
บุกพนมเปญ ส่องเทรนด์ลงทุน
ปิยนุช ผิวเหลือง จากกิจกรรมใหญ่แห่งปี 2560 โครงการ "CLMVT ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก" โดยหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ หนังสือพิมพ์เอ็มทูเอฟ ร่วมกับ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (เอพีเอ็ม) นำคณะนักธุรกิจไทยเยือนถิ่นเศรษฐกิจพนมเปญ ในวันที่ 22-24 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า
ปิยนุช ผิวเหลือง
จากกิจกรรมใหญ่แห่งปี 2560 โครงการ "CLMVT ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก" โดยหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ หนังสือพิมพ์เอ็มทูเอฟ ร่วมกับ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (เอพีเอ็ม) นำคณะนักธุรกิจไทยเยือนถิ่นเศรษฐกิจพนมเปญ ในวันที่ 22-24 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า
พนมเปญ เป็นเมืองการค้าและการลงทุนสำคัญในภูมิภาคอาเซียนที่นักธุรกิจไทยสนใจขยายตลาด จากปัจจัยด้านภูมิศาสตร์ติดกับประเทศไทย เอื้อต่อการนำเข้าและส่งออกสินค้า และพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมสินค้าไทยเป็นทุนเดิม
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ และเอกชน ยืนยันผ่านเวทีเสวนา "พลังบวก ไทย-กัมพูชา โอกาสธุรกิจ ที่เอื้อมถึง" ภายใต้โครงการ "CLMVT ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก" แล้วว่า ช่วงเวลาปัจจุบันเหมาะสมแก่การลงทุนธุรกิจในกัมพูชา จากเสถียรภาพทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาไทยเป็นผู้ลงทุนอันดับ 9 ในกัมพูชา ซึ่งกัมพูชาไม่ใช่ตลาดใหม่สำหรับนักธุรกิจไทย แต่ยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพ จากการเติบโตของชนชั้นกลางและการเติบโตของอุปสงค์ในประเทศ
สำหรับพนมเปญเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของกัมพูชา มีจำนวนประชากรมากกว่า 1.3 ล้านคน อีกทั้งเป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษพนมเปญ ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดระบุว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษพนมเปญมีจำนวนโรงงานที่เข้าไปจัดตั้งแล้ว 92 โครงการ จากข้อ ได้เปรียบด้านคมนาคมทางบกเชื่อมโยงกัมพูชา-ไทย และกัมพูชา-เวียดนาม และมีท่าเรือพนมเปญเชื่อมท่าเรือน้ำลึกเวียดนาม สะดวกต่อการขนส่งสินค้าไปยัง เวียดนาม จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลี และสหรัฐอเมริกา โดยมีการจัดจ้างงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษพนมเปญมากกว่า 1.6 หมื่นตำแหน่ง
ทั้งนี้ เขตเศรษฐกิจพิเศษพนมเปญ บริหารงานโดย บริษัทพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษพนมเปญ (Phnom Penh SEZ Plc. (PPSP)) ซึ่งเข้าจดทะเบียนเป็นรายที่ 4 ในตลาดหลักทรัพย์กัมพูชาเมื่อกลางปี 2559 ที่ผ่านมา แต่เป็นรายแรกของบริษัทท้องถิ่นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยจะนำเงินจากการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษพนมเปญระยะที่ 3 ซึ่งเริ่มต้นก่อสร้างแล้ว โดยเน้นพัฒนาพื้นที่อำนวยความสะดวกแก่ธุรกิจที่เข้ามาลงทุน ได้แก่ การพัฒนาเป็นพื้นที่คลังเก็บสินค้า พื้นที่ร้านค้าเพื่อบริการพนักงาน และรองรับระบบต่างๆ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
นอกจากนี้ บริษัทยังมองหา นักลงทุนที่เข้ามาลงทุนด้านร้านอาหารหรืออาคารที่พัก เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
อย่างไรก็ตาม มิติด้านการค้าคึกคักไม่แพ้กัน พบว่าห้างค้าปลีกในพนมเปญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากกลุ่มนักลงทุนในประเทศและนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด เนื่องจากผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในกัมพูชามีไม่มากนัก และสินค้าไทยเป็นสินค้าอันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อ
สำหรับภาคส่วนธุรกิจบริการในกัมพูชา เติบโตตามการพัฒนาการท่องเที่ยว ทั้งนี้รัฐบาลตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเป็น 5.6 ล้านคน ในปี 2561 และเพิ่มเป็น 7 ล้านคน ในปี 2563 ทำให้สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างงานเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านตำแหน่ง ดังนั้นแนวโน้มการลงทุนด้านธุรกิจบันเทิงในพื้นที่เพิ่มขึ้น เช่น โครงการลงทุนของกลุ่มบริษัท แอลวายพี กรุ๊ป เตรียมขยายธุรกิจโรงแรม สนามกอล์ฟ สวนสัตว์ สวนน้ำ ฯลฯ นอกเขตใจกลางเมืองพนมเปญ ภายใต้โครงการพัฒนาเมืองใหม่ มุ่งกระจายความเจริญสู่พื้นที่รอบนอก
ทั้งหมดนี้คือเทรนด์ธุรกิจใน พนมเปญและโอกาสการลงทุนที่ทุกคนเอื้อมถึงได้







