posttoday
10 แนวโน้มดิจิทัล ปี 2018 (จบ)

10 แนวโน้มดิจิทัล ปี 2018 (จบ)

30 พฤศจิกายน 2560

ปริญญา หอมเอนก & ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ8.สมาร์ทโฟนคืออวัยวะที่ 33 และกำลังมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมมนุษย์ทุกคนบนโลก

ปริญญา หอมเอนก & ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

8.สมาร์ทโฟนคืออวัยวะที่ 33 และกำลังมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมมนุษย์ทุกคนบนโลก

ปัจจุบันจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั่วโลกทะลุ 2,000 ล้านคนแล้ว และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ไทยมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนกว่า 100 ล้านเครื่อง ทั้งที่มีประชากรเพียง 60 กว่าล้านคน ผู้ใช้เฟซบุ๊กทั่วโลกมีมากถึง 2,000 ล้านบัญชี ผู้ใช้ Gmail ทั่วโลก 1,000 ล้านบัญชี ในขณะนี้ยอดผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ก็ผ่านหลัก 1,000 ล้านแล้วเช่นกัน

จะเห็นได้ว่าข้อมูลส่วนตัวเราที่ป้อนเข้าไปในสมาร์ทโฟนได้ ถูกจัดเก็บอยู่ในคลาวด์ของผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ ขณะเดียวกันข้อมูลที่เรากำลังเห็นอยู่ทุกวันก็ผ่านสมาร์ทโฟนเช่นกัน และข้อมูลเหล่านั้นกำลังมีผลต่อความคิด พฤติกรรมในการซื้อสินค้าและบริการ มีผลกระทบต่อการตัดสินใจต่างๆ ของเรา

เช่น การเลือกตั้ง มีผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กและ เยาวชน สังเกตได้จากผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียจัดเก็บข้อมูลเราอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปใช้ขายโฆษณากลับมายังสมาร์ทโฟน ของเราและโมบายแอพหลายโปรแกรมจะถูกออกแบบให้เราต้อง ใช้งานไปเรื่อยๆ

ในแต่ละวันเราใช้โปรแกรมต่างๆ บนสมาร์ทโฟนถึง 6 ชั่วโมง/วัน และบางคนโดยเฉพาะ Gen Y เช็กสมาร์ทโฟนไม่ต่ำกว่า 150 ครั้ง/วัน เราจึงกำลังถูกโปรแกรมโมบายแอพต่างๆ บนสมาร์ทโฟน "ปล้นใจ" (Hijacking Mind) อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

เราถูกพาไปให้อ่าน Content ที่ถูกนำเสนอมาถึงโดยตรง เพราะบริษัทโซเชียลมีเดียได้รับเงินค่าโฆษณาจากเจ้าของสินค้าและบริการ ทำให้เราไม่เห็นข้อมูลที่ควรจะเห็น แต่กลับเห็นข้อมูลที่ถูก "ยัดเยียด" มาให้ "เสพ" โดยปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "Filter Bubbles Effect"

จึงจำเป็นต้องรู้เท่าทันและระมัดระวัง ทั้งการ "Post" การอ่านไทม์ไลน์ ควรตั้งสติและอย่าหลงเชื่อข้อมูลง่ายๆ ควรมี Skill ที่เรียกว่า "Critical Thinking" เพื่อจะไม่ตกเป็นเหยื่อการตลาดทางดิจิทัลที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น

9.การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคจะมีอัตราเพิ่มมากขึ้น

ในปัจจุบันเครื่องใช้ภายในบ้าน สำนักงานล้วนมีการ เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต รวมถึง "Home Automation" ไปจนถึง "Smart City" ล้วนเสี่ยงจะถูกโจมตี หลายอุปกรณ์ไม่เคยเปลี่ยนชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน จึงทำให้กลุ่มอาชญากรคอมพิวเตอร์หรือแฮ็กเกอร์สามารถเจาะเข้ามาควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งภายในบ้าน ที่ทำงาน ตลอดจนบุกลามไปถึงระบบไฟฟ้า ระบบ ประปา ระบบสนามบิน ระบบรถไฟฟ้า ไปจนถึงระบบสื่อสารต่างๆ

คงเคยได้ยินข่าวเรื่องระบบสาธารณูปโภคล่มกันอยู่เป็นประจำ ซึ่งเกิดจากฝีมือแฮ็กเกอร์ทำให้ธุรกิจเสียภาพลักษณ์ต่อลูกค้า ไม่สามารถให้บริการลูกค้าได้ตาม SLA (Service Level Agreement) ที่ควรจะเป็น

ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านให้เรียบร้อย ระบบ SCADA/ICS ในโรงงานอุตสาหกรรม ควรประเมินความเสี่ยง ทดลองเจาะระบบ เตรียมพร้อมรับเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ (Incident Response/Incident Handling) และควรมีการซ้อมหนีไฟทางไซเบอร์ (Cyber Drill) เป็นประจำ

10.ถนนทุกสายมุ่งสู่ "Cyber Resilience"

แนวความคิด "Cyber Resilience" ไม่ใช่เรื่องใหม่ คำว่า "Resilience" มีความหมายในตัวอยู่แล้ว ในเรื่อง "ความยืดหยุ่น ความทนทาน ความสามารถในการกลับสู่สภาพเดิม" หมายถึงความสามารถหรือคุณสมบัติของระบบที่สามารถทนทานต่อการโจมตีหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจและภาพลักษณ์ทั้งผู้บริหารและองค์กร

ดังนั้น "Cyber Resilience" จึงมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อม แต่ไม่เน้นที่การป้องกันเพียงอย่างเดียว เพราะไม่มีระบบใดในโลกที่สามารถป้องกันความเสี่ยงได้ 100% จึงต้องเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ โดยแนวทางการปฏิบัติที่มีหรือ "Best Practices" ได้แก่ การเตรียมพร้อมรับเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เรียกว่า "Incident Response/Incident Handling" การฝึกซ้อมหนีไฟทางไซเบอร์ "Cyber Drill" เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีใครรู้ล่วงหน้า

รวมถึงการเฝ้าระวัง (Cyber Attack Monitoring) แบบ 24x7 เพื่อตรวจจับสิ่งผิดปกติ มีเป้าหมายเพื่อจะรองรับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้ทันท่วงที n

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย