
ตั้งเป้า5ปีผุดสมาร์ทแอร์พอร์ต
ทย.เร่งเครื่องแผนพัฒนาระบบดิจิทัลเทคโนโลยี ดัน 6 สนามบินขึ้นแท่นสมาร์ทแอร์พอร์ตภายใน 5 ปี
ทย.เร่งเครื่องแผนพัฒนาระบบดิจิทัลเทคโนโลยี ดัน 6 สนามบินขึ้นแท่นสมาร์ทแอร์พอร์ตภายใน 5 ปี
นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรม ท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่า กรม ท่าอากาศยานได้ร่างแผนแม่บทดิจิทัล ปี 2561-2565 เพื่อยกระดับสนามบินภูมิภาคไปสู่สมาร์ทแอร์พอร์ต (Smart Airport) รองรับทิศทางตลาดการบินและนักท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นไปที่เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาความแออัดภายในสนามบินอย่างระบบอัตโนมัติ และเพิ่มศักยภาพด้านความปลอดภัยสนามบิน (Airport Security) ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้โดยสารหันมาใช้สนามบินมากขึ้น ต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้เพิ่มด้านกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบิน (Non-Aero)
สำหรับสนามบินนำร่องในการพัฒนาระบบดิจิทัลในช่วง 5 ปีข้างหน้านั้น จะเน้นสนามบินศักยภาพที่มีปริมาณ ผู้โดยสารจำนวนมาก 6 แห่ง ได้แก่ สนามบินกระบี่ สนามบินอุดรธานี สนามบินขอนแก่น สนามบินสุราษฎร์ธานี สนามบินอุบลราชธานี และสนามบินนครศรีธรรมราช
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ทย.มีแผนลงทุนเทคโนโลยีเบื้องต้น 1.3 หมื่นล้านบาท ได้แก่ การติดตั้งระบบลำเลียงกระเป๋าและสายพานแบบ In-line Screening และระบบตรวจสอบวัตถุระเบิด (EDS) วงเงินรวม 8,837 ล้านบาท และโครงการติดตั้งระบบเคาน์เตอร์เช็กอินร่วม (Common Use) เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดที่สนามบินนั้นวงเงินรวมอยู่ที่ 4,200 ล้านบาท
นายพรเทพ ฤทัยเจริญลาภ ผู้จัดการโครงการแผนแม่บทดิจิทัล กล่าวว่า สำหรับแผนแม่บทดิจิทัลนั้นจะเน้นไป ที่การแก้ไขปัญหาความแออัดภายในอาคารผู้โดยสารและยกระดับงานบริการ ซึ่งในอนาคต ทย.ต้องการลงทุนเพิ่ม เพื่อติดตั้งระบบเครื่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ (Automated Immigration Gate) และระบบสแกนบัตรบอร์ดดิ้งพาสอัตโนมัติ (Automated Boarding Gate) เอื้อให้ผู้โดยสารสามารถถือตั๋วโดยสารไปสแกนก่อนขึ้นเครื่องบิน ได้เลย โดยการนำเทคโนโลยีดังกล่าวจะเป็นการเข้ามาแทนที่การใช้บุคลากรประจำเคาน์เตอร์เพื่อลดปัญหาความแออัดในอาคารผู้โดยสาร
นอกจากนี้ ยังสนใจที่จะนำหุ่นยนต์อัจฉริยะเข้ามาใช้ในสนามบินเพื่อช่วยเหลือผู้โดยสาร ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพระบบรักษาความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลนั้น ในอนาคต ทย.จะพัฒนาระบบตรวจสอบผู้โดยสารและสัมภาระให้มีความแม่นยำมากขึ้น ผ่านการติดตั้งเครื่องระบุอัตลักษณ์บุคคลทั้งการสแกนลายนิ้วมือและสแกนม่านตา รวมถึงออกบัตร สมาร์ทการ์ดสำหรับพื้นที่หวงห้าม ตลอดจนการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) สมัยใหม่ที่มีระบบแจ้งเตือน (Security Alert) เมื่อพบวัตถุต้องสงสัยถูกวางไว้เกินกว่า 15-20 นาที หรือพบบุคคลต้องสงสัยที่อยู่ในฐานข้อมูลแบล็กลิสต์ เป็นต้น







