรู้สึกว่าเสียงยังเพี้ยนอยู่ดี นั่นเป็นเพราะนิ้วเรายังไม่ชิน ไม่รู้จังหวะและน้ำหนักที่ถูกต้อง

สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยการฝึกฝนให้ร่างกายเราจำได้ และในที่สุดก็จะแสดงออกได้ตามสัญชาตญาณอย่างอัตโนมัติ เพราะเมื่อร่างกายจดจำและบันทึกไว้เป็นสัญชาตญาณแล้ว มันก็จะจดจำได้ไปตลอด

เมื่อย้อนกลับมาถึง Activity Tracker ต่างๆ ที่มีอยู่ตอนนี้ จึงทำให้ผมรู้สึกว่าทุกวันนี้ผมจะตื่นจะนอนก็เพราะมีเครื่องคอยบอก ต้องวิ่งต้องกินก็มีเครื่องคอยเตือน เหมือนว่าสัญชาตญาณบางส่วนของผมกำลังถูกอุปกรณ์เหล่านี้บงการอยู่ กิจกรรมที่หลากหลายของเรา บางครั้งอาจต้องรอคำแนะนำจากระบบอะไรสักอย่างก่อน เทคโนโลยีนั้นจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อเราใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ในอนาคต Wearable Device ที่เราใส่ อาจจะบอกหรือกำกับให้เราแสดงความรู้สึกต่างๆ ใครจะชอบหรือไม่ชอบ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนครับ เช่น นั่งอยู่กับเพื่อนในร้านกาแฟ ทันใดนั้นนาฬิกาข้อมือก็สั่นเบาๆ เมื่อเราก้มอ่านข้อความที่ขึ้นมา "คุณควรพูดให้กำลังใจเธอนะ ว่า..." เพราะระบบตรวจจับได้จาก Facebook ของเธอ ว่าเมื่อวานปลาทองสุดที่รักของเธอตายอย่างกะทันหัน ตอนนี้เธอกำลังเสียใจมาก n

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่