posttoday
ต้องแก้ปัญหายาสูบ

ต้องแก้ปัญหายาสูบ

30 พฤศจิกายน 2560

ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้อัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่ที่เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2560 เป็นเรื่องที่ยังหาทางออกไม่ได้ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร เมื่อบังคับใช้กฎหมายไปแล้วแต่ก็ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยาสูบในประเทศตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำหมายถึงตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบไปจนถึงโรงงานยาสูบที่เป็นรัฐวิสาหกิจสำคัญที่ส่งรายได้ให้รัฐบาลและส่งเงินเข้ากองทุนต่างๆ เพื่อไปทำสาธารณประโยชน์

ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้อัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่ที่เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2560 เป็นเรื่องที่ยังหาทางออกไม่ได้ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร เมื่อบังคับใช้กฎหมายไปแล้วแต่ก็ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยาสูบในประเทศตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำหมายถึงตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบไปจนถึงโรงงานยาสูบที่เป็นรัฐวิสาหกิจสำคัญที่ส่งรายได้ให้รัฐบาลและส่งเงินเข้ากองทุนต่างๆ เพื่อไปทำสาธารณประโยชน์

ปัญหาของเรื่องนี้ก็คือ บริษัทบุหรี่ต่างชาติใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อทุ่มตลาดบุหรี่ราคาถูกลดราคาลงมาขายต่ำกว่าบุหรี่ของโรงงานยาสูบ ทำให้ขายบุหรี่ไม่ออก และถ้าสถานการณ์ยังเป็นไปอย่างนี้เรื่อยๆ สุดท้ายโรงงานยาสูบก็จะเจ๊ง และส่งผลกระทบไปสู่ซัพพลายเชนของยาสูบในประเทศไทยทั้งระบบ

ดังนั้น ทางโรงงานยาสูบก็ออกมาเรียกร้องให้กระทรวงการคลังทบทวนอัตราภาษี รวมทั้งเกษตรกรผู้ปลูกใบยาและสหภาพแรงงานโรงงานยาสูบก็มาในแนวเดียวกันคือ ขอให้รัฐหามาตรการเยียวยาทางใดทางหนึ่งไม่ว่าจะด้วยวิธีการอะไรก็ตาม

ดูเหมือนเรื่องนี้จะยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้โดยง่าย เพราะทางนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง สั่งการให้นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง ไปหารือกับกรมสรรพสามิตไปทบทวนดู ซึ่งทางกรมสรรพสามิตก็ยืนกรานว่าแก้ไขกฎหมายภาษีไม่ได้ ให้เงินชดเชยก็ไม่ได้ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการอุดหนุน ผิดข้อตกลงขององค์การการค้าโลก (WTO)

เรื่องนี้กรมสรรพสามิตคงจะไม่ได้คิดที่จะไม่แก้ไขอะไร เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นหลักที่จะได้รับประโยชน์จากการแข่งขันบุหรี่มีราคาถูกลงและคนจะได้บริโภคบุหรี่ต่างประเทศ เพราะบุหรี่เป็นสินค้าทำลายสุขภาพและทำให้รัฐบาลต้องเสียเงินค่ารักษาพยาบาลจำนวนมหาศาลให้ผู้ป่วยหลายโรคหลายล้านคนที่มีปัญหาจากการสูบบุหรี่ แต่ยังหาทางออกจากปัญหานี้ไม่ได้

นอกจากนั้น แรงกระทบยังถูกส่งกลับไปที่โรงงานยาสูบถามหาประสิทธิภาพการทำงานว่า ได้มีการปรับตัวเพิ่มประสิทธิภาพเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและวางกลยุทธ์การตลาดได้ถูกต้องหรือไม่ จึงจะทำให้ขาดทุนมากถึง 1,500 ล้านบาท ตามที่โรงงานยาสูบทำประมาณการผลกระทบไว้ เพราะมีการเชื่อว่าหากโรงงานยาสูบปรับตัวรองรับการแข่งขันได้ ก็คงจะได้รับผลกระทบไม่มากขนาดนี้

สัญญาณที่ถูกส่งออกมานี้ชัดเจนว่า จะไม่มีการแก้ไขกฎหมายภาษีใหม่ ถึงแม้อัตราภาษีใหม่นี้จะทำให้รายได้ของกระทรวงการคลังลดลง หากโรงงานยาสูบไม่มีกำไรก็จะไม่มีเงินส่งรายได้ให้กระทรวงการคลัง และกองทุนต่างๆ ที่รับเงินภาษีบาปจากกระทรวงการคลังไปทำสาธารณประโยชน์ก็จะมีเงินส่งเข้าลดลง ส่วนเกษตรกรผู้ปลูกใบยาก็ควรจะเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดใหม่ที่ตลาดต้องการ

การกดดันให้โรงงานยาสูบปรับตัวและปรับธุรกิจนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วด้วย เพราะหากยังทำธุรกิจแบบเดิมๆ คิดแบบเดิม อาจจะทำให้องค์กรเล็กลงและอยู่ไม่ได้ เหมือนรัฐวิสาหกิจเก่าแก่หลายๆ แห่งอย่างองค์การฟอกหนัง องค์การแบตเตอรี่ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี หากการออกกฎหมายทำให้อุตสาหกรรมในประเทศได้รับผลกระทบมาก รัฐบาลก็ควรจะต้องทบทวนจะช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในรูปแบบไหนก็แล้วแต่จะพิจารณาอย่าได้ตะแบงจนความเสียหายขยายวง

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน