posttoday
เคาะประมูล 3.7 หมื่นล้าน ใครได้-เสียประโยชน์

เคาะประมูล 3.7 หมื่นล้าน ใครได้-เสียประโยชน์

29 พฤศจิกายน 2560

กกกกกกกกกกกกกกกปี 2561 จะเกิดการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz และ 1800 MHz หลังจากสัญญาสัมปทานของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค จะหมดลงวันที่ 15 ก.ย. 2561

กกกกกกกกกกกกกกก

ปี 2561 จะเกิดการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz และ 1800 MHz หลังจากสัญญาสัมปทานของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค จะหมดลงวันที่ 15 ก.ย. 2561

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้จัดทำร่าง หลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ โดยกำหนดราคาเริ่มต้นที่ 37,988 ล้านบาท สำหรับคลื่นความถี่ 900 MHz และ 37,457 ล้านบาท สำหรับคลื่นความถี่ 1800 MHz

คำถามคือราคาเริ่มต้นประมูลครั้งนี้ เหมาะสมหรือไม่ และจะเกิดผลกระทบอย่างไร

เมื่อเรียงลำดับขั้นตอนการดำเนินการของ กสทช. จากนี้จะมีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ร่างหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ ประมาณเดือน ธ.ค. 2560-ม.ค. 2561 เพื่อเตรียมจัดการประมูลในเดือน พ.ค. จากนั้นจะมอบใบอนุญาตประมาณเดือน มิ.ย.และจัดให้มีการโอนย้ายคลื่นความถี่ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 2561 ทุกอย่างเสร็จก่อนสัญญาสัมปทานหมดอายุ

ถ้าไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ร่างหลักเกณฑ์ ระบุว่า ผู้เข้าร่วมประมูลต้องมีมากกว่าจำนวนใบอนุญาต แปลว่า ถ้ามีผู้เข้าร่วมประมูล 2 ราย จะมีการเคาะราคา 1 ใบอนุญาต แต่ถ้ามีผู้เข้าประมูล 1 ราย จะขยายเวลาการประมูลออกไป 30 วัน จนกว่าจะมีผู้เข้าร่วมประมูลเพิ่ม นี่คือเงื่อนไขที่ กสทช.กำหนดเพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันในการประมูล แต่ถ้ามีผู้เข้าประมูลรายเดียวและต้องขยายเวลาออกไป อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินการและโอนย้ายคลื่นความถี่

ปัญหาเดิม คือ ซิมดับ จะกลายเป็นประเด็นอีกครั้ง ดังนั้นทางออกของ กสทช.มีทางเดียว คือ ต้องมี ผู้สมัครอย่างน้อย 2 ราย และถึงให้มี ผู้เข้าประมูล 2 ราย ก็จะมีคลื่นความถี่ไม่ได้รับการจัดสรรจำนวนหนึ่ง และด้วยราคาที่สูง ซึ่งไม่ดึงดูดใจให้ร่วมประมูล นี่อาจเป็นการเสียโอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทย

พรเทพ เบญญาอภิกุล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ราคาเริ่มต้นประมูล แม้จะเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน แต่ต่างเวลา ต่างบริบท ควรมีการศึกษาเพื่อกำหนดราคาที่สะท้อนความจริงในการทำธุรกิจ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติสูงสุดตามหน้าที่ของ กสทช. คือ การจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติ คือ คลื่นความถี่ และส่งเสริมให้เกิดการแข่งขัน ไม่ใช่หน้าที่ของ กสทช. ในการหารายได้จากการประมูลคลื่นความถี่ ถ้ามีความต้องการคลื่นความถี่จริง แม้ราคาเริ่มต้นจะต่ำแต่สุดท้ายอุปสงค์จะทำให้ราคาสูงขึ้นเอง

ผลการประมูลคลื่นความถี่ครั้งที่ผ่านมา เกิดจากอุปสงค์เทียม เพราะมีผู้เข้าร่วมประมูล 1 รายที่ให้ราคาสูงมาก แต่สุดท้ายไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ คือ ไม่รับใบอนุญาต แต่ตามร่าง หลักเกณฑ์การประมูลครั้งนี้ กสทช.เลือกราคาเริ่มต้นที่อ้างอิงจากการประมูลครั้งที่ผ่านมา โดยไม่มีการจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาราคาเริ่มต้นเหมือนทุกครั้ง ถือว่าไม่มีเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์มารองรับ

สำหรับราคาเริ่มต้นประมูลควรเป็นราคาที่จูงใจ และถ้ามีความต้องการสุดท้ายแม้จะเริ่มต้นในราคาต่ำ การแข่งขันในการประมูลจะทำให้ราคาสูงขึ้นไปเอง ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการสร้างการแข่งขันในกระบวนการประมูล หากการประมูลมีการแข่งขัน ราคาการประมูลก็จะสะท้อนมูลค่าคลื่นความถี่เอง โดยราคาตั้งต้นไม่จำเป็นต้องสูงมากอย่างที่ กสทช.กำหนด

ในทางกลับกัน ถ้าตั้งราคาเริ่มต้นสูงเกินไป สุดท้ายมีผู้เข้าร่วมประมูล 1 ราย หรือไม่มีเลย ส่งผลให้ต้องเลื่อน การจัดประมูลออกไป เสียค่าจัดการประมูลหลักพันล้านบาท เสียประโยชน์จากการไม่สามารถนำคลื่นความถี่มา ใช้งาน ดังนั้น หากเปรียบเทียบการที่คลื่นความถี่ไม่ได้รับการจัดสรร มีความเสียหายมากกว่าผลการประมูลจะได้เงินน้อยลง

ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า หน้าที่สำคัญของ กสทช. คือ การส่งเสริมให้เกิดการแข่งขัน เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศและประชาชน ไม่ใช่การหารายได้เข้ารัฐ ดังนั้นในการประมูลคลื่นความถี่ สิ่งสำคัญคือต้องมีการแข่งขันกันเสนอราคาเพื่อให้ได้ราคาสูงที่สุด ตามความต้องการที่แท้จริง ไม่ใช่เกิดจากการกำหนดราคาเริ่มต้นไว้สูง และไม่สะท้อนภาพที่แท้จริงของตลาด

"การที่ กสทช.กำหนดราคาเริ่มต้นประมาณ 3.7 หมื่นล้านบาท ต้องถามว่ามีการศึกษารายละเอียดและสะท้อนความเป็นจริงของตลาดหรือไม่ ถ้ากำหนดราคาสูงเกินไป ความต้องการได้คลื่นความถี่ก็ลดลง การแข่งขัน ไม่เกิด และยังเป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจดิจิทัลอีกด้วย"

สิ่งที่ กสทช.ควรเร่งดำเนินการ คือ ทบทวนร่างหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ใหม่ โดยเฉพาะราคาเริ่มต้นที่ ไม่สะท้อนสภาพตลาดที่แท้จริง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อภาพรวมอุตสาหกรรม ประเทศและประชาชน และยังขัดกับการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และนโยบายไทยแลนด์ 4.0 นั่นคือ ต้องสนับสนุนให้เกิดการแข่งขัน นำคลื่นความถี่ที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติของประเทศออกมาใช้ประโยชน์

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย