posttoday
เกาหลีใต้นำทัพ เอเชียรับดอกเบี้ยขาขึ้น

เกาหลีใต้นำทัพ เอเชียรับดอกเบี้ยขาขึ้น

01 ธันวาคม 2560

ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์ตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)เริ่มขึ้นดอกเบี้ยเมื่อปลายปี 2016 ซึ่งกลายเป็นจุดสิ้นสุดของการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เสียหายไปจากครั้งวิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 2008 โดยการขยับของสหรัฐ ทำให้ธนาคารกลางอื่นทั่วโลกต่างได้รับความคาดหมายจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับเฟด

ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

ตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)เริ่มขึ้นดอกเบี้ยเมื่อปลายปี 2016 ซึ่งกลายเป็นจุดสิ้นสุดของการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เสียหายไปจากครั้งวิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 2008 โดยการขยับของสหรัฐ ทำให้ธนาคารกลางอื่นทั่วโลกต่างได้รับความคาดหมายจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับเฟด

เพราะการที่ธนาคารกลางประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสหรัฐ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยให้สูงขึ้น พร้อมกับสภาพเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ย่อมดึงดูดการลงทุนคืนจากประเทศที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า ขณะที่การใช้นโยบายเพิ่มปลดล็อกเงินทุนให้เทเข้าสู่ระบบของบรรดาธนาคารกลางอย่างยาวนานเกินไป มีแนวโน้มที่จะทำให้เศรษฐกิจทำงาน "ร้อนแรง" เกินไปด้วย

การที่ทั่วโลกจะคาดหมายไปในทิศทางเดียวกันนั้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกเมื่อมองเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว โดยในปี 2013 สหรัฐส่งสัญญาณจะเลิกมาตรการอัดฉีดเงินเข้าระบบขนานใหญ่อย่างนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) จนทำให้กระแสทุน ที่เคยไหลจากสหรัฐลงในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่านั้นพลิกกลับ กลายเป็นเหตุการณ์ที่ได้รับการเล่าขานในชื่อ "เทเปอร์ แทนทรัม"

ผ่านไปเกือบ 1 ปีหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก ทางฝั่งยุโรปอย่างธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) เริ่มขยับตัวตามไปแล้วด้วยการประกาศขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย. ก่อนที่ในปลายเดือนเดียวกันนั้นเอง ทางฝั่งเอเชียก็เริ่มขยับตัวตามบ้าง นำโดยธนาคารกลางเกาหลีใต้ (บีโอเค)

บีโอเคขึ้นดอกเบี้ยเช่นกัน จาก 1.25% เป็น 1.50% เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกตั้งแต่ปี 2011 และยังเป็นธนาคารกลางจากหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจหลักของเอเชียที่ขยับไปในทิศทาง "ดอกเบี้ยขาขึ้น" ในช่วง 2-3 ปีมานี้ เนื่องจากเศรษฐกิจเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และยังสอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยในชาติอื่นที่เริ่มปรับขึ้น

"ถ้าพวกเรายังคงดอกเบี้ยเอาไว้ในระดับต่ำอย่างที่เคยเป็นมา เราจะเผชิญอันตรายจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินเริ่มปรับเพิ่มขึ้น" อีจูยอล ผู้ว่าการ บีโอเค กล่าว

การขึ้นดอกเบี้ยของเกาหลีใต้ ส่งผลให้เกิดคาดการณ์ว่า ประเทศอื่นในเอเชียมีแนวโน้มจะดำเนินรอยตาม โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า มี 2 ประเทศที่มีแนวโน้มเดินตามรอยเกาหลีใต้ ได้แก่ มาเลเซียและฟิลิปปินส์

ในส่วนของประเทศแรกนั้น บรรดานักเศรษฐศาสตร์มองว่าเศรษฐกิจมาเลเซียที่ขยายตัวร้อนแรงมากที่สุดในรอบ 3 ปี เมื่อไตรมาส 3 ที่ผ่านมา จะทำให้ธนาคารกลางมาเลเซียขึ้นดอกเบี้ยเร็วสุดภายในการประชุมครั้งแรกของปี 2018 ซึ่งตรงกับวันที่ 25 ม.ค.

ด้านฟิลิปปินส์นั้น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เริ่มส่งสัญญาณเตือนเศรษฐกิจจะเติบโต "ร้อนแรง" มากเกินไปจนก่อให้เกิดหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นมากเกินไป โดยเศรษฐกิจไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ขยายตัวได้มากถึง 6.9%

ปัญหาความ "ร้อนแรง" ในเศรษฐกิจมากเกินไปนั้น สามารถมองภาพสะท้อนได้จาก "ปริมาณหนี้" ที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งในภาคครัวเรือน

ธนาคารกลางเกาหลีใต้แสดงความกังวลต่อภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ โดยแม้รัฐบาลเกาหลีจะพยายามอย่างยิ่งในการควบคุมระดับหนี้ครัวเรือน แต่ระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงราว 1,400 ล้านล้านวอน (ราว 4 หมื่นล้านบาท) หรือคิดเป็น 93% ของขนาดเศรษฐกิจ ยังเป็นระดับที่น่ากังวล

ประเทศอื่นๆ ต่างประสบปัญหาหนี้ที่ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ไม่เฉพาะ ในภาคครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภาคเอกชนด้วย โดยรอยเตอร์สคำนวณว่า จีน ซึ่งเป็นประเทศที่เผชิญปัญหาหนี้ท่วมมากที่สุดในเอเชีย ก่อหนี้เพิ่มขึ้นมากถึง 23% ในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา นับเป็นอัตราการขยายตัวมากที่สุดตั้งแต่ปี 2013

ขณะที่บลูมเบิร์กรายงานว่า เอเชียจะออกตราสารหนี้ที่ไม่กำหนดวันไถ่ถอนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐทั้งหมด 4.96 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.6 ล้านล้านบาท) ในปีนี้ ปรับเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากทั้งหมดที่ออก ในปี 2016

ความ "ร้อนแรง" ของเศรษฐกิจยังเกิดขึ้นในรูปแบบของ "โอกาส" ในการเกิดฟองสบู่ในตลาดหลักทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย โดยในตลาดหลังนั้นยังทำให้ภาวะหนี้ ครัวเรือนของเกาหลีใต้ย่ำแย่ลงอีก เนื่องจากราคาบ้านที่ปรับสูงขึ้นทำให้ชาวเกาหลีใต้ยากจะชำระเงินได้โดยง่าย จนเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เกาหลีใต้ต้องออกกฎเพื่อควบคุมการเก็งกำไรในตลาดบ้าน เช่น ห้ามขายต่อถ้าการ จดทะเบียนเจ้าของยังไม่เสร็จสิ้น หรือจำกัดให้การผ่อนจ่ายในแต่ละปีไม่เกิน 50% ของรายได้ในแต่ละปี ลดลงจาก 60% ในมาตรการก่อน

"เศรษฐกิจเกาหลีใต้มีสัญญาณการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และพวกเรายังต้องการควบคุมโอกาสเกิดฟองสบู่ในตลาดหุ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจ" อีจูยอล กล่าวในแถลงการณ์หลังเกาหลีใต้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในรอบ เกือบ 6 ปี

อย่างไรก็ตาม การขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะทำให้ความสามารถในการชำระหนี้น้อยลงไป โดยเฉพาะเมื่อหนี้นั้นอยู่ในสกุลต่างประเทศที่ธนาคารกลางกำลังเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย โดยก่อนหน้านี้ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (โออีซีดี) ออกโรงเตือนว่า ประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีหนี้ในสกุลต่างชาติสูงมีโอกาสเสี่ยงที่จะเผชิญความผันผวนอย่างหนักจากการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางทั่วโลก

แม้กระทั่งหนี้ครัวเรือนยังมีโอกาสได้รับผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยในประเทศอื่นด้วย เนื่องจากใช้ในการ กู้ยืมเพื่อลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์

"ประเทศที่มีปริมาณหนี้สูงจะเสี่ยงต่อความผันผวนในตลาดการเงินและตลาดอสังหาริมทรัพย์ และปริมาณหนี้ดังกล่าวจะกดดันเสถียรภาพในการขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงระยะกลางนี้" โออีซีดี ระบุ

อย่างไรก็ตาม เกาหลีใต้อาจ มีทางออกในเรื่องนี้ นั่นคือ การเข้าสู่นโยบายการเงินแบบตึงตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดย อีจูยอล ผู้ว่าการ บีโอเค ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยหลังจากการปรับขึ้นเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ยังคงเหมาะสมต่อสภาพการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน และยังเตือนเรื่องปัญหาการว่างงานที่เกาหลีใต้ยังเผชิญอยู่

"ตอนนี้ไม่มีข้อโต้แย้งเลยว่าเรากำลังเข้าสู่ช่วงนโยบายการเงินตึงตัวอย่างช้าๆ และค่อยเป็นค่อยไป" โอชางซอบ นักกลยุทธ์ของ โคเรียอินเวสต์เมนต์แอนด์ซีเคียวริตีส์ กล่าว

นอกจากนี้ ทาเคฮิโกะ นากาโอะ ประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่าเอเชียยังสามารถรับมือกับการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐได้ เนื่องจากสกุลเงินของภูมิภาคในปัจจุบันมีเสถียรภาพ และเศรษฐกิจทำผลงานได้ดี รวมถึงมีทุนสำรองระหว่างประเทศเพียงพอ

"ผมไม่คิดว่าการขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ จะกระทบอย่างหนักต่อเอเชีย" ประธานเอดีบี กล่าว

เอเชียกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคดอกเบี้ยขาขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ความเร็วในการเข้าสู่ยุคสมัย ดังกล่าวเป็นไปอย่างเชื่องช้าและ ค่อยเป็นค่อยไป

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม