
โอกาสของธุรกิจค้าปลีก ในอาเซียน (1)
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) & www.itd.or.th การค้าบริการมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งอาเซียนไม่น้อยไปกว่าการค้าสินค้า โดยธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย รายงานว่า สัดส่วนของภาคบริการเฉลี่ย เมื่อเทียบกับมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศสมาชิกอาเซียนช่วงระหว่างปี 2543-2550 มีสัดส่วนระหว่างร้อยละ 28.1-70.1
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) & www.itd.or.th
การค้าบริการมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งอาเซียนไม่น้อยไปกว่าการค้าสินค้า โดยธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย รายงานว่า สัดส่วนของภาคบริการเฉลี่ย เมื่อเทียบกับมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศสมาชิกอาเซียนช่วงระหว่างปี 2543-2550 มีสัดส่วนระหว่างร้อยละ 28.1-70.1
ทั้งนี้ สิงคโปร์มีสัดส่วนของภาคบริการสูงสุด คือ ร้อยละ 70.1 รองลงมา คือ ฟิลิปปินส์ ร้อยละ 50.3 มาเลเซีย ร้อยละ 50 ไทย ร้อยละ 47.7 และเวียดนาม ร้อยละ 43.3 เมื่อพิจารณารายสาขา พบว่า ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกมีส่วนแบ่งมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ การเงินและการประกันภัย โดยด้านการจ้างงาน สิงคโปร์มีการจ้างงานในภาคบริการมากที่สุด รองลงมา คือ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย
ตามแผนการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ได้กำหนดให้ประเทศภาคีสมาชิก ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Services : AFAS) ดำเนินการให้เป็นไปตามแผน วิธีการ และกรอบเวลาที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน โดยมีเป้าหมาย เพื่อลดยกเลิก กฎระเบียบหรือมาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการให้บริการใน 12 สาขาบริการตามที่จำแนกโดย WTO ได้แก่ 1.บริการธุรกิจ 2.บริการด้านการสื่อสาร 3.บริการด้านการก่อสร้าง 4.บริการจัดจำหน่าย 5.บริการด้านการศึกษา 6.บริการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
7.บริการด้านการเงิน 8.บริการด้านสุขภาพและสังคม 9.บริการเกี่ยวกับการเดินทางและท่องเที่ยว 10.บริการนันทนาการ วัฒนธรรม และการกีฬา 11.บริการด้านการขนส่ง และ 12.บริการอื่นๆ ที่ไม่อยู่ใน 11 สาขาข้างต้น เช่น บริการด้านความงาม สปา หากสมาชิกใดมีมาตรการหรือมีข้อกำกัดที่ต้องการสงวนไว้ต้องระบุใว้ในตารางข้อผูกพัน เพื่อให้ผลผูกพันกันระหว่างสมาชิก
การเจรจาเปิดตลาดการค้าบริการในอาเซียน ได้ดำเนินการภายใต้กรอบความตกลง AFAS โดยสมาชิกทุกประเทศเข้าร่วมการเจรจา เพื่อทยอยผูกพันการเปิดตลาดให้มากขึ้น ทั้งสาขาและรูปแบบการให้บริการ รวมทั้งลดข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อผู้ให้บริการในกลุ่มประเทศสมาชิก และแต่ละประเทศยังมีสิทธิในการออกกฎระเบียบภายในประเทศของตนเพื่อกำกับดูแลธุรกิจบริการให้มีคุณภาพ ดังนั้นกรอบความตกลง AFAS จึงเป็นการให้สิทธิพิเศษด้านการบริการแก่ประเทศสมาชิกอาเซียนมากกว่าที่มีพันธกรณีการเปิดเสรีใน WTO
ธุรกิจการค้าส่งและค้าปลีกเป็นธุรกิจสาขาบริการภายใต้ความตกลง AFAS ถือเป็นสาขาธุรกิจพื้นฐานของคนไทย ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการและการจ้างงานเป็นจำนวนมาก การดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจการค้าส่งและค้าปลีกของไทยจึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะด้านสินค้าอุปโภคและบริโภคในพื้นที่จังหวัดชายแดนและจังหวัดที่ต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ต้องเร่งปรับตัวและพัฒนาธุรกิจให้พร้อมกับการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยต้องพัฒนาระบบการบริหารจัดการของธุรกิจให้มีมาตรฐานคุณภาพ รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายและขยายโอกาสทางการตลาดธุรกิจ เพื่อช่วยยกระดับมาตรฐานคุณภาพธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพด้านการตลาดให้ธุรกิจการค้าส่งและค้าปลีกไทยมีความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันได้ต่อไป







