
วัฒนธรรมองค์กร ใครว่าสร้างยาก
ดร.สุทธิโสพรรณ ช่วยวงศ์ญาติ & กรรมการผู้จัดการใหญ่ สลิงชอท กรุ๊ป ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ช่วงนี้เราจะได้ยินข่าวองค์กรขนาดใหญ่เริ่มออกมาแจ้งผลประกอบการที่คาดว่าจะทำได้ในสิ้นปีนี้ มีองค์กรรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ออกมาชี้แจงตัวเลขที่อยู่ในอาการโคม่า หลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานาถึงสาเหตุของความล้มเหลวที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของผู้นำ ขนาดขององค์กรที่ใหญ่ ประกอบกับมีอายุอันยาวนาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรไม่สามารถปรับวัฒนธรรมองค์กรให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้
ดร.สุทธิโสพรรณ ช่วยวงศ์ญาติ & กรรมการผู้จัดการใหญ่ สลิงชอท กรุ๊ป
ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ช่วงนี้เราจะได้ยินข่าวองค์กรขนาดใหญ่เริ่มออกมาแจ้งผลประกอบการที่คาดว่าจะทำได้ในสิ้นปีนี้ มีองค์กรรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ออกมาชี้แจงตัวเลขที่อยู่ในอาการโคม่า หลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานาถึงสาเหตุของความล้มเหลวที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของผู้นำ ขนาดขององค์กรที่ใหญ่ ประกอบกับมีอายุอันยาวนาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรไม่สามารถปรับวัฒนธรรมองค์กรให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้
ที่ผ่านมาดิฉันได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษาด้านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้กับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ในกระบวนการสร้างวัฒนธรรมองค์กร เราจะมีการเชิญผู้บริหารจากองค์กรอื่นๆ มาแลกเปลี่ยนมุมมองกระบวนการหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดเป็นพฤติกรรมจริง หลายครั้งเมื่อผู้บริหารองค์กรหนึ่งได้ฟังเรื่องของอีกองค์กรหนึ่ง มักจะหันมา บอกกับดิฉันว่า "ดีจังเลยค่ะ อยากทำได้แบบนี้บ้าง แต่เราคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ เพราะองค์กรเราใหญ่กว่า คนอยู่มานานกว่า และเราก็ติดอุปสรรคหลายอย่างโดยเฉพาะระดับนโยบาย จึงทำให้คนของเราเปลี่ยนยาก!" ทุกครั้งที่ได้ยินเช่นนี้ทำให้ดิฉันนึกถึงองค์กรหนึ่งที่ดิฉันได้มีโอกาสนั่งคุยกับ CEO คนเก่ง คุณสมร เทิดธรรมพิบูล
ย้อนกลับไปเมื่อ 14 ปีที่แล้ว "ไปรษณีย์ไทย" คือ
องค์กรที่มีอายุร้อยกว่าปี เลี้ยงดูพนักงานกว่าสองหมื่นชีวิต
องค์กรที่มีรายได้หลักมาจากการส่งจดหมายและขายแสตมป์ราคาดวงละ 2 บาท
องค์กรที่ทำธุรกิจซึ่งมีแต่คนตราหน้าว่าอนาคตต้องตายแน่ๆ เพราะไม่มีใครส่งจดหมายกันแล้ว
องค์กรที่อยู่ในสภาพขาดทุนหลักพันล้านบาท ก่อนแยกตัวจากการสื่อสารแห่งประเทศไทย
สภาพเช่นนี้ดูแล้ว "เหนื่อยเอาการ"
ดิฉันได้มีโอกาสคุยกับแม่ทัพของบริษัท ไปรษณีย์ไทย (ปณท) คุณสมร ลูกหม้อหญิงที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง CEO เธอเริ่มงานที่นี่ที่แรกและอยู่ที่นี่มาที่เดียวในชีวิต คุณสมรเล่าให้ดิฉันฟังด้วยความภาคภูมิใจในไปรษณีย์ไทยว่า หากย้อนกลับไปเมื่อ 14 ปีที่แล้ว เชื่อหรือไม่ว่าเราทำแผนฟื้นฟูธุรกิจซึ่งตอนนั้นคิดว่าต้องใช้เวลาถึง 5 ปี แต่เมื่อเราลงมือทำจริงเราสามารถฟื้นฟูจากสภาพติดลบหลักพันล้านด้วยเวลาเพียงไม่ถึงปี!
คุณสมรเล่าต่อว่าในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งเดียวที่พวกเราชาวไปรษณีย์ไทยมีร่วมกันคือเรามีเป้าหมายเดียวกัน และเป้าหมายนั้นคือทำอย่างไรเราจะอยู่รอด พวกเราร่วมมือร่วมใจกันทำทุกอย่างโดยนำวัฒนธรรมองค์กรมาเป็นตัวขับเคลื่อนสิ่งสำคัญ คือวัฒนธรรมองค์กรต้องถูกนำมาสื่อสารให้พนักงานเข้าใจว่ามันเกี่ยวกับพวกเขาอย่างไร เล่าให้เขาฟังว่าเขาจะใช้มันอย่างไรในการทำงานแต่ละวัน การสื่อสารไม่ได้ทำเพียงครั้งเดียว ทีมผู้บริหารเดินสายไปทุกจังหวัด ทุกสาขา ต้องเข้าถึงพนักงานพูดถึงและตอกย้ำอยู่เรื่อยๆ สม่ำเสมอ
I-SURE คือวัฒนธรรมองค์กรของชาวไปรษณีย์ไทย
I = Integrity
S = Service Mind
U = Unity
R = Result Orientation
E = Chang(e)
หากท่านลองอ่านดู คงมีหลายตัวที่เหมือนกับวัฒนธรรมของท่าน และคงไม่ต่างกับองค์กรหลายๆ องค์กรมากนัก แต่บทสรุปแห่งความสำเร็จที่ทำให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย เติบโตอย่างไม่หยุดนิ่ง คือ
1.ความภาคภูมิใจในองค์กร และยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจ
2.การปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กร โดยผู้บริหารจริงจังและเป็นต้นแบบในการแสดงพฤติกรรมเหล่านั้นในทุกๆ วันทำงาน
และ 3.หมั่นเรียนรู้พัฒนาตนเอง พัฒนาองค์กร ไม่หยุดนิ่ง ปรับเปลี่ยนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
หากองค์กรที่ปัจจุบันมีจำนวนพนักงาน 3 หมื่นกว่าคน และประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 113 ปีอย่างบริษัท ไปรษณีย์ไทย สามารถเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรจนประสบความสำเร็จเช่นนี้ได้ ดิฉันเชื่อว่าองค์กรอื่นๆ ก็คงทำได้ หากตั้งใจทำจริง!







