
ปัญหาพิกัดอัตราศุลกากร
ดร.รุจิระ บุนนาค [email protected] : @RujiraBunnagทุกวันนี้การค้าขายระหว่างประเทศ ทำให้นำเข้าและส่งออกสินค้ามากมาย แม้แนวโน้มการค้าของโลกจะเป็นไปในทางการค้าเสรี ลดอุปสรรคทางการค้าลงทุกรูปแบบ รวมทั้งกำแพงภาษี แต่การนำเข้าส่งออกสินค้าส่วนใหญ่ยังต้องชำระภาษีศุลกากรและภาษีทางอ้อมอื่นๆ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ขณะที่ประเทศไทยเน้นการจัดเก็บภาษีศุลกากรจากการนำเข้าสินค้า ซึ่งมีปัญหาต่างๆ ระหว่างรัฐกับเอกชนอยู่พอสมควร
ดร.รุจิระ บุนนาค [email protected] : @RujiraBunnag
ทุกวันนี้การค้าขายระหว่างประเทศ ทำให้นำเข้าและส่งออกสินค้ามากมาย แม้แนวโน้มการค้าของโลกจะเป็นไปในทางการค้าเสรี ลดอุปสรรคทางการค้าลงทุกรูปแบบ รวมทั้งกำแพงภาษี แต่การนำเข้าส่งออกสินค้าส่วนใหญ่ยังต้องชำระภาษีศุลกากรและภาษีทางอ้อมอื่นๆ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ขณะที่ประเทศไทยเน้นการจัดเก็บภาษีศุลกากรจากการนำเข้าสินค้า ซึ่งมีปัญหาต่างๆ ระหว่างรัฐกับเอกชนอยู่พอสมควร
ปัญหาการโต้แย้งระหว่างภาครัฐและเอกชนในการนำเข้าสินค้า ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องพิกัดอัตราศุลกากรว่า ของที่นำเข้าจัดอยู่ในพิกัดใด และต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราเท่าใด เหตุที่โต้แย้งกันมาก เพราะของที่นำเข้านั้นมีหลากหลายประเภท และมีไม่น้อยที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน จึงทำให้ยากที่จะจัดว่า ของนั้นอยู่ในพิกัดใด แม้พิกัดอัตราศุลกากรที่ใช้นั้นจะเป็นพิกัดอัตราศุลกากรแบบฮาร์โมไนซ์ (Harmonize) อันเป็นระบบการจำแนกประเภทสินค้าที่เป็นสากล ใช้บังคับรูปแบบเดียวกันทั่วโลก แต่ประเทศต่างๆ อาจตีความแตกต่างกันว่า ของชนิดใดควรจัดอยู่ในพิกัดใดได้ จึงทำให้เกิดการโต้แย้งระหว่างเอกชนผู้นำเข้ากับหน่วยงานศุลกากรของแต่ละประเทศ
แม้กรมศุลกากรของประเทศไทยจะมีหน่วยงานด้านการวิเคราะห์สินค้าเพื่อจำแนกพิกัด แต่ยังคงมีปัญหาโต้แย้งกับผู้นำเข้า เพราะความเห็นไม่ตรงกันเสมอ หากมีการโต้แย้งกันเรื่องพิกัดของของที่นำเข้า และเอกชนเป็นฝ่ายถูกแล้ว จะมีสิทธิได้รับเงินภาษีศุลกากรที่ได้ชำระเกินไปคืนจากกรมศุลกากร แต่ต้องขอคืนภาษีศุลกากรดังกล่าว ภายในอายุความและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 ซึ่งเป็นกฎหมายเดิม อายุความในการขอเงินอากรที่ได้ชำระเกินไปกว่าที่ต้องชำระจริงมีกำหนดเวลา 2 ปี นับจากวันที่นำของเข้าหรือส่งของออก และในกรณีที่เป็นการขอคืนอากร เพราะเหตุเกี่ยวกับอัตราอากร ชนิด คุณภาพ ปริมาณ น้ำหนัก หรือราคาแล้ว มีเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า ต้องสงวนสิทธิไว้ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรด้วยที่ด้านหลังใบขนว่า จะขอคืนอากร หรือเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้รู้อยู่แล้วก่อนส่งมอบหรือส่งออกของว่า อากรที่ชำระนั้นชำระเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้น จะขอคืนอากรที่ชำระไว้เกินไม่ได้
กฎหมายดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติมาก เพราะผู้นำเข้าจำนวนมากไม่ทราบกฎเกณฑ์เงื่อนไขว่า ต้องได้สงวนสิทธิขอคืนอากรไว้ในขณะนำของเข้า จึงไม่ได้สงวนสิทธิไว้ ทำให้ไม่มีสิทธิขอคืนเงินอากรที่ได้ชำระไปเกิน นอกจากนี้ อายุความ 2 ปี เป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้น เป็นเหตุให้ผู้นำเข้าจำนวนมากฟ้องศาลไม่ทันกำหนดอายุความ
นอกจากนี้ อายุความ 2 ปีนั้น เริ่มนับตั้งแต่วันที่นำของเข้า มิใช่นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินภาษี หรือคำสั่งใดๆ จากทางกรมศุลกากร ในบางกรณีหากระยะเวลาผ่านมาเกิน 2 ปีนับจากวันที่นำของเข้าแล้ว กรมศุลกากรเพิ่งจะประเมินอากรผู้นำเข้า ผู้นำเข้าจะไม่สามารถฟ้องกรมศุลกากรเพื่อขอคืนเงินอากรได้เลย เพราะเหตุขาดอายุความขอคืนเงินอากรไปแล้ว ในขณะที่อายุความในการที่กรมศุลกากรสามารถฟ้องผู้นำเข้าเรียกร้องเงินอากรนั้น มีระยะเวลายาวนานถึง 10 ปี จึงเกิดความลักลั่นกัน และดูเหมือนจะไม่เป็นธรรมกับผู้เสียภาษีอากร
การสงวนสิทธิโต้แย้งจัดเป็นอำนาจฟ้องอย่างหนึ่ง หากผู้นำเข้าของชนิดดังกล่าวได้นำของเข้ามาหลายครั้ง จำเป็นต้องสงวนสิทธิโต้แย้งไว้ทุกครั้ง จึงจะสามารถขอคืนอากรหรือฟ้องร้องได้ทุกครั้ง หากการนำเข้าครั้งใดไม่ได้โต้แย้งสงวนสิทธิไว้จะขอคืนอากรหรือฟ้องร้องกรมศุลกากรสำหรับการนำเข้างวดนั้นไม่ได้ เป็นการไม่สะดวกต่อการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนผู้นำเข้า ซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว หากมีการใช้พิกัดอัตราศุลกากรกับของที่นำเข้าผิดพิกัด ทำให้ชำระอากรไปเกิน กรมศุลกากรควรที่จะคืนเงินอากรที่เก็บได้เกินให้ผู้นำเข้าทั้งหมดทุกครั้ง โดยไม่คำนึงถึงการโต้แย้งสงวนสิทธิว่า ได้สงวนสิทธิไว้ทุกครั้งหรือไม่
แม้กรมศุลกากรได้เปิดโอกาสให้ผู้นำเข้าสามารถสอบถามพิกัดอัตราศุลกากรเป็นการล่วงหน้าได้ว่า ของที่จะนำเข้าอยู่ในพิกัดใด โดยคำตอบของกรมศุลกากรมีผลผูกพัน 2 ปี หากเอกชนผู้นำเข้าไม่เห็นด้วย น่าจะถือว่าคำตอบของกรมศุลกากรเป็นการโต้แย้งสิทธิและผู้นำเข้าสามารถฟ้องร้องต่อศาลได้ เพื่อให้ได้พิกัดที่ถูกต้อง
ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มีบทบัญญัติในการให้ผู้นำเข้าขอคืนเงินอากรเช่นกัน โดยกำหนดอายุความไว้นานขึ้นกว่ากฎหมายเดิม คือ 3 ปี นับจากวันนำเข้า แม้อายุความจะยาวนานขึ้น แต่ก็ยังเกิดความลักลั่นอยู่ เพราะกรมศุลกากรมีอำนาจประเมินอากรได้ ภายในระยะเวลา 3 ปี นับแต่ยื่นใบขน หากจำเป็นให้ขอขยายระยะเวลากับอธิบดีกรมศุลกากรได้อีกไม่เกิน 2 ปี ส่วนอายุความในการที่กรมศุลกากรเรียกเก็บอากรที่ไม่ได้ชำระ หรือชำระไม่ครบถ้วน ยังคงมีกำหนดระยะเวลา 10 ปีอยู่
ในส่วนของเงื่อนไขการโต้แย้งสงวนสิทธิเพื่อขอคืนอากร กฎหมายฉบับใหม่กำหนดว่า การขอคืนอากรต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรประกาศกำหนด จึงต้องติดตามรอต่อไปว่า หลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการ ที่อธิบดีประกาศกำหนดนั้น จะรวมถึงการโต้แย้งสงวนสิทธิ ในขณะที่นำของเข้า หรือจะผ่อนคลายลดหลักเกณฑ์ความยุ่งยากต่างๆ ให้กับเอกชนผู้นำเข้า อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัตินี้ หลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการ ดังกล่าวไม่ควรกำหนดให้ต้องมีการ สงวนสิทธิใดๆ ในการขอคืนอากรไว้ตั้งแต่ขณะนำของเข้า เพราะตามหลักความเป็นธรรมหากใช้พิกัดอัตราอากรที่ผิด ทำให้เอกชนชำระอากรไปเกินกว่าอัตราที่แท้จริง ควรที่จะได้รับเงินอากรส่วนที่เกินไปคืนอยู่แล้ว
ดังนั้น การออกกฎหมายหรือแก้ไขกฎหมายศุลกากรใหม่ ควรคำนึงถึงความเป็นธรรมของผู้เสียอากรว่า ได้รับความเป็นธรรมมากน้อยเพียงใด และเกิดความสะดวกต่อการประกอบธุรกิจหรือไม่ด้วย n







