posttoday
เอเชียขึ้นแท่นยักษ์ ‘ยูนิคอร์น’

เอเชียขึ้นแท่นยักษ์ ‘ยูนิคอร์น’

04 ธันวาคม 2560

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ขณะที่โลกกำลังเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ การเชื่อมต่อทุกสิ่งอย่างเข้ากับอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้สมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและผู้บริโภคคำนึงถึงความสะดวกสบายและรวดเร็วในการซื้อสินค้ามากขึ้นนี้ ธุรกิจ "ออนดีมานด์" ที่สะดวกรวดเร็ว จึงขึ้นมาเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ดี เห็นได้จาก เน็ตฟลิกซ์ ผู้สตรีมภาพยนตร์จากสหรัฐ หรืออูเบอร์ ที่เคยขึ้นแท่นเป็นสตาร์ทอัพอันดับ 1 มาแล้ว

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ขณะที่โลกกำลังเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ การเชื่อมต่อทุกสิ่งอย่างเข้ากับอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้สมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและผู้บริโภคคำนึงถึงความสะดวกสบายและรวดเร็วในการซื้อสินค้ามากขึ้นนี้ ธุรกิจ "ออนดีมานด์" ที่สะดวกรวดเร็ว จึงขึ้นมาเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ดี เห็นได้จาก เน็ตฟลิกซ์ ผู้สตรีมภาพยนตร์จากสหรัฐ หรืออูเบอร์ ที่เคยขึ้นแท่นเป็นสตาร์ทอัพอันดับ 1 มาแล้ว

ขณะเดียวกัน ในเอเชียเองธุรกิจออนดีมานด์ดังกล่าวถือว่าเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในจีน ส่งผลให้สตาร์ทอัพที่ดำเนินธุรกิจดังกล่าว ผุดขึ้นเป็นเงาตามตัวในภูมิภาค

นิตยสารข่าวนิกเกอิ เอเชียน รีวิว ของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ชาติเอเชีย ผลิตสตาร์ทอัพระดับ "ยูนิคอร์น" หรือสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากถึง 75 บริษัท โดยมีมูลค่าของบริษัททั้งหมดคิดเป็นสัดส่วน 40% ของสตาร์ทอัพ ทั่วโลก หรือคิดเป็นภูมิภาคที่มียักษ์สตาร์ทอัพมากสุดเป็นอันดับ 2 รองจากยุโรปเท่านั้น

ทั้งนี้ บริษัทวิจัย ซีบี อินไซต์ เปิดเผยว่า หากนับจนถึงวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทั่วโลกมีสตาร์ทอัพยูนิคอร์นอยู่ 220 บริษัท และมีมูลค่าบริษัทรวมทั้งหมด 7.6 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 24 ล้านล้านบาท) โดยที่ อูเบอร์ ไรด์- แชริ่งจากสหรัฐ ถือเป็นยูนิคอร์น ที่มีมูลค่ามากที่สุดที่ 6.8 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 2.2 ล้านล้านบาท) ขณะที่ยูนิคอร์นเหล่านี้อาศัยอยู่ใน 22 ประเทศทั่วโลก

จีนถือเป็นประเทศที่มียูนิคอร์น อยู่มากที่สุดในเอเชียที่ 59 บริษัท นำโดย "ตีตี้ ชูซิง" ที่มีมูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 3.2 แสนล้านบาท) ตามด้วย "เสี่ยวหมี่" ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน "ดีเจไอ" บริษัทผลิตโดรน และ "โมไบค์" สตาร์ทอัพเช่ารถจักรยาน โดยบริษัทเหล่านี้กำลังขยายกิจการไปบุกตลาดนอกจีนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับอินเดียนั้น มีสตาร์ทอัพกลุ่มอี-คอมเมิร์ซ 2 รายจากยูนิคอร์น 10 บริษัท ได้แก่ "ฟลิบคาร์ต" และ "สแนบดีล" โดยฟลิบคาร์ตมีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 11 ของยูนิคอร์นทั้งหมดที่ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 3.7 แสนล้านบาท) และมีผู้ใช้ในประเทศมากกว่าอเมซอน ยักษ์อี-คอมเมิร์ซอันดับ 1 จากสหรัฐ ซึ่งบริษัทเพิ่งออกแบรนด์สินค้าเครื่องใช้ภายในบ้าน มาร์คิว เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ บริษัทโทรคมนาคม "วัน97" ซึ่งให้บริการแพลตฟอร์มชำระเงิน เพย์ทีเอ็ม และ "โอลา" สตาร์ทอัพไรด์-แชริ่ง ก็ถือกำเนิดในอินเดียเช่นกัน ทั้งนี้ การที่ซอฟต์แบงก์ โทรคมนาคมรายใหญ่จากญี่ปุ่นถือหุ้นอยู่ในยูนิคอร์นทั้ง 4 ข้างต้น ก็บ่งชี้ถึงความน่าสนใจของตลาดอินเดียจาก นักลงทุนต่างชาติ

ขณะที่อาเซียนเองก็มียูนิคอร์น อยู่ 3 บริษัท โดย 2 ใน 3 เป็นบริษัทไรด์-แชริ่ง ได้แก่ "แกร็บ" จากมาเลเซีย และ "โก-เจ็ก" จากอินโดนีเซีย ขณะที่อีกรายคือบริษัท ท่องเที่ยวจากอินโดนีเซีย "ทราเวลโลกา โฮลดิ้ง" ที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ traveloka.com

ทั้งนี้ นิกเกอิระบุว่า เมื่อเทียบ กับบริการไรด์-แชริ่งอื่นแล้ว แกร็บและโก-เจ็กถือว่าโดดเด่น เนื่องจากการให้บริการที่เหมาะสมแก่คนในพื้นที่ต่างๆ อาทิ แกร็บมีบริการรับส่งด้วย รถจักรยานยนต์สามล้อในฟิลิปปินส์และบริการรับส่งด้วยรถกระบะในจังหวัดทางเหนือของไทย นอกจากนี้ยังทำธุรกิจนอกเหนือจากไรด์-แชริ่ง เช่น บริการส่งอาหารหรือวัสดุอีกด้วย n

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม