posttoday
เปิดใจขุนคลัง ทำไมต้องเข้ม กรอบเงินเฟ้อ

เปิดใจขุนคลัง ทำไมต้องเข้ม กรอบเงินเฟ้อ

03 ธันวาคม 2560

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง หลังจากที่เกิดประเด็นถกเถียงระหว่างกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในเรื่องของการกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ที่ทางคลังต้องการให้ ธปท.ใช้นโยบายการเงินหนุนการขยายตัวเศรษฐกิจมากกว่าที่ผ่านมา ขณะที่ ธปท.ก็ยังมีจุดยืนเรื่องการรักษาเสถียรภาพมากกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่คลังอยากจะเห็น

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

หลังจากที่เกิดประเด็นถกเถียงระหว่างกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในเรื่องของการกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ที่ทางคลังต้องการให้ ธปท.ใช้นโยบายการเงินหนุนการขยายตัวเศรษฐกิจมากกว่าที่ผ่านมา ขณะที่ ธปท.ก็ยังมีจุดยืนเรื่องการรักษาเสถียรภาพมากกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่คลังอยากจะเห็น

แต่ในที่สุดแล้ว อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้เห็นชอบกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ปี 2561 ตามที่ ธปท.เสนอแล้ว โดยอยู่ใน ระดับ 2.5% บวกลบ 1.5% หรืออยู่ในช่วง 1-4% ซึ่ง ธปท.ยืนยันว่า อัตรานี้เป็นระดับ ที่ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เต็มศักยภาพที่ 4-5% ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าหมาย ไว้ ซึ่งคลังจะต้องนำเอากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อนี้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

ทั้งนี้ รมว.คลัง เปิดเผยว่า เป้าหมายเงินเฟ้อ 2561 ที่ ธปท.จะคงไว้เท่าเดิมที่ 2.5% บวกลบ 1.5% หรือ 1-4% อยู่ในวิสัยที่ยอมรับได้ แต่คลังต้องย้ำว่า ธปท.ได้ทำเต็มที่หรือยัง เพราะเครื่องมือของ ธปท.มีมาก ได้ทำไปมากพอหรือยัง คลังได้ท้วงติงกับ ธปท.ว่า รายงานนโยบายการเงินเหมือนเป็นการรายงานเศรษฐกิจมหภาคทั่วไป ซึ่งไม่เหมือนกับธนาคารกลางประเทศอื่นที่รายงาน จะรายงานชัดว่านโยบายการเงินที่เขาดำเนินการในช่วงที่ผ่านมามีอะไรบ้าง ซึ่ง ธปท.ควรจะต้องระบุในรายงานว่าได้ใช้นโยบายการเงินอะไร อย่างไร ในการสนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจ เพื่อให้สาธารณชน รับทราบ หรือหากไม่รายงานให้สาธารณะรู้ก็ต้องรายงานกระทรวงการคลังว่าทำอะไรบ้าง

"คลังต้องดูแลการทำงานของ ธปท.ด้วยเช่นกัน จะไปต่อว่ามากก็ไม่ได้ซึ่งการทำงานของ ธปท.เป็นอิสระ มีแนวคิดการทำงานแบบระมัดระวัง แต่ในภาวะที่ประเทศเป็นอย่างนี้มันต้องทำอะไรบางอย่าง ประเทศที่มีปัญหาเศรษฐกิจเขาใช้นโยบายการเงินแบบสมัยก่อนไม่คิดว่าจะทำได้ เช่น การออกมาตรการคิวอี แต่ประเทศไทยหากรอให้มีปัญหาจะไม่สามารถทำแบบเขาเพราะประเทศไทยเล็ก ดังนั้นในระหว่างนี้อะไรที่เติมเต็มเศรษฐกิจไทยได้ก็ต้องทำ นี่้เป็นแนวคิดของกระทรวงการคลัง" อภิศักดิ์ กล่าว

อภิศักดิ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยแม้ว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังต้องปรับแต่งอยู่ตลอดเวลา เพราะยังขยายตัวได้เต็มศักยภาพที่คลังคิดว่าอยู่ที่ 4-5% ซึ่งทั้งนโยบายการคลังและการเงินต้องช่วยกันขับเคลื่อนการขยายตัวเศรษฐกิจเต็มที่

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังคิดว่า การทำงานของ ธปท.ไม่ได้มีปัญหา แต่เป็นเรื่องของความเชื่อในการทำงานของ ธปท.ที่เป็นการเฉพาะตัว เพราะนักเศรษฐศาสตร์มีความเชื่อที่แตกต่างกันไป นักเศรษฐศาสตร์ของ ธปท.ก็มีความเชื่อซึ่งอาจจะถูกก็ได้ ส่วนนักเศรษฐศาสตร์ของคลังก็มีความเชื่ออีกแบบ ซึ่งเทียบไม่ได้ว่าของใครถูกใครผิด ซึ่งคลังไม่เคยขัดแย้งไม่เคยทะเลาะกับ ธปท. เพราะความคิดไม่เหมือนกัน แต่สุดท้ายหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ต้องตัดสินใจไปตามอำนาจหน้าที่

สำหรับการกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2561 คลังได้ให้ ธปท.ไปดูถ้อยคำรายละเอียดเพิ่มเติมที่จะเขียนระบุไว้ในการมาเซ็นสัญญากับกระทรวงการคลัง ซึ่งในปีที่ผ่านมากระทรวงการคลังก็ได้ให้เพิ่มเติมว่า ธปท.ต้องใช้ทุกมาตรการเพื่อให้เศรษฐกิจโตได้เต็มศักยภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่คลังย้ำแล้วย้ำอีก ซึ่งเมื่อเขียนแล้วก็ต้องตามดูอีกว่ามีการชี้แจงหรือไม่

"ทั้งคลัง และ ธปท.ต้องอยู่ฝั่งเดียวกัน เศรษฐกิจของประเทศจะได้เจริญ คลังไม่ได้ขัดแย้งกับ ธปท.ที่ผ่านมา ธปท.จะทำอะไรก็เป็นเรื่องของ ธปท.แต่คลังบอกว่าเราคิดอย่างนี้ ซึ่งที่สุด ธปท.ก็ต้องเป็นผู้ตัดสินใจ" อภิศักดิ์ กล่าว

รมว.คลัง กล่าวว่า ตอนนี้ดอกเบี้ยนโยบายไม่ได้สะท้อนดอกเบี้ยที่แท้จริงในตลาด ตอนนี้ดอกเบี้ยนโยบายสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากในตลาด ทำให้ธนาคารพาณิชย์รับเงินฝากและมาฝากกินดอกเบี้ยในตลาดอาร์พีกับ ธปท.อีกที ไม่ต้องทำอะไรเลย ตอนนี้ตลาดอาร์พีมีประมาณ 3 ล้านล้านบาท ที่ ธปท.ต้องดูดซับไว้ จ่ายดอกเบี้ย 1.5% หากลดดอกเบี้ยลง 0.25% ต้นทุนของ ธปท. ลดลงไปเป็นหมื่นล้านบาท แต่ที่ ธปท.ไม่ลดดอกเบี้ยเพราะคิดว่าต้นทุนของเขาฟรี และ ธปท.คิดว่าการขาดทุนเป็นเรื่องปกติ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69